เนื้อความทั้งข้อ
[๑๘] เราได้ถวายเครื่องลาดในปราสาท ๗ ชั้น แด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่า
ปทุมุตระ เชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ พระมหามุนีผู้เป็นจอมแห่งชนเป็น
นระผู้ประเสริฐ อันพระขีณาสพพันหนึ่งแวดล้อมแล้ว เสด็จเข้าพระ
คันธกุฎี พระศาสดาผู้ประเสริฐกว่าเทวดา เป็นนระผู้องอาจ ทรงยัง
พระคันธกุฎีให้รุ่งเรือง ประทับยืนในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระคาถา
เหล่านี้ว่า ที่นอนนี้ผู้ใดให้โชติช่วงแล้ว ดังกระจกเงาอันขัดดีแล้ว เราจัก
พยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ปราสาททองอันงดงาม หรือ
ปราสาทแก้วไพฑูรย์เป็นที่รักแห่งใจจักบังเกิดแก่ผู้นั้น ผู้นั้นจักเป็นจอม
เทวดา เสวยเทวรัชสมบัติอยู่ ๖๔ ครั้ง ในกัลปที่ ๒๑ จักได้เป็นกษัตริย์
พระนามว่าวิมล จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิทรงครอบครองแผ่นดินมีสมุทร-
สาคร ๔ เป็นขอบเขต พระนครชื่อเรณุวดีสร้างด้วยแผ่นอิฐ โดยยาว
๓๐๐ โยชน์ สี่เหลี่ยมจตุรัส ปราสาทชื่อสุทัสนะ อันวิสสุกรรมเทพบุตร
นิรมิตให้ ประกอบด้วยเรือนยอดอันประเสริฐ ประดับด้วยแก้ว ๗
ประการ วิทยาธรมีเสียงสิบอย่างต่างๆ กัน มาเกลื่อนกล่นอยู่ เหมือน
จักเป็นนครชื่อสุทัสนะของเหล่าเทวดา รัศมีแห่งนครนั้น เปล่งปลั่งดัง
เมื่อพระอาทิตย์อุทัย นครนั้นจักรุ่งเรืองจ้าโดยรอบ ๘ โยชน์อยู่เป็นนิจ
ในแสนกัลป พระศาสดาทรงพระนามว่าโคดมโดยพระโคตร ซึ่งมีสมภพ
ในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นั้นอันกุศลมูลตัก-
เตือนแล้ว จักเคลื่อนจากภพดุสิต จักได้เป็นพระราชโอรสของพระผู้มี
พระภาคพระนามว่าโคดม ถ้าจะพึงอยู่ครองเรือนผู้นั้นพึงได้เป็นพระเจ้า
จักรพรรดิ แต่ข้อที่เขาจะคงที่ถึงความยินดีในเรือนนั้น ไม่เป็นฐานะที่จะ
มีได้ เขาจักออกบวชเป็นบรรพชิต เป็นผู้มีวัตรอันงาม จักได้เป็นพระ
อรหันต์มีนามชื่อว่าราหุล พระมหามุนีทรงพยากรณ์เราว่า มีปัญญา
สมบูรณ์ด้วยศีล เหมือนนกต้อยติวิดรักษาไข่ ดังจามรีรักษาขนหาง เรา
รู้ทั่วถึงธรรมของพระองค์แล้ว ยินดีอยู่ในศาสนา เรากำหนดรู้อาสวะ
ทั้งปวงแล้ว ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว
ฉะนี้แล.
ทราบว่า ท่านพระราหุลเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยการฉะนี้แล.
ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต✎ ร่าง
“Padumuttarassa bhagavato,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.108
โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน✎ ร่าง
Lokajeṭṭhassa tādino;
สตฺตภูมิมฺหิ ปาสาเท✎ ร่าง
Sattabhūmamhi pāsāde,
อาทาสํ สนฺถรึ อหํ ฯ✎ ร่าง
Ādāsaṁ santhariṁ ahaṁ.
ขีณาสวสหสฺเสหิ✎ ร่าง
Khīṇāsavasahassehi,
ปริกิณฺโณ มหามุนิ✎ ร่าง
parikiṇṇo mahāmuni;
อุปาคมิ คนฺธกุฏึ✎ ร่าง
Upāgami gandhakuṭiṁ,
ทิปทินฺโท นราสโภ ฯ✎ ร่าง
dvipadindo narāsabho.
วิโรจยํ คนฺธกุฏึ✎ ร่าง
Virocento gandhakuṭiṁ,
เทวเทโว นราสโภ✎ ร่าง
devadevo narāsabho;
ภิกฺขุสงฺเฆ ฐิโต สตฺถา✎ ร่าง
Bhikkhusaṅghe ṭhito satthā,
อิมา คาถา อภาสถ ฯ✎ ร่าง
imā gāthā abhāsatha.
เยนายํ โชติตา เสยฺยา✎ ร่าง
‘Yenāyaṁ jotitā seyyā,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.86 · ฉัฏฐสังคายนา 57.58
อาทาโสว สุสนฺถโต ฯ✎ ร่าง
ādāsova susanthato;
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ✎ ร่าง
Tamahaṁ kittayissāmi,
สุณาถ มม ภาสโต ฯ✎ ร่าง
suṇātha mama bhāsato.
โสณฺณมยา รูปิมยา✎ ร่าง
Soṇṇamayā rūpimayā,
อโถ เวฬุริยามยา✎ ร่าง
atho veḷuriyāmayā;
นิพฺพตฺติสฺสนฺติ ปาสาทา✎ ร่าง
Nibbattissanti pāsādā,
เยเกจิ มนโส ปิยา ฯ✎ ร่าง
ye keci manaso piyā.
จตุสฏฺฐิกฺขตฺตุํ เทวินฺโท✎ ร่าง
Catusaṭṭhikkhattuṁ devindo,
อ้างอิงPTS 1.61
เทวรชฺชํ กริสฺสติ✎ ร่าง
devarajjaṁ karissati;
สหสฺสกฺขตฺตุํ จกฺกวตฺติ✎ ร่าง
Sahassakkhattuṁ cakkavattī,
ภวิสฺสติ อนนฺตรา ฯ✎ ร่าง
bhavissati anantarā.
เอกวีสติกปฺปมฺหิ✎ ร่าง
Ekavīsatikappamhi,
วิมโล นาม ขตฺติโย✎ ร่าง
vimalo nāma khattiyo;
จาตุรนฺโต วิชิตาวี✎ ร่าง
Cāturanto vijitāvī,
จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
cakkavattī bhavissati.
นครํ เรณุวติ นาม✎ ร่าง
Nagaraṁ reṇuvatī nāma,
อิฏฺฐกาหิ สุมาปิตํ✎ ร่าง
iṭṭhakāhi sumāpitaṁ;
อายามโต ตีณิสตํ✎ ร่าง
Āyāmato tīṇi sataṁ,
จตุรสฺสสมายุตํ ฯ✎ ร่าง
caturassasamāyutaṁ.
สุทสฺสโน นาม ปาสาโท✎ ร่าง
Sudassano nāma pāsādo,
วิสุกมฺเมน มาปิโต✎ ร่าง
vissakammena māpito;
กูฏาคารวรูเปโต✎ ร่าง
Kūṭāgāravarūpeto,
สตฺตรตนภูสิโต ฯ✎ ร่าง
sattaratanabhūsito.
ทสสทฺทาวิวิตฺตนฺตํ✎ ร่าง
Dasasaddāvivittaṁ taṁ,
วิชฺชาธรสมากุลํ✎ ร่าง
vijjādharasamākulaṁ;
สุทสฺสนํว นครํ✎ ร่าง
Sudassanaṁva nagaraṁ,
เทวตานํ ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
devatānaṁ bhavissati.
ปภา นิคฺคจฺฉเต ตสฺส✎ ร่าง
Pabhā niggacchate tassa,
อุคฺคจฺฉนฺเตว สูริเย✎ ร่าง
uggacchanteva sūriye;
วิโรจิสฺสติ ตํ นิจฺจํ✎ ร่าง
Virocessati taṁ niccaṁ,
สมนฺตา อฏฺฐโยชนํ ฯ✎ ร่าง
samantā aṭṭhayojanaṁ.
กปฺปสตสหสฺสมฺหิ✎ ร่าง
Kappasatasahassamhi,
โอกฺกากกุลสมฺภโว✎ ร่าง
okkākakulasambhavo;
โคตโม นาม นาเมน✎ ร่าง
Gotamo nāma gottena,
สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
satthā loke bhavissati.
ตุสิตาว จวิตฺวาน✎ ร่าง
Tusitā so cavitvāna,
สุกฺกมูเลน โจทิโต✎ ร่าง
sukkamūlena codito;
โคตมสฺส ภควโต✎ ร่าง
Gotamassa bhagavato,
อตฺรโช โส ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
atrajo so bhavissati.
สเจ วเสยฺย อคารํ✎ ร่าง
Sacevaseyya agāraṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.87
จกฺกวตฺติ ภเวยฺย โส✎ ร่าง
cakkavattī bhaveyya so;
อฏฺฐานเมตํ ยํ ตาทิ✎ ร่าง
Aṭṭhānametaṁ yaṁ tādī,
อคาเร รติมชฺฌคา ฯ✎ ร่าง
agāre ratimajjhagā.
นิกฺขมิตฺวา อคารมฺหา✎ ร่าง
Nikkhamitvā agāramhā,
ปพฺพชิสฺสติ สุพฺพโต✎ ร่าง
pabbajissati subbato;
ราหุโล นาม นาเมน✎ ร่าง
Rāhulo nāma nāmena,
อรหา โส ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
arahā so bhavissati’.
กิกีว อณฺฑํ รกฺเขยฺย✎ ร่าง
Kikīva aṇḍaṁ rakkheyya,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.110
จามรีริว วาลธึ✎ ร่าง
cāmarī viya vāladhiṁ;
นิปโก สีลสมฺปนฺโน มม✎ ร่าง
Nipako sīlasampanno,
ํ ทกฺขิ ๑- มหามุนิ ฯ✎ ร่าง
evaṁ rakkhiṁ mahāmuni.
ตสฺสาหํ ธมฺมมญฺญาย✎ ร่าง
Tassāhaṁ dhammamaññāya,
วิหาสึ สาสเน รโต✎ ร่าง
vihāsiṁ sāsane rato;
สพฺพาสเว ปริญฺญาย✎ ร่าง
Sabbāsave pariññāya,
วิหรามิ อนาสโว ฯ✎ ร่าง
viharāmi anāsavo.
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส✎ ร่าง
Paṭisambhidā catasso,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.59
วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม✎ ร่าง
vimokkhāpi ca aṭṭhime;
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา✎ ร่าง
Chaḷabhiññā sacchikatā,
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ✎ ร่าง
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ราหุโล เถโร อิมา คาถาโย
อภาสิตฺถาติ ฯ✎ ร่าง
Itthaṁ sudaṁ āyasmā rāhulo thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
ราหุลตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
สตฺตมํ อุปเสนวงฺคนฺตปุตฺตตฺ✎ ร่าง
Rāhulattherassāpadānaṁ chaṭṭhaṁ.
เถราปทานํ✎ ร่าง
Therāpadāna