‹ กลับ
สารีปุตตเถราปทาน (๑)
เล่ม ๓๒ — ขุททกนิกาย อปทาน ๑ · ข้อ 3 · ขุ.อป.๑. ๓๒/๒๙๐ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓] ในที่ไม่ไกลแต่หิมวันตประเทศ มีภูเขาชื่อลัมพกะเราสร้างอาศรมไว้อย่างดี สร้างบรรณศาลาไว้ใกล้ภูเขานั้น อาศรมของเราไม่ไกลจากฝั่งแม่น้ำอันไม่ลึก มีท่าน้ำราบเรียบเป็นที่รื่นรมย์ใจ เกลื่อนกล่นด้วยหาดทรายขาวสะอาด ที่ ใกล้อาศรมของเรานั้น มีแม่น้ำไม่มีก้อนกรวด ตลิ่งไม่ชัน น้ำจืดสนิท ไม่มีกลิ่นเหม็น ไหลไป ทำให้อาศรมของเรางาม ฝูงจระเข้ มังกร ปลา ฉลามและเต่า ว่ายน้ำเล่นอยู่ในแม่น้ำไหลไป ณ ที่ใกล้อาศรมของเรา ย่อมทำอาศรมของเราให้งาม ฝูงปลาสลาด ปลากระบอก ปลาสวาย ปลา เค้า ปลาตะเพียน ปลานกกระจอก ว่ายโลดกระโดดอยู่ ย่อมทำอาศรม ของเราให้งาม ที่สองฝั่งแม่น้ำ มีหมู่ไม้ดอก หมู่ไม้ผล ห้อยย้อมอยู่ ทั้งสองฝั่ง ย่อมทำอาศรมของเราให้งาม ไม้มะม่วง ไม้รัง หมากเม่า แคฝอย ไม้ยางทราย ส่งกลิ่นหอมอบอวลอยู่เป็นนิจ บานอยู่ใกล้อาศรม ของเรา ไม้จำปา ไม้อ้อยช้าง ไม้กระทุ่ม กถินพิมาน บุนนาค และ ลำเจียกมีกลิ่นหอมฟุ้งไปเป็นนิจ บานสะพรั่งอยู่ใกล้อาศรมของเรา ไม้ ลำดวน ต้นอโศก ดอกกุหลาบ บานสะพรั่ง อยู่ใกล้อาศรมของเรา ไม้บรู และมะกล่ำหลวง ดอกบานสะพรั่งอยู่ใกล้อาศรมของเรา การะเกด พยอมขาว พิกุล และมะลิซ้อน มีดอกหอมอบอวล ทำอาศรมของเรา ให้งาม ไม้เจตภังคี ไม้กรรณิการ์ ไม้ประดู่ และไม้อัญชัน มีมาก มีดอกหอมฟุ้งทำให้อาศรมของเรางาม มะนาว มะงั่ว และแคฝอย ดอก- บานสะพรั่งหอมตลบอบอวล ทำอาศรมของเราให้งาม ไม้ราชพฤกษ์อัญชัน เขียว ไม้กระทุ่มและพิกุลมีมาก ดอกหอมฟุ้งไป ทำอาศรมของเราให้งาม ถั่วดำ ถั่วเหลือง กล้วยและมะกรูด งอกงามด้วยน้ำหอม ออกผลสะพรั่ง ดอกปทุมอย่างอื่นบานเบ่ง ดอกบัวชนิดอื่นก็เกิดขึ้น บัวหลวงชนิดหนึ่ง ดอกร่วงพรู บานอยู่ในบึงกาลนั้น กอปทุมมีดอกตูม เหง้าบัวเลื้อยไป เสมอ กระจับเกลื่อนด้วยใบ งามอยู่ในบึงในกาลนั้น ไม้ตาเสือ จงกลณี ไม้อุตตรา และชบา กลิ่นหอมตลบไป ดอกบานอยู่ในบึงในกาลนั้น ฝูงปลาสลาด ปลากระบอก ปลาสวาย ปลาเค้า ปลาตะเพียน ปลาสังกุลา และปลารำพัน มีอยู่ในบึงในกาลนั้น ฝูงจระเข้ ปลาฉลาด ปลาฉนาก ผีเสื้อน้ำ และงูเหลือมใหญ่ที่สุด อยู่ในบึงนั้นในกาลนั้น ฝูงนกคับแค นกเป็ดน้ำ นกจากพราก (ห่าน) นกกาน้ำ นกคุเหว่า และสาลิกา อาศัยเลี้ยงชีวิตอยู่ใกล้สระนั้น ฝูงนกกวัก ไก่ป่า ฝูงนกกะลิงป่า นก ต้อยตีวิด นกแขกเต้า ย่อมอาศัยเลี้ยงชีวิต อยู่ใกล้สระนั้น ฝูงหงส์ นกกระเรียน นกยูง นกแขกเต้า ไก่งวง นกค้อนหอย และนกออก ย่อมอาศัยเลี้ยงชีวิต อยู่ใกล้สระนั้น ฝูงนกแสก โปฏฐสีสา นกเขา เหนี่ยว มีมาก และฝูงนกกาน้ำ ย่อมอาศัยเลี้ยงชีวิตอยู่ใกล้สระนั้น ฝูง เนื้อฟาน กวาง หมู หมาป่า หมาจิ้งจอกมีอยู่มาก ละมั่ง และเนื้อทราย ย่อมอาศัยเลี้ยงชีวิตอยู่ใกล้สระนั้น ราชสีห์ เสือโคร่ง เสือเหลือง หมี หมาในกับเสือดาว โขลงช้าง แยกเป็นสามพวก อาศัยเลี้ยงชีวิตอยู่ใกล้ สระนั้น เหล่ากินร วานรและแม้คนทำการงานในป่า หมาไล่เนื้อ และ นายพราน ก็อาศัยเลี้ยงชีวิตอยู่ใกล้สระนั้น ต้นมะพลับ มะหาด มะซาง หมากเม่า เผล็ดผลทุกฤดูกาล อยู่ ณ ที่ใกล้อาศรมของเรา ต้นคำ ต้นสน กระทุ่ม สะพรั่งด้วยผล รสหวาน เผล็ดผลทุกฤดู อยู่ ณ ที่ใกล้อาศรม ของเรา ต้นสมอ มะขามป้อม ต้นหว้า สมอพิเภก กระเบา ไม้รกฟ้า และมะตูม เผล็ดผลเป็นนิตย์ เชือกเขา มันอ้อน ต้นนมแมว มันนก กะเบง และคัดมอน มีอยู่มากมายใกล้อาศรมของเรา ณ ที่ใกล้อาศรม ของเรานั้น มีสระที่ขุดไว้อย่างดี มีน้ำในเย็นจืดสนิท มีท่าน้ำราบเรียบ เป็นที่รื่นรมย์ใจ ดาดาษด้วยบัวหลวง อุบลและบัวขาว เกลื่อนกลาดด้วย บัวขม บัวเผื่อน กลิ่นหอมตลบไป ในกาลนั้น เราเป็นดาบส ชื่อสุรุจิ เป็นผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยวัตร มีปกติเพ่งฌาน ยินดีในฌานทุกเมื่อ บรรลุ ถึงอภิญญา ๕ และพละ ๕ อยู่ในอาศรมที่สร้างเรียบร้อย น่ารื่นรมย์ ใน ป่าอันบริบูรณ์ด้วยไม้ใบ ไม้ดอก และไม้ผลทุกสิ่งอย่างนี้ ศิษย์ ๒๔,๐๐๐ นี้แล เป็นพราหมณ์ทั้งหมด ผู้มีชาติ มียศ บำรุงเรา มวลศิษย์ของเรานี้ เป็นผู้เข้าใจตัวบท เข้าใจไวยากรณ์ ในตำราทำนายลักษณะ และในคัมภีร์ อิติหาสะ พร้อมทั้งคัมภีร์นิฆัณฑุและคัมภีร์เกฏภะ รู้จบไตรเพท บรรดา ศิษย์ของเราเป็นผู้ฉลาดในลางดีร้าย ในนิมิตดีร้าย และในลักษณะ ทั้งหลาย ศึกษาดี ในพื้นแผ่นดินและในอากาศ ศิษย์เหล่านี้มีความ ปรารถนาน้อย มีปัญญา กินหนเดียว ไม่โลภ สันโดษด้วยลาภและ ความเสื่อมลาภ บำรุงเราทุกเมื่อ เป็นผู้เพ่งฌาน ยินดีในฌาน เป็น นักปราชญ์ มีจิตสงบ ตั้งมั่น ปรารถนาความไม่มีกังวล บำรุงเราอยู่ ทุกเมื่อ เป็นผู้ถึงที่สุดอภิญญา ยินดีในอารมณ์อันเป็นโคจรของบิดา เที่ยวไปในอากาศ เป็นนักปราชญ์ บำรุงเราอยู่ทุกเมื่อ ศิษย์ของเราเหล่านั้น สำรวมในทวารทั้ง ๖ ไม่หวั่นไหว รักษาอินทรีย์ไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะ เป็นนักปราชญ์ หาผู้อื่นเสมอได้ยาก ศิษย์ของเราเหล่านั้นยับยั้งอยู่ด้วย การนั่งคู้บัลลังก์ การยืนและการเดินตลอดราตรี หาผู้อื่นเสมอได้ยาก มวลศิษย์ของเราไม่กำหนัด ในธรรมเป็นที่ตั้งความกำหนัด ไม่ขัดเคืองใน ธรรมเป็นที่ตั้งความขัดเคือง ไม่หลงในธรรมเป็นที่ตั้งความหลง หาผู้อื่น เสมอได้ยาก ศิษย์เหล่านั้นแผลงฤทธิ์ได้ต่างๆ ประพฤติอยู่เป็นนิตยกาล บันดาลให้แผ่นดินไหวก็ได้ ยากที่ใครๆ จะแข่งได้ ศิษย์เหล่านั้นเข้า ปฐมฌานเป็นต้น พวกหนึ่งไปยังอมรโคยานทวีป พวกหนึ่งไปยังปุพพวิเทห ทวีป พวกหนึ่งไปยังอุตตรกุรุทวีป ไปนำเอาผลหว้ามา ศิษย์ของเรา หา ผู้อื่นเสมอได้ยาก ศิษย์เหล่านั้นส่งหาบไปข้างหน้า ตนไปข้างหลัง ท้องฟ้า เป็นฐานะอันดาบส ๒๔,๐๐๐ ปกปิดแล้ว ศิษย์บางพวกปิ้งให้สุกด้วยไฟกิน บางพวกกินดิบๆ นั่นเอง บางพวกเอาฟันแทะเปลือกออกแล้วกิน บาง พวกซ้อมด้วยครกแล้วกิน บางพวกตำด้วยครกหินกิน บางพวกกินผลไม้ที่ หล่นเอง บางพวกชอบสะอาด ลงอาบน้ำทั้งเวลาเย็นและเช้า บางพวก เอาน้ำรดอาบ ศิษย์ของเราหาผู้อื่นเสมอได้ยาก ศิษย์ของเราปล่อยเล็บมือ เล็บเท้าและขนรักแร้งอกยาว ขี้ฟันเลอะเทอะ มีธุลีบนศีรษะ หอมด้วย กลิ่นศีล หาผู้อื่นเสมอได้ยาก ดาบสทั้งหลายมีตบะแรงกล้า ประชุมกัน ในเวลาเช้าแล้ว ไปประกาศลาภน้อยลาภมากในอากาศในกาลนั้น เมื่อ ดาบสนี้หลีกไป เสียงอันดังย่อมเป็นไป เทวดาทั้งหลายย่อมยินดีด้วยเสียง หนังสัตว์ ฤษีเหล่านั้นกล้าแข็งด้วยกำลังของตน เหาะไปในอากาศ ไปสู่ ทิศน้อยทิศใหญ่ตามปรารถนา ปวงฤาษีนี้แล ทำแผ่นดินให้หวั่นไหว เที่ยวไปในอากาศ มีเดชแผ่ไป ยากที่จะข่มขี่ได้ ดังสาครยากที่ใครๆ จะ ให้ขุ่นได้ ฤาษีศิษย์ของเราบางพวกประกอบการยืนและเดิน บางพวกไม่ นอน บางพวกกินผลไม้ที่หล่นเอง หาผู้อื่นเสมอได้ยาก ท่านเหล่านี้ มี ปกติอยู่ด้วยเมตตาแสวงหาประโยชน์ เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ ไม่ยกย่องตน ทั้งหมด ไม่ติเตียนใครๆ ทั้งนั้น เป็นผู้ไม่สะดุ้ง ดังพระยาราชสีห์ มี กำลังเหมือนพระยาคชสาร ยากที่จะข่มได้ ดุจเสือโคร่ง ย่อมมาในสำนัก ของเรา พวกวิชาธร เทวดา นาค คนธรรพ์ ผีเสื้อน้ำ กุมภัณฑ์ อสูร และครุฑ ย่อมอาศัยเลี้ยงชีวิตอยู่ใกล้สระนั้น ศิษย์ของเราเหล่านั้น ทรง ชฎา เลี้ยงชีวิตด้วยผลไม้และเหง้ามัน นุ่งห่มหนังสัตว์ เที่ยวไปในอากาศ ได้ทุกตน อยู่ใกล้สระนั้น ในกาลนั้น ศิษย์เหล่านี้เป็นผู้สมควร มีความ เคารพกันและกัน เสียงไอจามของศิษย์ทั้ง ๒๔,๐๐๐ ย่อมไม่มี ท่านเหล่านี้ ซ้อนเท้าบนเท้า เงียบเสียง สังวรดี เข้ามาไหว้ เราด้วยเศียรเกล้า ทั้งหมดนั้น เราผู้เพ่งฌาน ยินดีในฌาน ห้อมล้อมด้วยศิษย์เหล่านั้น ผู้สงบระงับ มีตบะ อยู่ในอาศรมนั้น อาศรมของเรามีกลิ่นหอมด้วยกลิ่น ศีลของเหล่าฤาษีและด้วยกลิ่นสองอย่าง คือ กลิ่นดอกไม้และกลิ่นผลไม้ เราไม่รู้สึกตลอดคืนตลอดวัน ความไม่ยินดีไม่มีแก่เรา เราสั่งสอนบรรดา ศิษย์ของตน ย่อมได้ความร่าเริงอย่างยิ่ง เมื่อดอกไม้ทั้งหลายบาน และ เมื่อผลไม้ทั้งหลายสุก กลิ่นหอมตลบอบอวล ทำอาศรมของเราให้งาม เราออกจากสมาธิแล้ว มีความเพียร มีปัญญาถือเอาภาระคือหาบ เข้าป่า ในกาลนั้น เราศึกษาชำนาญในลางดีลางร้าย ฝันดีฝันร้าย และตำราทำนาย ลักษณะ ทรงลักษณมนต์อันกำลังเป็นไป พระผู้มีพระภาคพระนามว่า อโนมทัสสี เป็นผู้ประเสริฐในโลก เป็นนระผู้องอาจ ทรงใคร่วิเวก เป็น สัมพุทธเจ้า เข้าไปยังป่าหิมวันต์ พระองค์ผู้เลิศ เป็นมุนีประกอบด้วย กรุณา เป็นอุดมบุรุษ เสด็จเข้าป่าหิมวันต์แล้ว ทรงนั่งคู้บัลลังก์ เราได้ เห็นพระสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น มีรัศมีสว่างจ้า น่ารื่นรมย์ใจ ดังดอกบัว เขียว ทรงรุ่งเรืองควรบูชา ดังกองไฟ เราได้เห็นพระนายกของโลก ทรงรุ่งโรจน์ดุจดวงไฟ เหมือนสายฟ้าในอากาศ เช่นกับพระยารังมีดอก- บานสะพรั่ง เพราะอาศัยการได้เห็นพระผู้มีพระภาคผู้ประเสริฐ เป็นมหาวีระ ทรงทำที่สุดทุกข์ เป็นมุนีนี้ ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ ครั้นเราได้เห็น พระผู้มีพระภาคผู้เป็นเทวดาล่วงเทวดาแล้ว ได้ตรวจดูลักษณะว่าเป็น พระพุทธเจ้าหรือมิใช่ ผิฉะนั้นเราจะดูพระผู้มีพระภาคผู้มีจักษุ เราได้เห็น จักรมีกำพันหนึ่งที่พื้นฝ่าพระบาท ครั้นได้เห็นพระลักษณะของพระองค์แล้ว จึงถึงความตกลงในพระตถาคตในกาลนั้น เราจับไม้กวาดกวาดที่นั้นแล้ว ได้นำเอาดอกไม้ ๘ ดอกมาบูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ครั้นบูชาพระ- พุทธเจ้าผู้ข้ามโอฆะไม่มีอาสวะนั้นแล้ว ทำหนังสัตว์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง นมัสการพระนายกของโลก พระสัมพุทธเจ้าผู้ไม่มีอาสวะ ทรงอยู่ด้วย พระญาณใด เราจักประกาศพระญาณนั้น ท่านทั้งหลายจงฟังคำเรากล่าว พระสยัมภูผู้มีความเจริญมากที่สุด ทรงถอนสัตว์โลกนี้แล้ว สัตว์เหล่านั้น อาศัยการได้เห็นพระองค์ ย่อมข้ามกระแสน้ำคือความสงสัยได้ พระองค์ เป็นพระศาสดา เป็นยอด เป็นธงไชย เป็นหลัก เป็นร่มเงา เป็นที่พึ่ง เป็นประทีปส่องทาง เป็นพระพุทธเจ้าของสัตว์ทั้งหลาย น้ำในสมุทรอาจ ประมาณได้ด้วยมาตราดวง แต่ใครๆ ไม่อาจประมาณพระสัพพัญญุตญาณ ของพระองค์ได้เลย เอาดินมาชั่งดูแล้วอาจประมาณแผ่นดินได้ แต่ใครๆ ไม่อาจประมาณพระสัพพัญญุตญาณของพระองค์ได้เลย อาจวัดอากาศได้ ด้วยเชือก หรือด้วยนิ้วมือ แต่ใครๆ ไม่อาจประมาณพระสัพพัญญุตญาณ ของพระองค์ได้เลย พึงประมาณลำน้ำในมหาสมุทรและแผ่นดินทั้งหมดได้ แต่จะถือเอาพระพุทธญาณมาประมาณนั้นไม่ควร ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ จิตของสัตวโลกพร้อมทั้งเทวโลก ย่อมเป็นไป สัตว์เหล่านี้เข้าไปภายใน ข่าย คือ พระญาณของพระองค์ พระองค์ทรงบรรลุโพธิญาณอันอุดม สิ้นเชิงด้วยพระญาณใด พระสัพพัญญูก็ทรงย่ำยีอัญเดียรถีย์ด้วยพระญาณ นั้น ท่านสุรุจิ ดาบสกล่าวชมเชยด้วยคาถาเหล่านี้แล้ว ปูลาดหนังเสือ บนแผ่นดินแล้วนั่งอยู่ ท่านกล่าวไว้ในบัดนี้ว่า ขุนเขาสูงสุดหยั่งลงใน ห้วงมหรรณพ ๘๔๐๐๐ โยชน์ ขุนเขาสิเนรุทั้งด้านยาวและด้านกว้าง สูงสุด เพียงนั้น ทำให้ละเอียดได้ด้วยประเภทการนับว่าแสนโกฏิ เมื่อตั้งเครื่อง หมายไว้ พึงถึงความสิ้นไป แต่ใครๆ ไม่อาจประมาณพระสัพพัญญุตญาณ ของพระองค์ได้เลย ผู้ใดพึงเอาข่ายตาเล็กๆ ล้อมน้ำไว้ สัตว์น้ำบางเหล่า พึงเข้าไปภายในข่ายของผู้นั้น ข้าแต่พระมหาวีระ เดียรถีย์ผู้มีกิเลสหนา บางพวกก็ฉันนั้น แล่นไปถือเอาทิฏฐิผิด หลงอยู่ด้วยการลูบคลำ เดียรถีย์ เหล่านี้เข้าไปภายในข่าย ด้วยพระญาณอันบริสุทธิ์อันแสดงว่าไม่มีอะไร ห้ามได้ของพระองค์ ไม่ล่วงพระญาณของพระองค์ไปได้ ก็สมัยนั้น พระผู้ มีพระภาค พระนามว่าอโนมทัสสี ผู้มียศใหญ่ ทรงชำนะกิเลส เสด็จออก จากสมาธิแล้วทรงตรวจดูทิศ พระอัครสาวกนามว่า นิสภะ ของพระมุนี พระนามว่าอโนมทัสสี ทราบพระดำริของพระพุทธเจ้าแล้ว อันพระขีณาสพ หนึ่งแสน ผู้มีจิตสงบระงับ มั่นคง บริสุทธิ์สะอาด ได้อภิญญา ๖ คงที่ แวดล้อมแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคผู้นายกของโลก ท่านเหล่านั้นอยู่ บนอากาศ ได้ทำประทักษิณพระผู้มีพระภาคแล้วลงมาประนมอัญชลี นมัส- การอยู่ในสำนักพระพุทธเจ้า พระผู้มีพระภาค พระนามอโนมทัสสี เชฏฐ- บุรุษของโลก เป็นนระอาจหาญ ทรงชำนะกิเลส ประทับนั่งท่ามกลางภิกษุ สงฆ์ ทรงยิ้มแย้ม ภิกษุนามว่าวรุณ อุปัฏฐากของพระศาสดาพระนามว่า อโนมทัสสี ห่มผ้าเฉวียงบ่าข้างหนึ่งแล้ว ทูลถามพระผู้มีพระภาคผู้นายก ของโลกว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค อะไรเป็นเหตุให้พระศาสดาทรงยิ้มแย้ม หนอ อันพระพุทธเจ้าย่อมไม่ทรงยิ้มแย้ม เพราะไม่มีเหตุ พระผู้มีพระภาค ทรงพระนามว่าอโนมทัสสีเชษฐบุรุษของโลก เป็นนระองอาจ ประทับนั่ง ในท่ามกลางภิกษุแล้ว ได้ตรัสพระคาถานี้ว่า ผู้ใดบูชาเราด้วยดอกไม้ และ เชยชมญาณของเรา เราจักประกาศผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว เทวดาทั้งปวง พร้อมทั้งมนุษย์ ทราบพระดำรัสของพระพุทธเจ้าแล้ว ประสงค์จะฟังพระสัทธรรม จึงพากันมาเฝ้าพระสัมพุทธเจ้า หมู่ทวยเทพ ผู้มีฤทธิ์มากในหมื่นโลกธาตุ ประสงค์จะฟังพระสัทธรรม จึงพากันมาเฝ้า พระสัมพุทธเจ้า จตุรงคเสนา คือ พลช้าง พลม้า พลรถ พลเดินเท้า จักแวดล้อมผู้นี้เป็นนิจ นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า ดนตรีหกหมื่น กลองที่ประดับสวยงาม จักบำรุงผู้นี้เป็นนิจ นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระ- พุทธเจ้า หญิงล้วนแต่สาวๆ หกหมื่น ประดับประดาสวยงาม มีผ้าและ เครื่องอาภรณ์อันวิจิตร สวมแก้วมณี และกุณฑล มีหน้าแฉล้ม ยิ้มแย้ม ตะโพกผายไหล่ผึ่ง เอวเล็กเอวกลม จักห้อมล้อมผู้นี้เป็นนิจ นี้เป็นผล แห่งการบูชาพระพุทธเจ้า ผู้นี้จักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอดแสนกัลป์ จัก ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชในแผ่นดินพันครั้ง จักเป็นจอมเทวดาเสวย ราชสมบัติในเทวโลกพันครั้ง จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับ ไม่ถ้วน ครั้นถึงภพที่สุด ถึงความเป็นมนุษย์ จักคลอดจากครรภ์แห่งนาง พราหมณีชื่อสารี นระนี้จักปรากฏตามชื่อและโคตรของมารดา โดยชื่อว่า สารีบุตร จักมีปัญญาคมกล้า จักเป็นผู้ไม่มีกังวล ละทิ้งทรัพย์ประมาณ ๘๐ โกฏิแล้วออกบวช จักเที่ยวแสวงหาสันติบททั่วแผ่นดินนี้ สกุล โอกกากะสมภพ ในกัลป์อันประมาณมิได้ แต่กัลป์นี้ พระศาสดาทรง พระนามว่าโคดมโดยพระโคตร จักมีในโลก ผู้นี้จักเป็นโอรสทายาทใน ธรรมของพระศาสดาพระองค์นั้น อันธรรมนิรมิตแล้ว จักได้เป็นพระอัคร สาวกมีนามว่าสารีบุตร แม่น้ำคงคาชื่อภาคีรสีนี้ ไหลมาแต่ประเทศหิมวันต์ ย่อมไหลไปถึงมหาสมุทรยังห้วงน้ำใหญ่ให้เต็ม ฉันใด พระสารีบุตรนี้ก็ ฉันนั้น เป็นผู้อาจหาญ แกล้วกล้าในประเภทสาม ถึงที่สุดแห่งปัญญา บารมี จักยังสัตว์ทั้งหลายให้อิ่มหนำสำราญ ตั้งแต่ภูเขาหิมวันต์จนถึงมหา สมุทรสาคร ในระหว่างนี้ โดยจะนับทรายนั้นนับไม่ถ้วน การนับทราย แม้นั้น ก็อาจนับได้โดยไม่เหลือ ฉันใด ที่สุดแห่งปัญญาของพระสารี- บุตรจักไม่มี ฉันนั้นเหมือนกัน เมื่อตั้งคะแนนไว้ ทรายในแม่น้ำคงคาพึง สิ้นไป ฉันใด แต่ที่สุดแห่งปัญญาของพระสารีบุตรจักไม่เป็นฉันนั้นเลย คลื่นในมหาสมุทรโดยจะนับก็นับไม่ถ้วน ฉันใด ที่สุดแห่งปัญญาของ พระสารีบุตรจักไม่มี ฉันนั้นเหมือนกัน พระสารีบุตร ยังพระสัมพุทธเจ้า ผู้ศากยโคดมสูงสุดให้โปรดปรานแล้ว จักได้เป็นพระอัครสาวกถึงที่สุด แห่งปัญญา จักยังธรรมจักรที่พระผู้มีพระภาคศากยบุตรให้เป็นไปแล้ว ให้ เป็นไปตามโดยชอบ จักยังเมล็ดฝน คือ ธรรมให้ตกลง พระโคดมผู้ ศากยสูงสุดทรงทราบข้อนั้นทั้งมวลแล้ว จักประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุ สงฆ์ ทรงตั้งไว้ในตำแหน่งอัครสาวก โอ กุศลกรรมเราได้ทำแล้ว เราได้ ทำการบูชาพระศาสดาพระนามว่าอโนมทัสสีด้วยดอกไม้แล้ว ได้ถึงที่สุด ในที่ทุกแห่ง กรรมที่เราทำแล้วประมาณไม่ได้ พระผู้มีพระภาคทรงแสดง ผลแก่เรา ณ ที่นี้ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว เปรียบเหมือนกำลังลูกศรอัน พ้นแล้วด้วยดี เรานี้แสวงหาบทอันปัจจัยไม่ปรุงแต่ง ดับสนิท ไม่หวั่นไหว ค้นหาลัทธิทั้งปวงอยู่ ท่องเที่ยวไปแล้วในภพ คนเป็นไข้พึงแสวงหาโอสถ ต้องสั่งสมทรัพย์ไว้ทุกอย่างเพื่อพ้นจากความป่วยไข้ ฉันใด เราก็ฉันนั้น แสวงหาบทอันปัจจัยไม่ปรุงแต่ง ดับสนิท ไม่หวั่นไหว ได้บวชเป็นฤาษี ห้าร้อยครั้งไม่คั่นเลย เราทรงชฎาเลี้ยงชีวิตด้วยหาบคอน นุ่งห่มหนังเสือ ถึงที่สุดอภิญญาแล้ว ได้ไปสู่พรหมโลก ความบริสุทธิ์ในลัทธิภายนอก ไม่มี เว้นศาสนาของพระชินเจ้า สัตว์ผู้มีปัญญาทั้งปวง ย่อมบริสุทธิ์ ได้ในศาสนาของพระชินเจ้า ฉะนั้น เราจึงไม่นำเรานี้ผู้ใคร่ประโยชน์ไปใน ลัทธิภายนอก เราแสวงหาบท อันปัจจัยไม่ปรุงอยู่ เที่ยวไปสู่ลัทธิอันผิด บุรุษผู้ต้องการแก่นไม้ พึงตัดต้นกล้วยแล้วผ่าออก ก็ไม่พึงได้แก่นไม้ใน ต้นกล้วยนั้น เพราะมันว่างจากแก่น ฉันใด คนในโลก ผู้เป็นเดียรถีย์ เป็นอันมาก มีทิฏฐิต่างกัน ก็ฉันนั้น คนเหล่านั้นเป็นผู้ว่างเปล่าจาก อสังขตบท เหมือนต้นกล้วยว่างเปล่าจากแก่น ฉะนั้น ครั้นเมื่อภพถึงที่ สุดแล้ว เราได้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพราหมณ์ เราละทิ้งโภคสมบัติเป็นอันมาก แล้วออกบวชเป็นบรรพชิต. ข้าพระองค์อยู่ในสำนักพราหมณ์นามว่าสัญชัย ซึ่งเป็นผู้เล่าเรียน ทรง จำมนต์ รู้จบไตรเพท ข้าแต่พระมหาวีระ พราหมณ์ชื่ออัสสชิสาวกของ พระองค์ หาผู้เสมอได้ยาก มีเดชรุ่งเรือง เที่ยวบิณฑบาตอยู่ในกาลนั้น ข้าพระองค์ได้เห็นท่านผู้มีปัญญา เป็นมุนี มีจิตตั้งมั่นในความเป็นมุนี มีจิตสงบระงับ เป็นมหานาคแย้มบานดังดอกประทุม ครั้นข้าพระองค์เห็น ท่านผู้มีอินทรีย์ฝึกดีแล้ว มีใจบริสุทธิ์ องอาจประเสริฐ มีความเพียร จึงเกิดความคิดว่า ท่านผู้นี้จักเป็นพระอรหันต์ ท่านผู้นี้มีอิริยาบถน่า เลื่อมใส มีรูปงาม สำรวมดี จักเป็นผู้ฝึกแล้วในอุบายเครื่องฝึกอันสูงสุด จักเป็นผู้เห็นอมตบท ผิฉะนั้น เราเราพึงถามท่านผู้มีใจยินดีถึงประโยชน์ อันสูงสุด หากเราถามแล้ว ท่านจักตอบ เราจักสอบถามท่านอีก ข้าพระองค์ได้ตามไปข้างหลังของท่านซึ่งกำลังเที่ยวบิณฑบาต รอคอย โอกาสอยู่ เพื่อจะสอบถามอมตบท ข้าพระองค์เข้าไปหาท่านซึ่งพักอยู่ใน ระหว่างถนน แล้วได้ถามว่า ข้าแต่ท่านผู้เนียรทุกข์ มีความเพียร ท่าน มีโคตรอย่างไร ท่านเป็นศิษย์ของใคร ท่านอันข้าพระองค์ถามแล้ว ไม่ ครั่นคร้ามดังพระยาไกรสร พยากรณ์ว่า พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติแล้วใน โลก ฉันเป็นศิษย์ของพระองค์จ๊ะ ท่านผู้มีความเพียรใหญ่ผู้เกิดตามมียศ มาก ศาสนธรรมแห่งพระพุทธเจ้าของท่านเช่นไร ขอได้โปรดบอกแก่ ข้าพเจ้าเถิดท่าน ข้าพระองค์ถามแล้ว ท่านกล่าวบทอันลึกซึ้งละเอียด ทุกอย่าง เป็นเครื่องฆ่าลูกศร คือ ตัณหา เป็นเครื่องบรรเทาความทุกข์ ทั้งมวล ว่าธรรมเหล่าใด มีเหตุเป็นแดนเกิด พระตถาคตเจ้าตรัสเหตุแห่ง ธรรมเหล่านั้น และความดับแห่งธรรมเหล่านั้น พระมหาสมณะเจ้ามีปกติ ตรัสอย่างนี้จ๊ะ เมื่อท่านอัสสชิแก้ปัญหาแล้ว ข้าพระองค์นั้นได้บรรลุผล ที่หนึ่ง เป็นผู้ปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน เพราะได้ฟังคำสอนของ พระพุทธเจ้า ข้าพระองค์ได้ฟังคำของท่านมุนีได้เห็นธรรมอันสูงสุด จึง หยั่งลงสู่พระสัทธรรม ได้กล่าวคาถานี้ว่า ธรรมนี้แล เหมือนบทอันมี สภาพเห็นประจักษ์ ไม่มีความโศก ข้าพระองค์ไม่ได้เห็นล่วงเลยไปแล้ว หลายหมื่นกัลป์ ข้าพระองค์แสวงหาธรรมอยู่ ได้เที่ยวไปในลัทธิผิด ประโยชน์นั้นข้าพระองค์บรรลุแล้ว ไม่ใช่กาลที่เราจะประมาท ข้าพระองค์ อันท่านพระอัสสชิให้ยินดีแล้ว บรรลุบทอันไม่หวั่นไหวแสวงหาสหายอยู่ จึงได้ไปยังอาศรม สหายเห็นข้าพระองค์แต่ไกลทีเดียว อันข้าพระองค์ให้ ศึกษาดีแล้ว ถึงพร้อมด้วยอิริยาบถ ได้กล่าวคำนี้ว่า ท่านเป็นผู้มีหน้าและ ตาอันผ่องใส ย่อมจะเห็นความเป็นมุนีแน่ ท่านได้บรรลุอมตบทอันดับ สนิทไม่เคลื่อนแลหรือ ท่านมีรูปงามราวกะว่ามีความไม่หวั่นไหวอันได้ทำ แล้ว มาแล้ว ฝึกแล้วในอุบายอันฝึกแล้ว เป็นผู้สงบระงับแล้วหรือ พราหมณ์ เราได้บรรลุอมตบท อันเป็นเครื่องบรรเทาลูกศร คือ ความโศก แล้ว แม้ท่านก็จงบรรลุอมตบทนั้น เราไปสำนักพระพุทธเจ้ากันเถิด สหายผู้อันข้าพระองค์ให้ศึกษาดีแล้ว รับคำแล้ว ได้จูงมือพากันเข้ามา ยังสำนักของพระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ศากโยรส แม้ข้าพระองค์ทั้งสอง จักบวชในสำนักของพระองค์ จักขออาศัยคำสอนของพระองค์ เป็นผู้ไม่มี อาสวะอยู่ ท่านโกลิตะเป็นผู้ประเสริฐด้วยฤทธิ์ ข้าพระองค์ถึงที่สุดแห่ง ปัญญา เราทั้งสองจะร่วมกันทำพระศาสนาให้งาม เรามีความดำริยังไม่ถึง ที่สุด จึงเที่ยวไปในลัทธิผิด เพราะได้อาศัยทัสสนะของท่าน ความดำริ ของเราจึงเต็ม ต้นไม้ตั้งอยู่บนแผ่นดิน มีดอกบานตามฤดูกาล ส่งกลิ่น หอมตลบอบอวล ยังสัตว์ทั้งปวงให้ยินดี ฉันใด ข้าแต่พระมหาวีรศากโยรส ผู้มียศใหญ่ ข้าพระองค์ก็ฉันนั้น ดำรงอยู่ในศาสนธรรมของพระองค์แล้ว ย่อมเบ่งบานในสมัย ข้าพระองค์แสวงหาดอกไม้ คือ วิมุติ เป็นที่พ้น ภพสงสาร ย่อมยังสัตว์ทั้งปวงให้ยินดี ด้วยการให้ได้ดอกไม้ คือ วิมุติ ข้าแต่พระองค์ผู้มีจักษุ เว้นพระมหามุนีแล้วตลอดพุทธเขต ไม่มีใครเสมอ ด้วยปัญญาแห่งข้าพระพุทธเจ้าผู้เป็นบุตรของพระองค์ ศิษย์และบริษัทของ พระองค์ พระองค์แนะนำดีแล้ว ให้ศึกษาดีแล้ว ฝึกแล้วในอุบายเครื่อง ฝึกจิตอันสูงสุด ย่อมแวดล้อมพระองค์อยู่ทุกเมื่อ ท่านเหล่านั้นเพ่งญาณ ยินดีในญาณ เป็นนักปราชญ์ มีจิตสงบ ตั้งมั่นเป็นมุนี ถึงพร้อมด้วย ความเป็นมุนี ย่อมแวดล้อมพระองค์อยู่ทุกเมื่อ ท่านเหล่านั้นมีความ ปรารถนาน้อย มีปัญญาเป็นนักปราชญ์ มีอาหารน้อย ไม่โลเล ยินดีทั้ง ลาภและความเสื่อมลาภ ย่อมแวดล้อมพระองค์อยู่ทุกเมื่อ ท่านเหล่านั้น ถืออยู่ป่าเป็นวัตร ยินดีธุดงค์ เพ่งฌาน มีจีวรเศร้าหมอง ยินดียิ่งใน วิเวก เป็นนักปราชญ์ ย่อมแวดล้อมพระองค์อยู่ทุกเมื่อ ท่านเหล่านั้น เป็นผู้ปฏิบัติตั้งอยู่ในผล เป็นพระเสขะ พรั่งพร้อมด้วยผล หวังผล ประโยชน์อันอุดม ย่อมแวดล้อมพระองค์อยู่ทุกเมื่อ ทั้งท่านที่เป็นโสดาบัน ทั้งที่เป็นพระสกทาคามี อนาคามี และอรหันต์ ปราศจากมลทิน ย่อม แวดล้อมพระองค์อยู่ทุกเมื่อ สาวกของพระองค์เป็นอันมาก ฉลาดในสติ- ปัฏฐาน ยินดีในโพชฌงคภาวนา ทุกท่าน ย่อมแวดล้อมพระองค์ทุกเมื่อ ท่านเหล่านั้นเป็นผู้ฉลาดในอิทธิบาท ยินดีในสมาธิภาวนา หมั่นประกอบ ในสัมมัปปธาน ย่อมแวดล้อมพระองค์อยู่ทุกเมื่อ ท่านเหล่านั้นมีวิชชา ๓ มีอภิญญา ๖ ถึงที่สุดแห่งฤทธิ์ ถึงที่สุดแห่งปัญญา ย่อมแวดล้อมพระองค์ อยู่ทุกเมื่อ ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า บรรดาศิษย์ของพระองค์เช่นนี้แลหนอ ศึกษาดีแล้ว หาผู้เสมอได้ยาก มีเดชรุ่งเรืองแวดล้อมพระองค์อยู่ทุกเมื่อ พระองค์อันศิษย์เหล่านั้นผู้สำรวมแล้ว มีตบะแวดล้อมแล้วไม่ครั่นคร้าม ดังราชสีห์ ย่อมงดงามดุจพระจันทร์ ต้นไม้ตั้งอยู่บนแผ่นดินแล้วย่อม งาม ถึงความไพบูลย์ และย่อมเผล็ดผล ฉันใด ข้าแต่พระองค์ผู้ศาก- บุตร ผู้มียศใหญ่ พระองค์เป็นเช่นกับแผ่นดิน ศิษย์ทั้งหลายก็ฉันนั้น ตั้งอยู่ในศาสนาของพระองค์แล้ว ย่อมได้อมฤตผล แม่น้ำสินธู แม่น้ำ สรัสสดี แม่น้ำจันทภาคา แม่น้ำคงคา แม่น้ำยมุนา แม่น้ำสรภู และ แม่น้ำมหี เมื่อแม่น้ำเหล่านั้นไหลมา สาครย่อมรับไว้หมด แม่น้ำเหล่านี้ ย่อมละชื่อเดิม ย่อมปรากฏเป็นสาครนั้นเอง ฉันใด วรรณ ๔ เหล่านี้ก็ ฉันนั้น บวชแล้วในสำนักของพระองค์ ย่อมละชื่อเดิมทั้งมวล ปรากฏว่า เป็นบุตรของพระพุทธเจ้า เปรียบเหมือนดวงจันทร์อันปราศจากมลทิน โคจรอยู่ในอากาศ ย่อมรุ่งโรจน์ล่วงมวลหมู่ดาวในโลกด้วยรัศมี ฉันใด ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า พระองค์ก็ฉันนั้น อันศิษย์ทั้งหลายแวดล้อมแล้ว ย่อมรุ่งเรือง ก้าวล่วงเทวดาและมนุษย์ตลอดพุทธเขตทุกเมื่อ คลื่นตั้งขึ้น ในน้ำอันลึก ย่อมไม่ล่วงเลยฝั่งไปได้ คลื่นเหล่านั้นกระทบทั่วฝั่ง ย่อม เป็นระลอกเล็กน้อย เรี่ยรายหายไป ฉันใด ชนในโลกเป็นอันมากผู้เป็น เดียรถีย์ก็ฉันนั้น มีทิฏฐิต่างๆ กัน ต้องการจะข้ามธรรมของพระองค์ แต่ก็ไม่ล่วงเลยพระองค์ผู้เป็นมุนีไปได้ ข้าแต่พระองค์มีพระจักษุ ก็ถ้าชน เหล่านั้นมาถึงพระองค์ด้วยความประสงค์จะคัดค้าน เข้ามายังสำนักของ พระองค์แล้ว ย่อมกลายเป็นจุรณไป เปรียบเหมือนดอกโกมุท บัวขม และบัวเผื่อนเป็นอันมาก เกิดในน้ำ ย่อมเอิบอาบ (ฉาบ) อยู่ด้วยน้ำ และเปือกตม ฉันใด สัตว์เป็นอันมากก็ฉันนั้น เกิดแล้วในโลก ย่อม งอกงาม ไม่อิ่มด้วยราคะและโทสะ เหมือนดอกกุมุทในเปือกตม ฉะนั้น ดอกบัวหลวงเกิดในน้ำ ย่อมไพโรจน์ในท่ามกลางน้ำ มันมีเกษรบริสุทธิ์ ไม่ติดอยู่ด้วยน้ำ ฉันใด ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า พระองค์ก็ฉันนั้น เป็น มหามุนีเกิดแล้วในโลก ไม่ติดอยู่ด้วยโลก ดังดอกปทุมไม่ติดด้วยน้ำ ฉะนั้น เปรียบเหมือนดอกไม้อันเกิดในน้ำเป็นอันมาก ย่อมบานในเดือน กัตติกมาส ไม่พ้นเดือนนั้นไป สมัยนั้นเป็นสมัยดอกไม้น้ำบาน ฉันใด ข้าแต่พระองค์ผู้ศากยบุตร พระองค์ก็ฉันนั้น เป็นผู้บานแล้วด้วยวิมุติ ของพระองค์ สัตว์ทั้งหลายไม่ล่วงเลยศาสนาของพระองค์ ดังดอกบัวเกิด ในน้ำย่อมบานไม่พ้นเดือนกัตติกมาส ฉะนั้น เปรียบเหมือนพระยาไม้รัง ดอกบานสะพรั่ง กลิ่นหอมตลบไป อันไม้รังอื่นแวดล้อมแล้วย่อมงามยิ่ง ฉันใด ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า พระองค์ก็ฉันนั้น บานแล้วด้วยพระพุทธ- ญาณ อันภิกษุสงฆ์แวดล้อมแล้ว ย่อมงามเหมือนพระยาไม้รัง ฉะนั้น เปรียบเหมือนภูเขาหินหิมวา เป็นโอสถของปวงสัตว์ เป็นที่อยู่ของพวก นาค อสูร และเทวดาทั้งหลาย ฉันใด ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า พระองค์ ก็ฉันนั้น เป็นโอสถของมวลสัตว์ ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า บุคคลผู้บรรลุ เตวิชชา บรรลุอภิญญา ๖ ถึงที่สุดแห่งฤทธิ์ ผู้ที่พระองค์ทรงพระกรุณา พร่ำสอนแล้ว ย่อมยินดีด้วยความยินดีในธรรม ย่อมอยู่ในศาสนาของ พระองค์ เปรียบเหมือนราชสีห์ผู้พระยาเนื้อ ออกจากถ้ำที่อยู่แล้วเหลียว ดูทิศทั้ง ๔ แล้วบันลือสีหนาท ๓ ครั้ง เมื่อราชสีห์คำราม เนื้อทั้งปวง ย่อมสะดุ้ง แท้จริง ราชสีห์ผู้มีชาตินี้ ย่อมยังสัตว์เลี้ยงให้สะดุ้งทุกเมื่อ ฉันใด ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า เมื่อพระองค์ทรงบันลืออยู่ พสุธานี้ย่อม หวั่นไหว สัตว์ผู้ควรจะตรัสรู้ย่อมตื่น หมู่มารย่อมสะดุ้งฉันนั้น ข้าแต่ พระมหามุนี เมื่อพระองค์ทรงบันลืออยู่ ปวงเดียรถีย์ย่อมสะดุ้ง ดังฝูงกา เหยี่ยวและเนื้อ วิ่งกระเจิงเพราะราชสีห์ ฉะนั้น ผู้เป็นเจ้าคณะทั้งปวง ชนทั้งหลายเรียกว่าเป็นพระศาสดาในโลก ท่านเหล่านั้น ย่อมแสดง ธรรมอันสืบๆ กันมาแก่บริษัท ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า ส่วนพระองค์ไม่ ทรงแสดงธรรมแก่มวลสัตว์อย่างนั้น ตรัสรู้สัจจะทั้งหลายและพระโพธิปัก- ขิยธรรมด้วยพระองค์เองแล้ว ทรงทราบอัธยาศัย กิเลส อินทรีย์ พละ และมิใช่พละ ทรงทราบภัพบุคคลและอภัพบุคคลแล้ว จึงทรงบันลือ เหมือนมหาเมฆ บริษัทพึงนั่งอยู่เต็มตลอดที่สุดจักรวาล มีทิฏฐิต่างๆ กัน คิดต่างๆ กัน เพื่อจะทรงตัดความสงสัยของบริษัทเหล่านั้น พระองค์ผู้ เป็นมุนี ทรงทราบจิตของบริษัททั้งปวง ทรงฉลาดในข้ออุปมาตรัสแก้ ปัญหาข้อเดียวเท่านั้น ก็ทรงตัดความสงสัยของสัตว์ทั้งหลายได้ แผ่นดิน พึงเต็มด้วยต้นไม้ หญ้า (และมนุษย์) ทั้งหลาย มนุษย์ทั้งหมดนั้น ประนมมืออัญชลีสรรเสริญพระองค์ผู้นายกโลก หรือว่าเขาเหล่านั้น สรรเสริญอยู่ตลอดกัลป์ พึงสรรเสริญด้วยคุณต่างๆ ก็ไม่สรรเสริญคุณให้ สิ้นสุดประมาณได้ พระตถาคตเจ้ามีพระคุณหาประมาณมิได้ ด้วยว่า พระมหาชินเจ้า อันใครๆ สรรเสริญและด้วยกำลังของตนเหมือนอย่างนั้น ชนทั้งหลายสรรเสริญจนที่สุดกัลป์ ก็พึงสรรเสริญอย่างนี้ๆ ถ้าแหละว่า ใครๆ เป็นเทวดาหรือมนุษย์ผู้ศึกษาดีแล้ว พึงสรรเสริญให้สุดประมาณ ผู้นั้นก็พึงได้ความลำบากเท่านั้น ข้าแต่พระองค์ผู้ศากยบุตร มียศมาก ข้าพระองค์ตั้งอยู่ในศาสนาของพระองค์ ถึงที่สุดแห่งปัญญาแล้ว เป็นผู้หา อาสวะมิได้อยู่ ข้าพระองค์จะย่ำยีพวกเดียรถีย์ ยังศาสนาของพระชินเจ้า ให้เป็นไป วันนี้เป็นวันธรรมเสนาบดี ในศาสนาของพระผู้มีพระภาค ศากยบุตร กรรมที่ข้าพระองค์ทำแล้วหาประมาณมิได้ แสดงผลแก่ข้า พระองค์ ณ ที่นี้ ข้าพระองค์เผากิเลสได้แล้ว ดังกำลังลูกศรพ้นดีแล้ว มนุษย์คนใดคนหนึ่งเทิน (ทูน) ของหนักไว้บนศีรษะเสมอ ต้องลำบาก ด้วยภาระฉันใด อันภาระเราต้องแบกอยู่ ฉันนั้น เราถูกไฟ ๓ กองเผาอยู่ เป็นทุกข์ด้วยการแบกภาระในภพ ท่องเที่ยวไปในภพทั้งหลาย เหมือน ถอนขุนเขาสิเนรุ ฉะนั้น ก็ (บัดนี้) เราปลงภาระลงแล้ว กำจัดภพทั้ง หลายได้แล้ว กิจที่ควรทำทุกอย่างในศาสนาของพระผู้มีพระภาคศากยบุตร เราทำเสร็จแล้ว ในกำหนดพุทธเขต เว้นพระผู้มีพระภาคศากยบุตร เรา เป็นผู้เลิศด้วยปัญญา ไม่มีใครเหมือนเรา (ด้วยปัญญา) เราเป็นผู้ฉลาด ในสมาธิ ถึงที่สุดแห่งฤทธิ์ วันนี้เราปรารถนาจะนิรมิตคนสักพันคนก็ได้ พระมหามุนีทรงเป็นผู้ชำนาญในอนุปุพพวิหารธรรม ตรัสคำสั่งสอนแก่เรา นิโรธเป็นที่นอนของเรา เรามีทิพยจักษุอันหมดจด เราเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ หมั่นประกอบในสัมมัปปธาน ยินดีในการเจริญโพชฌงค์ อันกิจทุกอย่างที่ พระสาวกพึงทำ เราทำเสร็จแล้วแล เว้นพระโลกนาถแล้ว ไม่มีใคร เสมอด้วยเรา เป็นผู้ฉลาดในสมาบัติ ได้ฌานและวิโมกข์เร็วพลัน ยินดี ในการเจริญโพชฌงค์ ถึงที่สุดแห่งสาวกคุณ เราทั้งหลายมีความเคารพ ในอุดมบุรุษ ด้วยการถูกต้องสาวกคุณ ด้วยปัญญาเครื่องตรัสรู้ จิตของ เราสงเคราะห์เพื่อนพรหมจรรย์ด้วยศรัทธาทุกเมื่อ เรามีมานะและความ เขลา (กระด้าง) วางเสียแล้ว ดุจงูถูกถอนเขี้ยวแล้ว ดังโคอุสภราชถูก ตัดเขาเสียแล้ว เข้าไปหาหมู่คณะด้วยคารวะหนัก ถ้าปัญญาของเราพึงมี รูป ก็พึงเสมอด้วยพระเจ้าแผ่นดินทั้งหลาย นี้เป็นผลแห่งการชมเชยพระ ญาณของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าอโนมทัสสี เราย่อมยังธรรมจักรอัน พระผู้มีพระภาคศากยบุตรผู้คงที่ ให้เป็นไปแล้ว ให้เป็นไปตามโดยชอบ นี้เป็นผลแห่งการชมเชยพระญาณ บุคคลผู้มีความปรารถนาลามก ผู้เกียจ คร้าน ผู้ละความเพียร ผู้มีสุตะน้อย และผู้ไม่มีอาจาระ อย่าได้สมาคม กับเราในที่ไหนๆ สักครั้งเลย ส่วนบุคคลผู้มีสุตะมาก ผู้มีเมธา ผู้ตั้ง มั่นอยู่ด้วยดีในศีลทั้งหลาย และผู้ประกอบด้วยสมถะทางใจ ขอจงตั้งอยู่ บนกระหม่อมของเรา เหตุนั้น เราจึงขอกล่าวกะท่านทั้งหลาย ขอความ เจริญจงมีแก่ท่านทั้งหลาย ผู้มาประชุมกันในสมาคมนี้ ท่านทั้งหลายจงมี ความปรารถนาน้อย สันโดษ ให้ทานทุกเมื่อ เราเป็นผู้ปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน เพราะเห็นท่านอัสสชิก่อน ท่านพระสาวกนามว่าอัสสชิ นั้น เป็นอาจารย์ของเรา เป็นนักปราชญ์ เราเป็นสาวกของท่าน วันนี้ เป็นวันธรรมเสนาบดี ถึงที่สุดในที่ทุกแห่ง เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ ท่าน พระสาวกนามว่าอัสสชิ เป็นอาจารย์ของเรา ย่อมอยู่ในทิศใด เราย่อม ทำท่านไว้เหนือศีรษะในทิศนั้น (นอนผันศีรษะไปทางทิศนั้น) พระโคดม ศากยบุตรพุทธเจ้า ทรงระลึกถึงกรรมของเราแล้วประทับนั่งใน (ท่าม กลาง) ภิกษุสงฆ์ ทรงตั้งเราไว้ในตำแหน่งอันเลิศ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว พระพุทธ- ศาสนาเราก็ทำเสร็จแล้ว ฉะนี้แล. ทราบว่า ท่านพระสารีบุตรเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (925 ประโยค)
tha-ap3:2.2 #
หิมวนฺตสฺส อวิทูเร ลมฺพโก นาม ปพฺพโต✎ ร่าง
lambako nāma pabbato;
tha-ap3:2.3 #
อสฺสโม สุกโต มยฺหํ✎ ร่าง
Assamo sukato mayhaṁ,
tha-ap3:2.4 #
ปณฺณสาลา สุมาปิตา ฯ✎ ร่าง
paṇṇasālā sumāpitā.
tha-ap3:3.1 #
อุตฺตานกูลา นทิกา✎ ร่าง
Uttānakūlā nadikā,
tha-ap3:3.2 #
สุปติตฺถา มโนรมา✎ ร่าง
supatitthā manoramā;
tha-ap3:3.3 #
สุสุทฺธปุฬินากิณฺณา✎ ร่าง
Susuddhapulinākiṇṇā,
tha-ap3:3.4 #
อวิทูเร มมสฺสมํ ฯ✎ ร่าง
avidūre mamassamaṁ.
tha-ap3:4.1 #
อสกฺขรา อปพฺภารา✎ ร่าง
Asakkharā apabbhārā,
tha-ap3:4.2 #
สาทุ อปฺปฏิคนฺธิกา✎ ร่าง
sādu appaṭigandhikā;
tha-ap3:4.3 #
สนฺทนฺติ นทิกา ตตฺถ✎ ร่าง
Sandatī nadikā tattha,
tha-ap3:4.4 #
โสภยนฺตา มมสฺสมํ ฯ✎ ร่าง
sobhayantā mamassamaṁ.
tha-ap3:5.1 #
กุมฺภีลา มกรา เจตฺถ✎ ร่าง
Kumbhīlā makarā cettha,
tha-ap3:5.2 #
สุํสุมารา จ กจฺฉปา สนฺท✎ ร่าง
susumārā ca kacchapā;
tha-ap3:5.3 #
นฺติ ๑- นทิยา ตตฺถ✎ ร่าง
Caranti nadiyā tattha,
tha-ap3:5.4 #
โสภยนฺตา มมสฺสมํ ฯ✎ ร่าง
sobhayantā mamassamaṁ.
tha-ap3:6.1 #
ปาฐีนา ปาวุสา มจฺฉา ว✎ ร่าง
Pāṭhīnā pāvusā macchā,
tha-ap3:6.2 #
ลชา มุญฺชโรหิตา✎ ร่าง
balajā muñjarohitā;
tha-ap3:6.3 #
วคฺคุฬา ปปตายนฺติ✎ ร่าง
Vaggaḷā papatāyantā,
tha-ap3:6.4 #
โสภยนฺตา มมสฺสมํ ฯ✎ ร่าง
sobhayanti mamassamaṁ.
tha-ap3:7.1 #
อุโภกูเลสุ นทิยา✎ ร่าง
Ubho kūlesu nadiyā,
tha-ap3:7.2 #
ปุปฺผิโน ผลิโน ทุมา✎ ร่าง
pupphino phalino dumā;
tha-ap3:7.3 #
อุภโต อติลมฺพนฺติ✎ ร่าง
Ubhato abhilambantā,
tha-ap3:7.4 #
โสภยนฺตา มมสฺสมํ ฯ✎ ร่าง
sobhayanti mamassamaṁ.
tha-ap3:8.1 #
อมฺพา สาลา จ ติลกา✎ ร่าง
Ambā sālā ca tilakā,
tha-ap3:8.2 #
ปาฏลี สินฺทุวาริตา✎ ร่าง
pāṭalī sinduvārakā;
tha-ap3:8.3 #
ทิพฺพา คนฺธา สมฺปวนฺติ✎ ร่าง
Dibbagandhā sampavanti,
tha-ap3:8.4 #
ปุปฺผิตา มม อสฺสเม ฯ✎ ร่าง
pupphitā mama assame.
tha-ap3:9.1 #
จมฺปกา สลฬา นีปา✎ ร่าง
Campakā saḷalā nīpā,
tha-ap3:9.2 #
นาคปุนฺนาคเกตกา✎ ร่าง
nāgapunnāgaketakā;
tha-ap3:9.3 #
ทิพฺพา คนฺธา สมฺปวนฺติ✎ ร่าง
Dibbagandhā sampavanti,
tha-ap3:9.4 #
ปุปฺผิตา มม อสฺสเม ฯ✎ ร่าง
pupphitā mama assame.
tha-ap3:10.1 #
อติมุตฺตา อโสกา จ✎ ร่าง
Atimuttā asokā ca,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.23
tha-ap3:10.2 #
ภคินีมาลา จ ปุปฺผิตา✎ ร่าง
bhaginīmālā ca pupphitā;
tha-ap3:10.3 #
องฺโกลา พิมฺพิชาลา จ✎ ร่าง
Aṅkolā bimbijālā ca,
tha-ap3:10.4 #
ปุปฺผิตา มม อสฺสเม ฯ✎ ร่าง
pupphitā mama assame.
tha-ap3:11.1 #
เกตกา กทลี เจว เกพ✎ ร่าง
Ketakā kandali ceva,
อ้างอิงPTS 1.16
tha-ap3:11.2 #
ุกา ติณสูลิกา✎ ร่าง
godhukā tiṇasūlikā;
tha-ap3:11.3 #
ทิพฺพา ๑- คนฺธา สมฺปวนฺติ✎ ร่าง
Dibbagandhaṁ sampavantā,
tha-ap3:11.4 #
โสภยนฺตา มมสฺสมํ ฯ✎ ร่าง
sobhayanti mamassamaṁ.
tha-ap3:12.1 #
กณิกา กณฺณิการา จ✎ ร่าง
Kaṇikārā kaṇṇikā ca,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.13
tha-ap3:12.2 #
อสนา อญฺชนา พหู✎ ร่าง
asanā ajjunā bahū;
tha-ap3:12.3 #
ทิพฺพา ๑- คนฺธา สมฺปวนฺติ✎ ร่าง
Dibbagandhaṁ sampavantā,
tha-ap3:12.4 #
โสภยนฺตา มมสฺสมํ ฯ✎ ร่าง
sobhayanti mamassamaṁ.
tha-ap3:13.1 #
ปุณฺณาวา ๒- คิริปุณฺณาวา✎ ร่าง
Punnāgā giripunnāgā,
tha-ap3:13.2 #
โกวิฬารา จ ปุปฺผิตา✎ ร่าง
koviḷārā ca pupphitā;
tha-ap3:13.3 #
ทิพฺพา ๑- คนฺธา สมฺปวนฺติ✎ ร่าง
Dibbagandhaṁ sampavantā,
tha-ap3:13.4 #
โสภยนฺตา มมสฺสมํ ฯ✎ ร่าง
sobhayanti mamassamaṁ.
tha-ap3:14.1 #
อุทฺทาลกา จ กุฏชา✎ ร่าง
Uddhālakā ca kuṭajā,
tha-ap3:14.2 #
กทมฺพา พกุลา พหู✎ ร่าง
kadambā vakulā bahū;
tha-ap3:14.3 #
ทิพฺพา ๑- คนฺธา สมฺปวนฺติ✎ ร่าง
Dibbagandhaṁ sampavantā,
tha-ap3:14.4 #
โสภยนฺตา มมสฺสมํ ฯ✎ ร่าง
sobhayanti mamassamaṁ.
tha-ap3:15.1 #
อาฬกา อิสิมุคฺคา จ✎ ร่าง
Āḷakā isimuggā ca,
tha-ap3:15.2 #
กทลี มาตุลุงฺคิโย✎ ร่าง
kadalimātuluṅgiyo;
tha-ap3:15.3 #
คนฺโธทเกน สํวฑฺฒา✎ ร่าง
Gandhodakena saṁvaḍḍhā,
tha-ap3:15.4 #
ผลานิ ธารยนฺติ เต ฯ✎ ร่าง
phalāni dhārayanti te.
tha-ap3:16.1 #
อญฺเญ ปุปฺผนฺติ ปทุมา✎ ร่าง
Aññe pupphanti padumā,
tha-ap3:16.2 #
อญฺเญ ชายนฺติ เกสรี✎ ร่าง
aññe jāyanti kesarī;
tha-ap3:16.3 #
อญฺเญ โอปุปฺผา ปทุมา✎ ร่าง
Aññe opupphā padumā,
tha-ap3:16.4 #
ปุปฺผิตา ตฬเก ตทา ฯ✎ ร่าง
pupphitā taḷāke tadā.
tha-ap3:17.1 #
คพฺภํ คณฺหนฺติ ปทุมา✎ ร่าง
Gabbhaṁ gaṇhanti padumā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.26
tha-ap3:17.2 #
นิทฺธาวนฺติ มุฬาลิโย✎ ร่าง
niddhāvanti mulāḷiyo;
tha-ap3:17.3 #
สิงฺฆาฏปตฺตมากิณฺณา✎ ร่าง
Siṅghāṭipattamākiṇṇā,
tha-ap3:17.4 #
โสภยนฺติ ตฬเก ตทา ฯ✎ ร่าง
sobhanti taḷāke tadā.
tha-ap3:18.1 #
นยิตา อมฺพคณฺฑี จ✎ ร่าง
Nayitā ambagandhī ca,
tha-ap3:18.2 #
อุตฺตรา ๔- หิ พนฺธุชีวกา✎ ร่าง
uttalī bandhujīvakā;
tha-ap3:18.3 #
ทิพฺพา คนฺธา สมฺปวนฺติ✎ ร่าง
Dibbagandhā sampavanti,
tha-ap3:18.4 #
ปุปฺผิตา ตฬเก ตทา ฯ✎ ร่าง
pupphitā taḷāke tadā.
tha-ap3:19.1 #
ปาฐีนา ปาวุสา มจฺฉา ว✎ ร่าง
Pāṭhīnā pāvusā macchā,
tha-ap3:19.2 #
ลชา มุญฺชโรหิตา✎ ร่าง
balajā muñjarohitā;
tha-ap3:19.3 #
สงฺกุลา มคฺคุรา เจว✎ ร่าง
Saṅgulā maggurā ceva,
tha-ap3:19.4 #
วสนฺติ ตฬเก ตทา ฯ✎ ร่าง
vasanti taḷāke tadā.
tha-ap3:20.1 #
กุมฺภีลา สุํสุมารา จ✎ ร่าง
Kumbhīlā susumārā ca,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.24
tha-ap3:20.2 #
ตนฺติคฺคาหา จ รกฺขสา✎ ร่าง
tantigāhā ca rakkhasā;
tha-ap3:20.3 #
โอคาหา ๑- อชครา จ✎ ร่าง
Oguhā ajagarā ca,
tha-ap3:20.4 #
วสนฺติ ตฬเก ตทา ฯ✎ ร่าง
vasanti taḷāke tadā.
tha-ap3:21.1 #
ปาเรวตา รวิหํสา✎ ร่าง
Pārevatā ravihaṁsā,
tha-ap3:21.2 #
จกฺกวากา นทีจรา✎ ร่าง
cakkavākā nadīcarā;
tha-ap3:21.3 #
โกกิลา สุวสาลิกา✎ ร่าง
Kokilā sukasāḷikā,
tha-ap3:21.4 #
อุปชีวนฺติ ตํ สรํ ฯ✎ ร่าง
upajīvanti taṁ saraṁ.
tha-ap3:22.1 #
กุกฺกุตฺถกา กุฬีรกา✎ ร่าง
Kukkutthakā kuḷīrakā,
tha-ap3:22.2 #
วเน โปกฺขรสาตกา✎ ร่าง
vane pokkharasātakā;
tha-ap3:22.3 #
ทินฺทิภา สุวโปตา จ✎ ร่าง
Dindibhā suvapotā ca,
tha-ap3:22.4 #
อุปชีวนฺติ ตํ สรํ ฯ✎ ร่าง
upajīvanti taṁ saraṁ.
tha-ap3:23.1 #
หํสา โกญฺจา มยุรา จ✎ ร่าง
Haṁsā koñcā mayūrā ca,
อ้างอิงPTS 1.17
tha-ap3:23.2 #
โกกิลา ลมฺพจูฬกา ๒- จ✎ ร่าง
kokilā tambacūḷakā;
tha-ap3:23.3 #
มฺปกา ชีวชีวา จ✎ ร่าง
Pammakā jīvaṁjīvā ca,
tha-ap3:23.4 #
อุปชีวนฺติ ตํ สรํ ฯ✎ ร่าง
upajīvanti taṁ saraṁ.
tha-ap3:24.1 #
โกสิกา โปฏฺฐสีสา จ✎ ร่าง
Kosikā poṭṭhasīsā ca,
tha-ap3:24.2 #
กุรรา เสนกา พหู✎ ร่าง
kurarā senakā bahū;
tha-ap3:24.3 #
มหากาฬา จ สกุณา✎ ร่าง
Mahākāḷā ca sakuṇā,
tha-ap3:24.4 #
อุปชีวนฺติ ตํ สรํ ฯ✎ ร่าง
upajīvanti taṁ saraṁ.
tha-ap3:25.1 #
ปสทา ๓- มิคา วราหา จ วก✎ ร่าง
Pasadā ca varāhā ca,
tha-ap3:25.2 #
า เภรณฺฑกา พหู✎ ร่าง
camarā gaṇḍakā bahū;
tha-ap3:25.3 #
โรหิจฺจา สุตฺตโปตา ๔- จ✎ ร่าง
Rohiccā sukapotā ca,
tha-ap3:25.4 #
อุปชีวนฺติ ตํ สรํ ฯ✎ ร่าง
upajīvanti taṁ saraṁ.
tha-ap3:26.1 #
สีหา พฺยคฺฆา จ ทีปิ จ✎ ร่าง
Sīhabyagghā ca dīpī ca,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.14
tha-ap3:26.2 #
อจฺฉโกกตรจฺฉภิ✎ ร่าง
acchakokataracchakā;
tha-ap3:26.3 #
ติธปฺปภินฺนา มาตงฺคา✎ ร่าง
Tidhā pabhinnamātaṅgā,
tha-ap3:26.4 #
อุปชีวนฺติ ตํ สรํ ฯ✎ ร่าง
upajīvanti taṁ saraṁ.
tha-ap3:27.1 #
กินฺนรา วานรา เจว✎ ร่าง
Kinnarā vānarā ceva,
tha-ap3:27.2 #
อโถปิ วนกมฺมิกา✎ ร่าง
athopi vanakammikā;
tha-ap3:27.3 #
เจตา จ ลุทฺทกา เจว✎ ร่าง
Cetā ca luddakā ceva,
tha-ap3:27.4 #
อุปชีวนฺติ ตํ สรํ ฯ✎ ร่าง
upajīvanti taṁ saraṁ.
tha-ap3:28.1 #
ตินฺทุกานิ ปิยาลานิ✎ ร่าง
Tindukāni piyālāni,
tha-ap3:28.2 #
มธุกา กาสมาริโย✎ ร่าง
madhuke kāsumāriyo;
tha-ap3:28.3 #
ธุวํ ผลานิ ธาเรนฺติ✎ ร่าง
Dhuvaṁ phalāni dhārenti,
tha-ap3:28.4 #
อวิทูเร มมสฺสมํ ฯ✎ ร่าง
avidūre mamassamaṁ.
tha-ap3:29.1 #
โกสุมฺภา ๖- สลฬา นีปา✎ ร่าง
Kosambā saḷalā nimbā,
tha-ap3:29.2 #
สารผลสมายุตา✎ ร่าง
sāduphalasamāyutā;
tha-ap3:29.3 #
ธุวํ ผลานิ ธาเรนฺติ✎ ร่าง
Dhuvaṁ phalāni dhārenti,
tha-ap3:29.4 #
อวิทูเร มมสฺสมํ ฯ✎ ร่าง
avidūre mamassamaṁ.
tha-ap3:30.1 #
หรีตกา อามลกา✎ ร่าง
Harītakā āmalakā,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.25
tha-ap3:30.2 #
อมฺพา ชมฺพู วิเภทกา✎ ร่าง
ambajambuvibhītakā;
tha-ap3:30.3 #
โกลา ภลฺลาตกา พิลฺลา✎ ร่าง
Kolā bhallātakā billā,
tha-ap3:30.4 #
ผลานิ ธารยนฺติ เต ฯ✎ ร่าง
phalāni dhārayanti te.
tha-ap3:31.1 #
อาลุวา จ กลมฺพา จ✎ ร่าง
Āluvā ca kaḷambā ca,
tha-ap3:31.2 #
พิฬาลิตกฺกฬานิ จ✎ ร่าง
biḷālītakkaḷāni ca;
tha-ap3:31.3 #
ชีวกา สมฺพกา เจว✎ ร่าง
Jīvakā sutakā ceva,
tha-ap3:31.4 #
พหุกา มม อสฺสเม ฯ✎ ร่าง
bahukā mama assame.
tha-ap3:32.1 #
อสฺสมสฺสาวิทูรมฺหิ✎ ร่าง
Assamassāvidūramhi,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.28
tha-ap3:32.2 #
ตฬากาสิ ๑- สุนิมฺมิตา✎ ร่าง
taḷākāsuṁ sunimmitā;
tha-ap3:32.3 #
อจฺโฉทกา สีตชลา✎ ร่าง
Acchodakā sītajalā,
tha-ap3:32.4 #
สุปติตฺถา มโนรมา ฯ✎ ร่าง
supatitthā manoramā.
tha-ap3:33.1 #
ปทุมุปฺปลสญฺฉนฺนา✎ ร่าง
Padumuppalasañchannā,
tha-ap3:33.2 #
ปุณฺฑรีกสมายุตา✎ ร่าง
puṇḍarīkasamāyutā;
tha-ap3:33.3 #
มนฺทาลเกหิ สญฺฉนฺนา✎ ร่าง
Mandālakehi sañchannā,
tha-ap3:33.4 #
ทิพฺโพ คนฺโธ ปวายติ ฯ✎ ร่าง
dibbagandho pavāyati.
tha-ap3:34.1 #
เอวํ สพฺพงฺคสมฺปนฺเน✎ ร่าง
Evaṁ sabbaṅgasampanne,
tha-ap3:34.2 #
ปุปฺผิเต ผลิเต วเน✎ ร่าง
pupphite phalite vane;
tha-ap3:34.3 #
สุกเต อสฺสเม รมฺเม✎ ร่าง
Sukate assame ramme,
tha-ap3:34.4 #
วิหรามิ อหํ ตทา ฯ✎ ร่าง
viharāmi ahaṁ tadā.
tha-ap3:35.1 #
สีลวา วตฺตสมฺปนฺโน✎ ร่าง
Sīlavā vatasampanno,
tha-ap3:35.2 #
ฌายี ฌานรโต สทา✎ ร่าง
jhāyī jhānarato sadā;
tha-ap3:35.3 #
ปญฺจาภิญฺญาพลปฺปตฺโต✎ ร่าง
Pañcābhiññābalappatto,
tha-ap3:35.4 #
สุรุจิ นาม ตาปโส ฯ✎ ร่าง
suruci nāma tāpaso.
tha-ap3:36.1 #
จตุพฺพีสสหสฺสานิ✎ ร่าง
Catuvīsasahassāni,
tha-ap3:36.2 #
สิสฺสา มยฺหํ อุปฏฺฐหุํ✎ ร่าง
sissā mayhaṁ upaṭṭhahuṁ;
tha-ap3:36.3 #
สพฺเพว พฺราหฺมณา เอเต✎ ร่าง
Sabbeva brāhmaṇā ete,
tha-ap3:36.4 #
ชาติมนฺโต ยสสฺสิโน ฯ✎ ร่าง
jātimanto yasassino.
tha-ap3:37.1 #
ลกฺขเณ อิติหาเส จ✎ ร่าง
Lakkhaṇe itihāse ca,
tha-ap3:37.2 #
สนิฆณฺฑุสเกฏุเภ✎ ร่าง
sanighaṇṭusakeṭubhe;
tha-ap3:37.3 #
ปทกา เวยฺยากรณา✎ ร่าง
Padakā veyyākaraṇā,
tha-ap3:37.4 #
สทฺธมฺเม ปารมึ คตา ฯ✎ ร่าง
sadhamme pāramiṁ gatā.
tha-ap3:38.1 #
อุปฺปาเตสุ นิมิตฺเตสุ✎ ร่าง
Uppātesu nimittesu,
อ้างอิงPTS 1.18
tha-ap3:38.2 #
ลกฺขเณสุ จ โกวิทา✎ ร่าง
lakkhaṇesu ca kovidā;
tha-ap3:38.3 #
ปฐพฺยา ภุมฺมนฺตลิกฺเข✎ ร่าง
Pathabyā bhūmantalikkhe,
tha-ap3:38.4 #
มม สิสฺสา สุสิกฺขิตา ฯ✎ ร่าง
mama sissā susikkhitā.
tha-ap3:39.1 #
อปฺปิจฺฉา นิปกา เอเต✎ ร่าง
Appicchā nipakā ete,
tha-ap3:39.2 #
อปฺปาหารา อโลลุปา✎ ร่าง
appāhārā alolupā;
tha-ap3:39.3 #
ลาภาลาเภน สนฺตุฏฺฐา✎ ร่าง
Lābhālābhena santuṭṭhā,
tha-ap3:39.4 #
ปริวาเรนฺติ มํ สทา ฯ✎ ร่าง
parivārenti maṁ sadā.
tha-ap3:40.1 #
ฌายี ฌานรตา ธีรา✎ ร่าง
Jhāyī jhānaratā dhīrā,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.26 · ฉัฏฐสังคายนา 57.15
tha-ap3:40.2 #
สนฺตจิตฺตา สมาหิตา✎ ร่าง
santacittā samāhitā;
tha-ap3:40.3 #
อากิญฺจญฺญํ ปตฺถยนฺตา✎ ร่าง
Ākiñcaññaṁ patthayantā,
tha-ap3:40.4 #
ปริวาเรนฺติ มํ สทา ฯ✎ ร่าง
parivārenti maṁ sadā.
tha-ap3:41.1 #
อภิญฺญาปารมิปฺปตฺตา✎ ร่าง
Abhiññāpāramippattā,
tha-ap3:41.2 #
เปตฺติเก โคจเร รตา✎ ร่าง
pettike gocare ratā;
tha-ap3:41.3 #
อนฺตลิกฺขจรา ธีรา✎ ร่าง
Antalikkhacarā dhīrā,
tha-ap3:41.4 #
ปริวาเรนฺติ มํ สทา ฯ✎ ร่าง
parivārenti maṁ sadā.
tha-ap3:42.1 #
สํวุตา ฉสุ ทฺวาเรสุ✎ ร่าง
Saṁvutā chasu dvāresu,
tha-ap3:42.2 #
อเนญฺชา รกฺขิตินฺทฺริยา✎ ร่าง
anejā rakkhitindriyā;
tha-ap3:42.3 #
อสํสฏฺฐา จ เต ธีรา✎ ร่าง
Asaṁsaṭṭhā ca te dhīrā,
tha-ap3:42.4 #
มม สิสฺสา ทุราสทา ฯ✎ ร่าง
mama sissā durāsadā.
tha-ap3:43.1 #
ปลฺลงฺเกน นิสชฺชาย✎ ร่าง
Pallaṅkena nisajjāya,
tha-ap3:43.2 #
ฐานา จงฺกมเนน จ✎ ร่าง
ṭhānacaṅkamanena ca;
tha-ap3:43.3 #
วีตินาเมนฺติ เต รตฺตึ✎ ร่าง
Vītināmenti te rattiṁ,
tha-ap3:43.4 #
มม สิสฺสา ทุราสทา ฯ✎ ร่าง
mama sissā durāsadā.
tha-ap3:44.1 #
รชฺชนีเย น รชฺชนฺติ โ✎ ร่าง
Rajanīye na rajjanti,
tha-ap3:44.2 #
ทสนีเย น ทุสฺสเร✎ ร่าง
dussanīye na dussare;
tha-ap3:44.3 #
โมหนีเย น มุยฺหนฺติ✎ ร่าง
Mohanīye na muyhanti,
tha-ap3:44.4 #
มม สิสฺสา ทุราสทา ฯ✎ ร่าง
mama sissā durāsadā.
tha-ap3:45.1 #
อิทฺธึ วิมํสมานา เต✎ ร่าง
Iddhiṁ vīmaṁsamānā te,
tha-ap3:45.2 #
วตฺตนฺติ นิจฺจกาลิกํ✎ ร่าง
vattanti niccakālikaṁ;
tha-ap3:45.3 #
ปฐวึ เต ปกมฺเปนฺติ✎ ร่าง
Pathaviṁ te pakampenti,
tha-ap3:45.4 #
สารมฺเภน ทุราสทา ฯ✎ ร่าง
sārambhena durāsadā.
tha-ap3:46.1 #
กีฬมานาว เต สิสฺสา✎ ร่าง
Kīḷamānā ca te sissā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.30
tha-ap3:46.2 #
กีฬนฺติ ฌานกีฬิตํ✎ ร่าง
kīḷanti jhānakīḷitaṁ;
tha-ap3:46.3 #
ชมฺพุโต ผลมาเนนฺติ✎ ร่าง
Jambuto phalamānenti,
tha-ap3:46.4 #
มม สิสฺสา ทุราสทา ฯ✎ ร่าง
mama sissā durāsadā.
tha-ap3:47.1 #
อญฺเญ คจฺฉนฺติ โคยานํ✎ ร่าง
Aññe gacchanti goyānaṁ,
tha-ap3:47.2 #
อญฺเญ ปุพฺพวิเทหนํ✎ ร่าง
aññe pubbavidehakaṁ;
tha-ap3:47.3 #
อญฺเญ จ อุตฺตรกุรุํ มม✎ ร่าง
Aññe ca uttarakuruṁ,
tha-ap3:47.4 #
สิสฺสา ทุราสทา ฯ✎ ร่าง
esanāya durāsadā.
tha-ap3:48.1 #
ปุรโต เปเสนฺติ เต ขารึ✎ ร่าง
Purato pesenti khāriṁ,
tha-ap3:48.2 #
ปจฺฉโต จ วชนฺติ เต✎ ร่าง
pacchato ca vajanti te;
tha-ap3:48.3 #
จตุพฺพีสสหสฺเสหิ✎ ร่าง
Catuvīsasahassehi,
tha-ap3:48.4 #
ฉาทิตํ โหติ อมฺพรํ ฯ✎ ร่าง
chāditaṁ hoti ambaraṁ.
tha-ap3:49.1 #
อคฺคิปากํ ๑- อนคฺคึ จ✎ ร่าง
Aggipākī anaggī ca,
tha-ap3:49.2 #
ทนฺโตทุกฺขลิกาปิจ✎ ร่าง
dantodukkhalikāpi ca;
tha-ap3:49.3 #
อมฺพนา โกฏิกา เกจิ✎ ร่าง
Asmena koṭṭitā keci,
tha-ap3:49.4 #
ปวตฺตผลโภชนา ฯ✎ ร่าง
pavattaphalabhojanā.
tha-ap3:50.1 #
อุทโกโรหกา เกจิ✎ ร่าง
Udakorohaṇā keci,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.27
tha-ap3:50.2 #
สายํ ปาโต สุจิรตา✎ ร่าง
sāyaṁ pāto sucīratā;
tha-ap3:50.3 #
โตยาภิเสกจรณา✎ ร่าง
Toyābhisecanakarā,
tha-ap3:50.4 #
มม สิสฺสา ทุราสทา ฯ✎ ร่าง
mama sissā durāsadā.
tha-ap3:51.1 #
ปรูฬฺหกจฺฉนขโลมา✎ ร่าง
Parūḷhakacchanakhalomā,
tha-ap3:51.2 #
ปงฺกทนฺตา รชสฺสิรา✎ ร่าง
paṅkadantā rajassirā;
tha-ap3:51.3 #
คนฺธิตา สีลคนฺเธน✎ ร่าง
Gandhitā sīlagandhena,
tha-ap3:51.4 #
มม สิสฺสา ทุราสทา ฯ✎ ร่าง
mama sissā durāsadā.
tha-ap3:52.1 #
ปาโตว สนฺนิปาเตตฺวา✎ ร่าง
Pātova sannipatitvā,
อ้างอิงPTS 1.19
tha-ap3:52.2 #
ชฏิลา อุคฺคตาปนา✎ ร่าง
jaṭilā uggatāpanā;
tha-ap3:52.3 #
ลาภาลาภํ ปกิตฺเตตฺวา✎ ร่าง
Lābhālābhaṁ pakittetvā,
tha-ap3:52.4 #
คจฺฉนฺติ อมฺพเร ตทา ฯ✎ ร่าง
gacchanti ambare tadā.
tha-ap3:53.1 #
เอเตสํ ปกฺกมนฺตานํ✎ ร่าง
Etesaṁ pakkamantānaṁ,
tha-ap3:53.2 #
มหาสทฺโท ปวตฺตติ✎ ร่าง
mahāsaddo pavattati;
tha-ap3:53.3 #
อชินจมฺมสทฺเทน โ✎ ร่าง
Ajinacammasaddena,
tha-ap3:53.4 #
มทิตา โหนฺติ เทวตา ฯ✎ ร่าง
muditā honti devatā.
tha-ap3:54.1 #
ทิโสทิสา ปกฺกมนฺติ✎ ร่าง
Disodisaṁ pakkamanti,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.16
tha-ap3:54.2 #
อนฺตลิกฺขจรา อิสี✎ ร่าง
antalikkhacarā isī;
tha-ap3:54.3 #
สกพเลนุปตฺถทฺธา✎ ร่าง
Sake balenupatthaddhā,
tha-ap3:54.4 #
เต คจฺฉนฺติ ยถิจฺฉกํ ฯ✎ ร่าง
te gacchanti yadicchakaṁ.
tha-ap3:55.1 #
ปฐวีกมฺปกา เอเต✎ ร่าง
Pathavīkampakā ete,
tha-ap3:55.2 #
สพฺเพว นภจาริโน✎ ร่าง
sabbeva nabhacārino;
tha-ap3:55.3 #
อุคฺคเตชา ทุปฺปสหา✎ ร่าง
Uggatejā duppasahā,
tha-ap3:55.4 #
สาคโรว อโขภิยา ฯ✎ ร่าง
sāgarova akhobhiyā.
tha-ap3:56.1 #
ฐานจงฺกมิยา เกจิ✎ ร่าง
Ṭhānacaṅkamino keci,
tha-ap3:56.2 #
เกจิ เนสชฺชิกา อิสี✎ ร่าง
keci nesajjikā isī;
tha-ap3:56.3 #
ปวตฺตโภชนา เกจิ✎ ร่าง
Pavattabhojanā keci,
tha-ap3:56.4 #
มม สิสฺสา ทุราสทา ฯ✎ ร่าง
mama sissā durāsadā.
tha-ap3:57.1 #
เมตฺตาวิหาริโน เอเต✎ ร่าง
Mettāvihārino ete,
tha-ap3:57.2 #
หิเตสี สพฺพปาณินํ✎ ร่าง
hitesī sabbapāṇinaṁ;
tha-ap3:57.3 #
อนตฺตุกฺกํสกา สพฺเพ✎ ร่าง
Anattukkaṁsakā sabbe,
tha-ap3:57.4 #
น เต วมฺเภนฺติ กสฺสจิ ฯ✎ ร่าง
na te vambhenti kassaci.
tha-ap3:58.1 #
สีหราชาว สมฺภีตา✎ ร่าง
Sīharājāvasambhītā,
tha-ap3:58.2 #
คชราชาว ถามวา✎ ร่าง
gajarājāva thāmavā;
tha-ap3:58.3 #
ทุราสทา พฺยคฺฆาริว✎ ร่าง
Durāsadā byagghāriva,
tha-ap3:58.4 #
อาคจฺฉนฺติ มมนฺติเก ฯ✎ ร่าง
āgacchanti mamantike.
tha-ap3:59.1 #
วิชฺชาธรา เทวตา จ✎ ร่าง
Vijjādharā devatā ca,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.32
tha-ap3:59.2 #
นาคคนฺธพฺพรกฺขสา✎ ร่าง
nāgagandhabbarakkhasā;
tha-ap3:59.3 #
กุมฺภณฺฑา ทานวา ครุฬา✎ ร่าง
Kumbhaṇḍā dānavā garuḷā,
tha-ap3:59.4 #
อุปชีวนฺติ ตํ สรํ ฯ✎ ร่าง
upajīvanti taṁ saraṁ.
tha-ap3:60.1 #
เต ชฏาขาริภริตา✎ ร่าง
Te jaṭākhāribharitā,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.28
tha-ap3:60.2 #
อชินุตฺตรวาสิโน✎ ร่าง
ajinuttaravāsanā;
tha-ap3:60.3 #
อนฺตลิกฺขจรา สพฺเพ✎ ร่าง
Antalikkhacarā sabbe,
tha-ap3:60.4 #
อุปชีวนฺติ ตํ สรํ ฯ |๓.๑๙๙| ต✎ ร่าง
upajīvanti taṁ saraṁ.
tha-ap3:61.1 #
ทานุจฺฉวิกา เอเต✎ ร่าง
Sadānucchavikā ete,
tha-ap3:61.2 #
อญฺญมญฺญํ สคารวา✎ ร่าง
aññamaññaṁ sagāravā;
tha-ap3:61.3 #
จตุพฺพีสสหสฺสานํ✎ ร่าง
Catubbīsasahassānaṁ,
tha-ap3:61.4 #
ขิตฺตสทฺโท น วิชฺชติ ฯ✎ ร่าง
khipitasaddo na vijjati.
tha-ap3:62.1 #
ปาเท ปาทํ นิกฺขิปนฺตา✎ ร่าง
Pāde pādaṁ nikkhipantā,
tha-ap3:62.2 #
อปฺปสทฺทา สุสํวุตา✎ ร่าง
appasaddā susaṁvutā;
tha-ap3:62.3 #
อุปสงฺกมฺม สพฺเพ เต✎ ร่าง
Upasaṅkamma sabbeva,
tha-ap3:62.4 #
สิรสา วนฺทเร มมํ ฯ✎ ร่าง
sirasā vandare mamaṁ.
tha-ap3:63.1 #
เตหิ สิสฺเสหิ ปริวุโต✎ ร่าง
Tehi sissehi parivuto,
tha-ap3:63.2 #
สนฺเตหิ จ ตปสฺสิภิ✎ ร่าง
santehi ca tapassibhi;
tha-ap3:63.3 #
วสามิ อสฺสเม ตตฺถ✎ ร่าง
Vasāmi assame tattha,
tha-ap3:63.4 #
ฌายี ฌานรโต อหํ ฯ✎ ร่าง
jhāyī jhānarato ahaṁ.
tha-ap3:64.1 #
อิสีนํ สีลคนฺเธน✎ ร่าง
Isīnaṁ sīlagandhena,
tha-ap3:64.2 #
ปุปฺผคนฺเธน จูภยํ✎ ร่าง
pupphagandhena cūbhayaṁ;
tha-ap3:64.3 #
ผลีนํ ผลคนฺเธน✎ ร่าง
Phalīnaṁ phalagandhena,
tha-ap3:64.4 #
คนฺธิโต โหติ อสฺสโม ฯ✎ ร่าง
gandhito hoti assamo.
tha-ap3:65.1 #
รตฺตินฺทิวํ น ชานามิ✎ ร่าง
Rattindivaṁ na jānāmi,
tha-ap3:65.2 #
อรติ เม น วิชฺชติ✎ ร่าง
arati me na vijjati;
tha-ap3:65.3 #
สเก สิสฺเส โอวทนฺโต✎ ร่าง
Sake sisse ovadanto,
tha-ap3:65.4 #
ภิยฺโย หาสํ ลภามหํ ฯ✎ ร่าง
bhiyyo hāsaṁ labhāmahaṁ.
tha-ap3:66.1 #
ปุปฺผานํ ปุปฺผมานานํ✎ ร่าง
Pupphānaṁ pupphamānānaṁ,
tha-ap3:66.2 #
ผลานญฺจ วิปจฺจตํ✎ ร่าง
phalānañca vipaccataṁ;
tha-ap3:66.3 #
ทิพฺพา คนฺธา ปวายนฺติ✎ ร่าง
Dibbagandhā pavāyanti,
tha-ap3:66.4 #
โสภยนฺตา มมสฺสมํ ฯ✎ ร่าง
sobhayantā mamassamaṁ.
tha-ap3:67.1 #
สมาธิมฺหา วุฏฺฐหิตฺวา✎ ร่าง
Samādhimhā vuṭṭhahitvā,
อ้างอิงPTS 1.20
tha-ap3:67.2 #
อาตาปี นิปโก อหํ✎ ร่าง
ātāpī nipako ahaṁ;
tha-ap3:67.3 #
ขาริภารํ คเหตฺวาน✎ ร่าง
Khāribhāraṁ gahetvāna,
tha-ap3:67.4 #
วนํ อชฺโฌคหึ อหํ ฯ✎ ร่าง
vanaṁ ajjhogahiṁ ahaṁ.
tha-ap3:68.1 #
อุปฺปาเต สุปิเน จาปิ✎ ร่าง
Uppāte supine cāpi,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.17
tha-ap3:68.2 #
ลกฺขเณสุ สุสิกฺขิโต✎ ร่าง
Lakkhaṇesu susikkhito;
tha-ap3:68.3 #
ปวตฺตมานํ มนฺตปทํ✎ ร่าง
Pavattamānaṁ mantapadaṁ,
tha-ap3:68.4 #
ธารยามิ อหํ ตทา ฯ✎ ร่าง
Dhārayāmi ahaṁ tadā.
tha-ap3:69.1 #
อโนมทสฺสี ภควา✎ ร่าง
Anomadassī bhagavā,
tha-ap3:69.2 #
โลกเชฏฺโฐ นราสโภ✎ ร่าง
lokajeṭṭho narāsabho;
tha-ap3:69.3 #
วิเวกกาโม สมฺพุทฺโธ✎ ร่าง
Vivekakāmo sambuddho,
tha-ap3:69.4 #
หิมวนฺตํ อุปาคมิ ฯ✎ ร่าง
himavantamupāgami.
tha-ap3:70.1 #
อชฺโฌคเหตฺวา หิมวนฺตํ✎ ร่าง
Ajjhogāhetvā himavantaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.29
tha-ap3:70.2 #
อคฺโค การุณิโก มุนิ✎ ร่าง
aggo kāruṇiko muni;
tha-ap3:70.3 #
ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวาน✎ ร่าง
Pallaṅkaṁ ābhujitvāna,
tha-ap3:70.4 #
นิสีทิ ปุริสุตฺตโม ฯ✎ ร่าง
nisīdi purisuttamo.
tha-ap3:71.1 #
ตมทฺทสาหํ สมฺพุทฺธํ✎ ร่าง
Tamaddasāhaṁ sambuddhaṁ,
tha-ap3:71.2 #
สปฺปภาสํ มโนรมํ✎ ร่าง
sappabhāsaṁ manoramaṁ;
tha-ap3:71.3 #
อินฺทีวรํว ชลิตํ✎ ร่าง
Indīvaraṁva jalitaṁ,
tha-ap3:71.4 #
อาทิตฺตํว หุตาสนํ ฯ✎ ร่าง
ādittaṁva hutāsanaṁ.
tha-ap3:72.1 #
ชลนฺตํ ทีปรุกฺขํว✎ ร่าง
Jalantaṁ dīparukkhaṁva,
tha-ap3:72.2 #
วิชฺชุํว ๑- คคเณ ยถา✎ ร่าง
vijjutaṁ gagane yathā;
tha-ap3:72.3 #
สุผุลฺลํ สาลราชํว✎ ร่าง
Suphullaṁ sālarājaṁva,
tha-ap3:72.4 #
อทฺทสํ โลกนายกํ ฯ✎ ร่าง
addasaṁ lokanāyakaṁ.
tha-ap3:73.1 #
อยํ นาโค มหาวีโร✎ ร่าง
Ayaṁ nāgo mahāvīro,
tha-ap3:73.2 #
ทุกฺขสฺสนฺตกโร มุนิ✎ ร่าง
dukkhassantakaro muni;
tha-ap3:73.3 #
อิมํ ทสฺสนมาคมฺม✎ ร่าง
Imaṁ dassanamāgamma,
tha-ap3:73.4 #
สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจเร ฯ✎ ร่าง
sabbadukkhā pamuccare.
tha-ap3:74.1 #
ทิสฺวานาหํ เทวเทวํ✎ ร่าง
Disvānāhaṁ devadevaṁ,
tha-ap3:74.2 #
ลกฺขณํ อุปธารยึ✎ ร่าง
lakkhaṇaṁ upadhārayiṁ;
tha-ap3:74.3 #
พุทฺโธ นุ โข น วา พุทฺโธ✎ ร่าง
Buddho nu kho na vā buddho,
tha-ap3:74.4 #
หนฺท ปสฺสามิ จกฺขุมํ ฯ✎ ร่าง
handa passāmi cakkhumaṁ.
tha-ap3:75.1 #
สหสฺสารานิ จกฺกานิ✎ ร่าง
Sahassārāni cakkāni,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.34
tha-ap3:75.2 #
ทิสฺสนฺติ จรณุตฺตเม✎ ร่าง
dissanti caraṇuttame;
tha-ap3:75.3 #
ลกฺขณานิสฺส ทิสฺวาน✎ ร่าง
Lakkhaṇānissa disvāna,
tha-ap3:75.4 #
นิฏฺฐํ คญฺฉึ ตถาคเต ฯ✎ ร่าง
niṭṭhaṁ gacchiṁ tathāgate.
tha-ap3:76.1 #
สมฺมชฺชนึ คเหตฺวา✎ ร่าง
Sammajjaniṁ gahetvāna,
tha-ap3:76.2 #
สมฺมชฺชิตฺวานหํ ตทา✎ ร่าง
sammajjitvānahaṁ tadā;
tha-ap3:76.3 #
อฏฺฐ ปุปฺเผ สมาเนตฺวา✎ ร่าง
Atha pupphe samānetvā,
tha-ap3:76.4 #
พุทฺธเสฏฺฐํ อปูชยึ ฯ✎ ร่าง
buddhaseṭṭhaṁ apūjayiṁ.
tha-ap3:77.1 #
ปูชยิตฺวาน ตํ พุทฺธํ✎ ร่าง
Pūjayitvāna taṁ buddhaṁ,
tha-ap3:77.2 #
โอฆติณฺณมนาสวํ✎ ร่าง
oghatiṇṇamanāsavaṁ;
tha-ap3:77.3 #
เอกํสํ อชินํ กตฺวา✎ ร่าง
Ekaṁsaṁ ajinaṁ katvā,
tha-ap3:77.4 #
นมสฺสึ โลกนายกํ ฯ✎ ร่าง
namassiṁ lokanāyakaṁ.
tha-ap3:78.1 #
เยน ญาเณน สมฺพุทฺโธ✎ ร่าง
Yena ñāṇena sambuddho,
tha-ap3:78.2 #
วิหรติ อนาสโว✎ ร่าง
viharati anāsavo;
tha-ap3:78.3 #
ตํ ญาณํ กิตฺตยิสฺสามิ✎ ร่าง
Taṁ ñāṇaṁ kittayissāmi,
tha-ap3:78.4 #
สุณาถ มม ภาสโต ฯ✎ ร่าง
suṇātha mama bhāsato.
tha-ap3:79.1 #
สมุทฺธรยิมํ โลกํ✎ ร่าง
‘Samuddharasimaṁ lokaṁ,
tha-ap3:79.2 #
สยมฺภุ อมิโตทย✎ ร่าง
sayambhū amitodaya;
tha-ap3:79.3 #
ตว ทสฺสนมาคมฺม✎ ร่าง
Tava dassanamāgamma,
tha-ap3:79.4 #
กงฺขาโสตํ ตรนฺติ เต ฯ✎ ร่าง
kaṅkhāsotaṁ taranti te.
tha-ap3:80.1 #
ตุวํ สตฺถา จ เกตุ จ✎ ร่าง
Tuvaṁ satthā ca ketu ca,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.30
tha-ap3:80.2 #
ธโช ยูโป จ ปาณินํ✎ ร่าง
dhajo yūpo ca pāṇinaṁ;
tha-ap3:80.3 #
ปรายโน ปติฏฺฐา จ✎ ร่าง
Parāyaṇo patiṭṭhā ca,
tha-ap3:80.4 #
ทีโป จ ทิปทุตฺตโม ฯ✎ ร่าง
dīpo ca dvipaduttamo.
tha-ap3:81.1 #
สกฺกา สมุทฺเท อุทกํ✎ ร่าง
Sakkā samudde udakaṁ,
tha-ap3:81.2 #
ปเมตุํ อาฬฺหเกน วา✎ ร่าง
pametuṁ āḷhakena vā;
tha-ap3:81.3 #
น เตฺวว ตว สพฺพญฺญุ✎ ร่าง
Na tveva tava sabbaññu,
tha-ap3:81.4 #
ญาณํ สกฺกา ปเมตเว ฯ✎ ร่าง
ñāṇaṁ sakkā pametave.
tha-ap3:82.1 #
ธาเรตุํ ปฐวึ สกฺกา✎ ร่าง
Dhāretuṁ pathaviṁ sakkā,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.18
tha-ap3:82.2 #
ฐเปตฺวา ตุลมณฺฑเล✎ ร่าง
ṭhapetvā tulamaṇḍale;
tha-ap3:82.3 #
น เตฺวว ตว สพฺพญฺญุ✎ ร่าง
Na tveva tava sabbaññu,
tha-ap3:82.4 #
ญาณํ สกฺกา ปเมตเว ฯ✎ ร่าง
ñāṇaṁ sakkā dharetave.
tha-ap3:83.1 #
อากาสํ มินิตุํ สกฺกา✎ ร่าง
Ākāso minituṁ sakkā,
อ้างอิงPTS 1.21
tha-ap3:83.2 #
รชฺชุนา ๑- องฺคุเลน วา✎ ร่าง
rajjuyā aṅgulena vā;
tha-ap3:83.3 #
น เตฺวว ตว สพฺพญฺญุ✎ ร่าง
Na tveva tava sabbaññu,
tha-ap3:83.4 #
ญาณํ สกฺกา ปเมตเว ฯ✎ ร่าง
ñāṇaṁ sakkā pametave.
tha-ap3:84.1 #
มหาสมุทฺเท อุทกํ✎ ร่าง
Mahāsamudde udakaṁ,
tha-ap3:84.2 #
ปฐวิญฺจาขิลญฺชเห✎ ร่าง
pathavī cākhilājaṭaṁ;
tha-ap3:84.3 #
พุทฺธญาณํ อุปาทาย✎ ร่าง
Buddhañāṇaṁ upādāya,
tha-ap3:84.4 #
อุปมาโต น ยุชฺชเร ฯ✎ ร่าง
upamāto na yujjare.
tha-ap3:85.1 #
สเทวกสฺส โลกสฺส✎ ร่าง
Sadevakassa lokassa,
tha-ap3:85.2 #
จิตฺตํ เยสํ ปวตฺตติ✎ ร่าง
cittaṁ yesaṁ pavattati;
tha-ap3:85.3 #
อนฺโตชาลิคตา เอเต✎ ร่าง
Antojālagatā ete,
tha-ap3:85.4 #
ตว ญาณมฺหิ จกฺขุม ฯ✎ ร่าง
tava ñāṇamhi cakkhuma.
tha-ap3:86.1 #
เยน ญาเณน ปตฺโตสิ✎ ร่าง
Yena ñāṇena pattosi,
tha-ap3:86.2 #
เกวลํ โพธิมุตฺตมํ✎ ร่าง
kevalaṁ bodhimuttamaṁ;
tha-ap3:86.3 #
เตน ญาเณน สพฺพญฺญุ✎ ร่าง
Tena ñāṇena sabbaññu,
tha-ap3:86.4 #
มทฺทสิ ปรติตฺถิเย ฯ✎ ร่าง
maddasī paratitthiye’.
tha-ap3:87.1 #
อิมา คาถา ปเฐตฺวาน✎ ร่าง
Imā gāthā thavitvāna,
tha-ap3:87.2 #
สุรุจิ นาม ตาปโส✎ ร่าง
suruci nāma tāpaso;
tha-ap3:87.3 #
อชินํ ปตฺถริตฺวาน✎ ร่าง
Ajinaṁ pattharitvāna,
tha-ap3:87.4 #
ปฐวิยํ นิสีทิ โส ฯ✎ ร่าง
pathaviyaṁ nisīdi so.
tha-ap3:88.1 #
จุลฺลาสีติสหสฺสานิ✎ ร่าง
‘Cullāsītisahassāni,
tha-ap3:88.2 #
อชฺโฌคาโฬฺห มหณฺณเว✎ ร่าง
ajjhogāḷho mahaṇṇave;
tha-ap3:88.3 #
อจฺจุคฺคโต ตาวเทว✎ ร่าง
Accuggato tāvadeva,
tha-ap3:88.4 #
คิริราชา ปวุจฺจติ ฯ✎ ร่าง
girirājā pavuccati.
tha-ap3:89.1 #
ตาว อจฺจุคฺคโต เนรุ✎ ร่าง
Tāva accuggato neru,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.36
tha-ap3:89.2 #
อายโต วิตฺถโต จ โส✎ ร่าง
āyato vitthato ca so;
tha-ap3:89.3 #
จุณฺณิโต สงฺขเภเทน✎ ร่าง
Cuṇṇito aṇubhedena,
tha-ap3:89.4 #
โกฏิสตสหสฺสิโย ฯ✎ ร่าง
koṭisatasahassaso.
tha-ap3:90.1 #
ลกฺเข ฐปิยมานมฺหิ✎ ร่าง
Lakkhe ṭhapiyamānamhi,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.31
tha-ap3:90.2 #
ปริกฺขยมคจฺฉถ✎ ร่าง
parikkhayamagacchatha;
tha-ap3:90.3 #
น เตฺวว ตว สพฺพญฺญุ✎ ร่าง
Na tveva tava sabbaññu,
tha-ap3:90.4 #
ญาณํ สกฺกา ปเมตเว ฯ✎ ร่าง
ñāṇaṁ sakkā pametave.
tha-ap3:91.1 #
สุขุมจฺฉิเกน ชาเลน✎ ร่าง
Sukhumacchikena jālena,
tha-ap3:91.2 #
อุทกํ โย ปริกฺขิเป✎ ร่าง
udakaṁ yo parikkhipe;
tha-ap3:91.3 #
เย เกจิ อุทเก ปาณา✎ ร่าง
Ye keci udake pāṇā,
tha-ap3:91.4 #
อนฺโตชาลิคตา สิยุํ ฯ✎ ร่าง
antojālagatā siyuṁ.
tha-ap3:92.1 #
ตเถว หิ มหาวีร✎ ร่าง
Tatheva hi mahāvīra,
tha-ap3:92.2 #
เย เกจิ ปุถุติตฺถิยา✎ ร่าง
ye keci puthutitthiyā;
tha-ap3:92.3 #
ทิฏฺฐิคฺคหณปกฺขนฺตา✎ ร่าง
Diṭṭhigahanapakkhandā,
tha-ap3:92.4 #
ปรามาเสน โมหิตา ฯ✎ ร่าง
parāmāsena mohitā.
tha-ap3:93.1 #
ตว สุทฺเธน ญาเณน✎ ร่าง
Tava suddhena ñāṇena,
tha-ap3:93.2 #
อนาวรณทสฺสินา✎ ร่าง
anāvaraṇadassinā;
tha-ap3:93.3 #
อนฺโตชาลิคตา เอเต✎ ร่าง
Antojālagatā ete,
tha-ap3:93.4 #
ญาณนฺเต นาติวตฺตเร ฯ✎ ร่าง
ñāṇaṁ te nātivattare’.
tha-ap3:94.1 #
ภควา จ ตมฺหิ สมเย✎ ร่าง
Bhagavā tamhi samaye,
tha-ap3:94.2 #
อโนมทสฺสี มหายโส✎ ร่าง
anomadassī mahāyaso;
tha-ap3:94.3 #
วุฏฺฐหิตฺวา สมาธิมฺหา✎ ร่าง
Vuṭṭhahitvā samādhimhā,
tha-ap3:94.4 #
ทิสํ โอโลกยี ชิโน ฯ✎ ร่าง
disaṁ olokayī jino.
tha-ap3:95.1 #
อโนมทสฺสิมุนิโน✎ ร่าง
Anomadassimunino,
tha-ap3:95.2 #
นิสโภ นาม สาวโก✎ ร่าง
Nisabho nāma sāvako;
tha-ap3:95.3 #
ปริวุโต สตสหสฺเสหิ✎ ร่าง
Parivuto satasahassehi,
tha-ap3:95.4 #
สนฺตจิตฺเตหิ ตาทิภิ ฯ✎ ร่าง
Santacittehi tādibhi.
tha-ap3:96.1 #
ขีณาสเวหิ สุทฺเธหิ✎ ร่าง
Khīṇāsavehi suddhehi,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.19
tha-ap3:96.2 #
ฉฬภิญฺเญหิ ตาทิหิ✎ ร่าง
chaḷabhiññehi jhāyibhi;
tha-ap3:96.3 #
จิตฺตมญฺญาย พุทฺธสฺส✎ ร่าง
Cittamaññāya buddhassa,
tha-ap3:96.4 #
อุเปสิ โลกนายกํ ฯ✎ ร่าง
upesi lokanāyakaṁ.
tha-ap3:97.1 #
อนฺตลิกฺเข ฐิตา ตตฺถ✎ ร่าง
Antalikkhe ṭhitā tattha,
tha-ap3:97.2 #
ปทกฺขิณมกํสุ เต✎ ร่าง
padakkhiṇamakaṁsu te;
tha-ap3:97.3 #
นมสฺสนฺตา ปญฺชลิกา✎ ร่าง
Namassantā pañjalikā,
tha-ap3:97.4 #
โอรุหุํ ๒- พุทฺธสนฺติเก ฯ✎ ร่าง
otaruṁ buddhasantike.
tha-ap3:98.1 #
อโมทสฺสี ภควา✎ ร่าง
Anomadassī bhagavā,
tha-ap3:98.2 #
โลกเชฏฺโฐ นราสโภ✎ ร่าง
lokajeṭṭho narāsabho;
tha-ap3:98.3 #
ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา✎ ร่าง
Bhikkhusaṅghe nisīditvā,
tha-ap3:98.4 #
สิตํ ปาตุํ กรี ชิโน ฯ✎ ร่าง
sītaṁ pātukarī jino.
tha-ap3:99.1 #
วรุโณ นามุปฏฺฐาโก✎ ร่าง
Varuṇo nāmupaṭṭhāko,
tha-ap3:99.2 #
อโนมทสฺสิสฺส สตฺถุโน✎ ร่าง
anomadassissa satthuno;
tha-ap3:99.3 #
เอกํสํ จีวรํ กตฺวา✎ ร่าง
Ekaṁsaṁ cīvaraṁ katvā,
tha-ap3:99.4 #
อาปุจฺฉิ โลกนายกํ ฯ✎ ร่าง
apucchi lokanāyakaṁ.
tha-ap3:100.1 #
โก นุ โข ภควา เหตุ✎ ร่าง
‘Ko nu kho bhagavā hetu,
อ้างอิงPTS 1.22 · สยามรัฐ 32.32
tha-ap3:100.2 #
สิตกมฺมสฺส สตฺถุโน✎ ร่าง
sitakammassa satthuno;
tha-ap3:100.3 #
น หิ พุทฺธา อเหตูหิ✎ ร่าง
Na hi buddhā ahetūhi,
tha-ap3:100.4 #
สิตํ ปาตุํ กโรนฺติ เต ฯ✎ ร่าง
sitaṁ pātukaronti te’.
tha-ap3:101.1 #
อโนมทสฺสี ภควา✎ ร่าง
Anomadassī bhagavā,
tha-ap3:101.2 #
โลกเชฏฺโฐ นราสโภ✎ ร่าง
lokajeṭṭho narāsabho;
tha-ap3:101.3 #
ภิกฺขุมชฺเฌ นิสีทิตฺวา✎ ร่าง
Bhikkhumajjhe nisīditvā,
tha-ap3:101.4 #
อิมํ คาถํ อภาสถ ฯ✎ ร่าง
imaṁ gāthaṁ abhāsatha.
tha-ap3:102.1 #
โย มํ ปุปฺเผน ปูเชสิ✎ ร่าง
‘Yo maṁ pupphena pūjesi,
tha-ap3:102.2 #
ญาณญฺจาปิ อนุตฺถวิ✎ ร่าง
ñāṇañcāpi anutthavi;
tha-ap3:102.3 #
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ✎ ร่าง
Tamahaṁ kittayissāmi,
tha-ap3:102.4 #
สุณาถ มม ภาสโต ฯ✎ ร่าง
suṇotha mama bhāsato’.
tha-ap3:103.1 #
พุทฺธสฺส คิรมญฺญาย✎ ร่าง
Buddhassa giramaññāya,
tha-ap3:103.2 #
สพฺเพ เทวา สมานุสา✎ ร่าง
sabbe devā samāgatā;
tha-ap3:103.3 #
สทฺธมฺมํ โสตุกามา เต✎ ร่าง
Saddhammaṁ sotukāmā te,
tha-ap3:103.4 #
สมฺพุทฺธํ อุปสงฺกมุํ ฯ✎ ร่าง
sambuddhamupasaṅkamuṁ.
tha-ap3:104.1 #
ทสสุ โลกธาตูสุ✎ ร่าง
Dasasu lokadhātūsu,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.38
tha-ap3:104.2 #
เทวกายา มหิทฺธิกา✎ ร่าง
devakāyā mahiddhikā;
tha-ap3:104.3 #
สทฺธมฺมํ โสตุกามา เต✎ ร่าง
Saddhammaṁ sotukāmā te,
tha-ap3:104.4 #
สมฺพุทฺธํ อุปสงฺกมุํ ฯ✎ ร่าง
sambuddhamupasaṅkamuṁ.
tha-ap3:105.1 #
หตฺถี อสฺสา รถา ปตฺตี✎ ร่าง
‘Hatthī assā rathā pattī,
tha-ap3:105.2 #
เสนา จ จตุรงฺคินี✎ ร่าง
senā ca caturaṅginī;
tha-ap3:105.3 #
ปริวาเรสฺสนฺติมํ นิจฺจํ✎ ร่าง
Parivāressantimaṁ niccaṁ,
tha-ap3:105.4 #
พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ✎ ร่าง
buddhapūjāyidaṁ phalaṁ.
tha-ap3:106.1 #
สฏฺฐี ตุริยสหสฺสานิ✎ ร่าง
Saṭṭhitūriyasahassāni,
tha-ap3:106.2 #
เภริโย สมลงฺกตา✎ ร่าง
bheriyo samalaṅkatā;
tha-ap3:106.3 #
อุปฏฺฐิสฺสนฺติมํ นิจฺจํ✎ ร่าง
Upaṭṭhissantimaṁ niccaṁ,
tha-ap3:106.4 #
พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ✎ ร่าง
buddhapūjāyidaṁ phalaṁ.
tha-ap3:107.1 #
โสฬสิตฺถีสหสฺสานิ✎ ร่าง
Soḷasitthisahassāni,
tha-ap3:107.2 #
นาริโย สมลงฺกตา✎ ร่าง
nāriyo samalaṅkatā;
tha-ap3:107.3 #
วิจิตฺตวตฺถาภรณา✎ ร่าง
Vicittavatthābharaṇā,
tha-ap3:107.4 #
อามุตฺตมณิกุณฺฑลา ฯ✎ ร่าง
āmuttamaṇikuṇḍalā.
tha-ap3:108.1 #
อาฬารมุขา ๒- หสุลา✎ ร่าง
Aḷārapamhā hasulā,
tha-ap3:108.2 #
สุสญฺญา ตนุมชฺฌิมา✎ ร่าง
susaññā tanumajjhimā;
tha-ap3:108.3 #
ปริวาเรสฺสนฺติมํ นิจฺจํ✎ ร่าง
Parivāressantimaṁ niccaṁ,
tha-ap3:108.4 #
พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ✎ ร่าง
buddhapūjāyidaṁ phalaṁ.
tha-ap3:109.1 #
กปฺปสตสหสฺสานิ✎ ร่าง
Kappasatasahassāni,
tha-ap3:109.2 #
เทวโลเก รมิสฺสติ✎ ร่าง
devaloke ramissati;
tha-ap3:109.3 #
สหสฺสกฺขตฺตุํ จกฺกวตฺติ✎ ร่าง
Sahassakkhattuṁ cakkavattī,
tha-ap3:109.4 #
ราชา รฏฺเฐ ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
rājā raṭṭhe bhavissati.
tha-ap3:110.1 #
สหสฺสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท✎ ร่าง
Sahassakkhattuṁ devindo,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.33 · ฉัฏฐสังคายนา 57.20
tha-ap3:110.2 #
เทวรชฺชํ กริสฺสติ✎ ร่าง
devarajjaṁ karissati;
tha-ap3:110.3 #
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ✎ ร่าง
Padesarajjaṁ vipulaṁ,
tha-ap3:110.4 #
คณนาโต อสงฺขยํ ฯ✎ ร่าง
gaṇanāto asaṅkhiyaṁ.
tha-ap3:111.1 #
ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต✎ ร่าง
Pacchime bhavasampatte,
tha-ap3:111.2 #
มนุสฺสตฺตํ คมิสฺสติ✎ ร่าง
manussattaṁ gamissati;
tha-ap3:111.3 #
พฺราหฺมณิสาริยา นาม✎ ร่าง
Brāhmaṇī sāriyā nāma,
tha-ap3:111.4 #
ธารยิสฺสติ กุจฺฉินา ฯ✎ ร่าง
dhārayissati kucchinā.
tha-ap3:112.1 #
มาตุยา นามโคตฺเตน✎ ร่าง
Mātuyā nāmagottena,
tha-ap3:112.2 #
ปญฺญายิสฺสติยํ นโร✎ ร่าง
paññāyissatiyaṁ naro;
tha-ap3:112.3 #
สารีปุตฺโตติ นาเมน✎ ร่าง
Sāriputtoti nāmena,
tha-ap3:112.4 #
ติกฺขปญฺโญ ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
tikkhapañño bhavissati.
tha-ap3:113.1 #
อสีติโกฏี ฉฑฺเฑตฺวา✎ ร่าง
Asītikoṭī chaḍḍetvā,
tha-ap3:113.2 #
ปพฺพชิสฺสติกิญฺจโน✎ ร่าง
pabbajissatikiñcano;
tha-ap3:113.3 #
คเวสนฺโต สนฺติปทํ✎ ร่าง
Gavesanto santipadaṁ,
tha-ap3:113.4 #
จริสฺสติ มหึ อิมํ ฯ✎ ร่าง
carissati mahiṁ imaṁ.
tha-ap3:114.1 #
อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป✎ ร่าง
Apparimeyye ito kappe,
tha-ap3:114.2 #
โอกฺกากกุลสมฺภโว✎ ร่าง
okkākakulasambhavo;
tha-ap3:114.3 #
โคตโม นาม โคตฺเตน✎ ร่าง
Gotamo nāma gottena,
tha-ap3:114.4 #
สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
satthā loke bhavissati.
tha-ap3:115.1 #
ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท✎ ร่าง
Tassa dhammesu dāyādo,
tha-ap3:115.2 #
โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต✎ ร่าง
oraso dhammanimmito;
tha-ap3:115.3 #
สารีปุตฺโตติ นาเมน✎ ร่าง
Sāriputtoti nāmena,
tha-ap3:115.4 #
เหสฺสติ อคฺคสาวโก ฯ✎ ร่าง
hessati aggasāvako.
tha-ap3:116.1 #
อยํ ภาคีรสี คงฺคา✎ ร่าง
Ayaṁ bhāgīrathī gaṅgā,
อ้างอิงPTS 1.23
tha-ap3:116.2 #
หิมวนฺตา ปภาวิตา✎ ร่าง
himavantā pabhāvitā;
tha-ap3:116.3 #
มหาสมุทฺทมปฺเปติ✎ ร่าง
Mahāsamuddamappeti,
tha-ap3:116.4 #
ตปฺปยนฺตี มโหทธึ ฯ✎ ร่าง
tappayantī mahodadhiṁ.
tha-ap3:117.1 #
ตเถวายํ สารีปุตฺโต✎ ร่าง
Tathevāyaṁ sāriputto,
tha-ap3:117.2 #
สกฺโก ตีสุ วิสารโท✎ ร่าง
sake tīsu visārado;
tha-ap3:117.3 #
ปญฺญาย ปารมึ คนฺตฺวา✎ ร่าง
Paññāya pāramiṁ gantvā,
tha-ap3:117.4 #
ตปฺปยิสฺสติ ปาณิโน ฯ✎ ร่าง
tappayissati pāṇine.
tha-ap3:118.1 #
หิมวนฺตํ อุปาทาย✎ ร่าง
Himavantamupādāya,
tha-ap3:118.2 #
สาครญฺจ มโหทธึ✎ ร่าง
sāgarañca mahodadhiṁ;
tha-ap3:118.3 #
เอตฺถนฺตเร ยํ ปุฬินํ✎ ร่าง
Etthantare yaṁ pulinaṁ,
tha-ap3:118.4 #
คณนาโต อสงฺขยํ ฯ✎ ร่าง
gaṇanāto asaṅkhiyaṁ.
tha-ap3:119.1 #
ตมฺปิ สกฺกา อเสเสน✎ ร่าง
Tampi sakkā asesena,
tha-ap3:119.2 #
สงฺขฺยาตุํ คณนา ยถา✎ ร่าง
saṅkhātuṁ gaṇanā yathā;
tha-ap3:119.3 #
น เตฺวว สารีปุตฺตสฺส✎ ร่าง
Na tveva sāriputtassa,
tha-ap3:119.4 #
ปญฺญายนฺโต ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
paññāyanto bhavissati.
tha-ap3:120.1 #
ลกฺเข ฐปิยมานมฺหิ✎ ร่าง
Lakkhe ṭhapiyamānamhi,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.34 · พุทธชยันตี 36.40
tha-ap3:120.2 #
ขีเย คงฺคาย วาลุกา✎ ร่าง
khīye gaṅgāya vālukā;
tha-ap3:120.3 #
น เตฺวว สารีปุตฺตสฺส✎ ร่าง
Na tveva sāriputtassa,
tha-ap3:120.4 #
ปญฺญายนฺโต ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
paññāyanto bhavissati.
tha-ap3:121.1 #
มหาสมุทฺเท อูมิโย✎ ร่าง
Mahāsamudde ūmiyo,
tha-ap3:121.2 #
คณนาโต อสงฺขยา✎ ร่าง
gaṇanāto asaṅkhiyā;
tha-ap3:121.3 #
ตเถว สารีปุตฺตสฺส✎ ร่าง
Tatheva sāriputtassa,
tha-ap3:121.4 #
ปญฺญายนฺโต น เหสฺสติ ฯ✎ ร่าง
paññāyanto na hessati.
tha-ap3:122.1 #
อาราธยิตฺวา สมฺพุทฺธํ✎ ร่าง
Ārādhayitvā sambuddhaṁ,
tha-ap3:122.2 #
โคตมํ สกฺยปุงฺควํ✎ ร่าง
gotamaṁ sakyapuṅgavaṁ;
tha-ap3:122.3 #
ปญฺญาย ปารมึ คนฺตฺวา✎ ร่าง
Paññāya pāramiṁ gantvā,
tha-ap3:122.4 #
เหสฺสติ อคฺคสาวโก ฯ✎ ร่าง
hessati aggasāvako.
tha-ap3:123.1 #
ปวตฺติตํ ธมฺมจกฺกํ✎ ร่าง
Pavattitaṁ dhammacakkaṁ,
tha-ap3:123.2 #
สกฺยปุตฺเตน ตาทินา✎ ร่าง
sakyaputtena tādinā;
tha-ap3:123.3 #
อนฺวตฺติสฺสติ สมฺมา✎ ร่าง
Anuvattessati sammā,
tha-ap3:123.4 #
วสฺสนฺโต ธมฺมวุฏฺฐิโย ฯ✎ ร่าง
vassento dhammavuṭṭhiyo.
tha-ap3:124.1 #
สพฺพเมตํ อภิญฺญาย✎ ร่าง
Sabbametaṁ abhiññāya,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.21
tha-ap3:124.2 #
โคตโม สกฺยปุงฺคโว✎ ร่าง
gotamo sakyapuṅgavo;
tha-ap3:124.3 #
ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา✎ ร่าง
Bhikkhusaṅghe nisīditvā,
tha-ap3:124.4 #
อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสฺสติ ฯ✎ ร่าง
aggaṭṭhāne ṭhapessati’.
tha-ap3:125.1 #
อโห เม สุกตํ กมฺมํ✎ ร่าง
Aho me sukataṁ kammaṁ,
tha-ap3:125.2 #
อโนมทสฺสิสฺส สตฺถุโน✎ ร่าง
anomadassissa satthuno;
tha-ap3:125.3 #
ยสฺสาธิการํ ๑- กตฺวาน✎ ร่าง
Yassāhaṁ kāraṁ katvāna,
tha-ap3:125.4 #
สพฺพตฺถ ปารมึ คโต ฯ✎ ร่าง
sabbattha pāramiṁ gato.
tha-ap3:126.1 #
อปริเมยฺเย กตํ กมฺมํ✎ ร่าง
Aparimeyye kataṁ kammaṁ,
tha-ap3:126.2 #
ผลํ ทสฺเสสิ เม อิธ✎ ร่าง
phalaṁ dassesi me idha;
tha-ap3:126.3 #
สุมุตฺโต สรเวโคว✎ ร่าง
Sumutto saravegova,
tha-ap3:126.4 #
กิเลเส ฌาปยึ อหํ ฯ✎ ร่าง
kilese jhāpayiṁ ahaṁ.
tha-ap3:127.1 #
อสงฺขตํ คเวสนฺโต✎ ร่าง
Asaṅkhataṁ gavesanto,
tha-ap3:127.2 #
นิพฺพานํ อจลํ ปทํ✎ ร่าง
nibbānaṁ acalaṁ padaṁ;
tha-ap3:127.3 #
วิจินํ ติตฺถิเย สพฺเพ✎ ร่าง
Vicinaṁ titthiye sabbe,
tha-ap3:127.4 #
เอสาหํ สํสรึ ภเว ฯ✎ ร่าง
esāhaṁ saṁsariṁ bhave.
tha-ap3:128.1 #
ยถาปิ พฺยาธิโก โปโส✎ ร่าง
Yathāpi byādhito poso,
tha-ap3:128.2 #
ปริเยเสยฺย โอสถํ✎ ร่าง
pariyeseyya osadhaṁ;
tha-ap3:128.3 #
วิจิเนยฺย ธนํ สพฺพํ✎ ร่าง
Vicineyya vanaṁ sabbaṁ,
tha-ap3:128.4 #
พฺยาธิโต ปริมุตฺติยา ฯ✎ ร่าง
byādhito parimuttiyā.
tha-ap3:129.1 #
อสงฺขตํ คเวสนฺโต✎ ร่าง
Asaṅkhataṁ gavesanto,
tha-ap3:129.2 #
นิพฺพานํ อมตํ ปทํ✎ ร่าง
nibbānaṁ amataṁ padaṁ;
tha-ap3:129.3 #
อพฺโพกิณฺณํ ปญฺจสตํ✎ ร่าง
Abbokiṇṇaṁ pañcasataṁ,
tha-ap3:129.4 #
ปพฺพชึ อิสิปพฺพชํ ฯ✎ ร่าง
pabbajiṁ isipabbajaṁ.
tha-ap3:130.1 #
ชฏาย ภารภริโต✎ ร่าง
Jaṭābhārena bharito,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.35
tha-ap3:130.2 #
อชินุตฺตรนิวาสหํ✎ ร่าง
ajinuttaranivāsano;
tha-ap3:130.3 #
อภิญฺญาปารมึ คนฺตฺวา✎ ร่าง
Abhiññāpāramiṁ gantvā,
tha-ap3:130.4 #
พฺรหฺมโลกํ อคญฺฉหํ ฯ✎ ร่าง
brahmalokaṁ agacchihaṁ.
tha-ap3:131.1 #
นตฺถิ พาหิรเก สุทฺธิ✎ ร่าง
Natthi bāhirake suddhi,
อ้างอิงPTS 1.24
tha-ap3:131.2 #
ฐเปตฺวา ชินสาสนํ✎ ร่าง
ṭhapetvā jinasāsanaṁ;
tha-ap3:131.3 #
เย เกจิ พุทฺธิมา สตฺตา✎ ร่าง
Ye keci buddhimā sattā,
tha-ap3:131.4 #
สุชฺฌนฺติ ชินสาสเน ฯ✎ ร่าง
sujjhanti jinasāsane.
tha-ap3:132.1 #
อตฺถกามํ ๒- มมเมตํ✎ ร่าง
Attakāramayaṁ etaṁ,
tha-ap3:132.2 #
น หิ นิสึ อหํ อิติ✎ ร่าง
nayidaṁ itihītihaṁ;
tha-ap3:132.3 #
อสงฺขตํ คเวสนฺโต✎ ร่าง
Asaṅkhataṁ gavesanto,
tha-ap3:132.4 #
กุติตฺถํ สญฺจรึ อหํ ฯ✎ ร่าง
kutitthe sañcariṁ ahaṁ.
tha-ap3:133.1 #
ยถา สารตฺถิโก โปโส✎ ร่าง
Yathā sāratthiko poso,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.42
tha-ap3:133.2 #
กทลึ เฉตฺวาน ผาลเย✎ ร่าง
kadaliṁ chetvāna phālaye;
tha-ap3:133.3 #
น ตตฺถ สารํ วินฺเทยฺย✎ ร่าง
Na tattha sāraṁ vindeyya,
tha-ap3:133.4 #
สาเรน ริตฺตโก หิ โส ฯ✎ ร่าง
sārena rittako hi so.
tha-ap3:134.1 #
ตเถว ติตฺถิยา โลเก✎ ร่าง
Tatheva titthiyā loke,
tha-ap3:134.2 #
นานาทิฏฺฐี พหู ชนา✎ ร่าง
nānādiṭṭhī bahujjanā;
tha-ap3:134.3 #
อสงฺขเตน ริตฺตา เต✎ ร่าง
Asaṅkhatena rittāse,
tha-ap3:134.4 #
สาเรน กทลี ยถา ฯ✎ ร่าง
sārena kadalī yathā.
tha-ap3:135.1 #
ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต✎ ร่าง
Pacchime bhavasampatte,
tha-ap3:135.2 #
พฺรหฺมพนฺธุ อโหสหํ✎ ร่าง
brahmabandhu ahosahaṁ;
tha-ap3:135.3 #
มหาโภคํ ฉฑฺฑยิตฺวาน✎ ร่าง
Mahābhogaṁ chaḍḍetvāna,
tha-ap3:135.4 #
ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ✎ ร่าง
pabbajiṁ anagāriyaṁ”.
tha-ap3:136.1 #
ปฐมภาณวารํ ฯ✎ ร่าง
Paṭhamabhāṇavāraṁ.
tha-ap3:137.1 #
อชฺฌายโก มนฺตธโร✎ ร่าง
“Ajjhāyako mantadharo,
tha-ap3:137.2 #
ติณฺณํ เวทาน ปารคู✎ ร่าง
tiṇṇaṁ vedāna pāragū;
tha-ap3:137.3 #
พฺราหฺมโณ สญฺชโย นาม✎ ร่าง
Brāhmaṇo sañcayo nāma,
tha-ap3:137.4 #
ตสฺส มูเล วสามหํ ฯ✎ ร่าง
tassa mūle vasāmahaṁ.
tha-ap3:138.1 #
สาวโก เต มหาวีร✎ ร่าง
Sāvako te mahāvīra,
tha-ap3:138.2 #
อสฺสชิ นาม พฺราหฺมโณ✎ ร่าง
assaji nāma brāhmaṇo;
tha-ap3:138.3 #
ทุราสโท อุคฺคเตโช✎ ร่าง
Durāsado uggatejo,
tha-ap3:138.4 #
ปิณฺฑาย จรตี ตทา ฯ✎ ร่าง
piṇḍāya caratī tadā.
tha-ap3:139.1 #
ตมทฺทสาสึ สปฺปญฺญํ✎ ร่าง
Tamaddasāsiṁ sappaññaṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.22
tha-ap3:139.2 #
มุนึ โมเน สมาหิตํ✎ ร่าง
muniṁ mone samāhitaṁ;
tha-ap3:139.3 #
สนฺตจิตฺตํ มหานาคํ✎ ร่าง
Santacittaṁ mahānāgaṁ,
tha-ap3:139.4 #
สุผุลฺลํ ปทุมํ ยถา ฯ✎ ร่าง
suphullaṁ padumaṁ yathā.
tha-ap3:140.1 #
ทิสฺวา เม จิตฺตมุปฺปชฺชิ✎ ร่าง
Disvā me cittamuppajji,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.36
tha-ap3:140.2 #
สุทนฺตํ สุทฺธมานสํ✎ ร่าง
sudantaṁ suddhamānasaṁ;
tha-ap3:140.3 #
อุสภํ ปวรํ วีรํ✎ ร่าง
Usabhaṁ pavaraṁ vīraṁ,
tha-ap3:140.4 #
อรหายํ ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
arahāyaṁ bhavissati.
tha-ap3:141.1 #
ปาสาทิโก อิริยติ✎ ร่าง
Pāsādiko iriyati,
tha-ap3:141.2 #
อภิรูโป สุสํวุโต✎ ร่าง
abhirūpo susaṁvuto;
tha-ap3:141.3 #
อุตฺตเม ทมเถ ทนฺโต✎ ร่าง
Uttame damathe danto,
tha-ap3:141.4 #
อมตทสฺสี ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
amatadassī bhavissati.
tha-ap3:142.1 #
ยนฺนูนาหํ อุตฺตมตฺถํ✎ ร่าง
Yannūnāhaṁ uttamatthaṁ,
tha-ap3:142.2 #
ปุจฺเฉยฺยํ ตุฏฺฐมานสํ✎ ร่าง
puccheyyaṁ tuṭṭhamānasaṁ;
tha-ap3:142.3 #
โส เจ ๑- ปุฏฺโฐ กถิสฺสติ✎ ร่าง
So me puṭṭho kathessati,
tha-ap3:142.4 #
ปฏิปุจฺฉามหนฺตทา ฯ✎ ร่าง
paṭipucchāmahaṁ tadā.
tha-ap3:143.1 #
ปิณฺฑจารํ ๒- จรนฺตสฺส✎ ร่าง
Piṇḍapātaṁ carantassa,
tha-ap3:143.2 #
ปจฺฉโต อคมาสหํ✎ ร่าง
pacchato agamāsahaṁ;
tha-ap3:143.3 #
โอกาสํ ปฏิมาเนนฺโต✎ ร่าง
Okāsaṁ paṭimānento,
tha-ap3:143.4 #
ปุจฺฉิตุํ อมตํ ปทํ ฯ✎ ร่าง
pucchituṁ amataṁ padaṁ.
tha-ap3:144.1 #
วีถนฺตเร อนุปฺปตฺตํ✎ ร่าง
Vīthintare anuppattaṁ,
tha-ap3:144.2 #
อุปคนฺตฺวาน ปุจฺฉหํ✎ ร่าง
upagantvāna pucchahaṁ;
tha-ap3:144.3 #
กถํ โคตฺโตสิ ตฺวํ วีร✎ ร่าง
‘Kathaṁ gottosi tvaṁ vīra,
tha-ap3:144.4 #
กสฺส สิสฺโสสิ มาริส ฯ✎ ร่าง
kassa sissosi mārisa’.
tha-ap3:145.1 #
โส เม ปุฏฺโฐ วิยากาสิ✎ ร่าง
So me puṭṭho viyākāsi,
tha-ap3:145.2 #
อสมฺภีโตว เกสรี✎ ร่าง
asambhītova kesarī;
tha-ap3:145.3 #
พุทฺโธ โลเก สมุปฺปนฺโน✎ ร่าง
‘Buddho loke samuppanno,
tha-ap3:145.4 #
ตสฺส สิสฺโสมฺหิ อาวุโส ๔- ฯ✎ ร่าง
tassa sissomhi āvuso’.
tha-ap3:146.1 #
กิทิสนฺเต มหาวีร✎ ร่าง
‘Kīdisaṁ te mahāvīra,
อ้างอิงPTS 1.25
tha-ap3:146.2 #
อนุชาต มหายส✎ ร่าง
anujāta mahāyasa;
tha-ap3:146.3 #
พุทฺธสฺส สาสนํ ธมฺมํ✎ ร่าง
Buddhassa sāsanaṁ dhammaṁ,
tha-ap3:146.4 #
สาธุ เม กถยสฺสุ โภ ฯ✎ ร่าง
sādhu me kathayassu bho’.
tha-ap3:147.1 #
โส เม ปุฏฺโฐ กถี สพฺพํ✎ ร่าง
So me puṭṭho kathī sabbaṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.44
tha-ap3:147.2 #
คมฺภีรํ นิปุณํ ปทํ✎ ร่าง
gambhīraṁ nipuṇaṁ padaṁ;
tha-ap3:147.3 #
ตณฺหาสลฺลสฺส หนฺตารํ✎ ร่าง
Taṇhāsallassa hantāraṁ,
tha-ap3:147.4 #
สพฺพทุกฺขาปนูทนํ ฯ✎ ร่าง
sabbadukkhāpanūdanaṁ.
tha-ap3:148.1 #
เย ธมฺมา เหตุปภวา✎ ร่าง
‘Ye dhammā hetuppabhavā,
tha-ap3:148.2 #
เตสํ เหตุํ ตถาคโต อาห✎ ร่าง
Tesaṁ hetuṁ tathāgato āha;
tha-ap3:148.3 #
เตสญฺจ โย นิโรโธ✎ ร่าง
Tesañca yo nirodho,
tha-ap3:148.4 #
เอวํวาที มหาสมโณ ฯ✎ ร่าง
Evaṁvādī mahāsamaṇo’.
tha-ap3:149.1 #
โสหํ วิสฺสชฺชิเต ปเญฺห✎ ร่าง
Sohaṁ vissajjite pañhe,
tha-ap3:149.2 #
ปฐมํ ผลมชฺฌคํ✎ ร่าง
paṭhamaṁ phalamajjhagaṁ;
tha-ap3:149.3 #
วิรโช วิมโล อาสึ✎ ร่าง
Virajo vimalo āsiṁ,
tha-ap3:149.4 #
สุตฺวาน ชินสาสนํ ฯ✎ ร่าง
sutvāna jinasāsanaṁ.
tha-ap3:150.1 #
สุตฺวาน มุนิโน วากฺยํ✎ ร่าง
Sutvāna munino vākyaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.37
tha-ap3:150.2 #
ปสฺสิตฺวา ธมฺมมุตฺตมํ✎ ร่าง
passitvā dhammamuttamaṁ;
tha-ap3:150.3 #
ปริโยคาฬฺหสทฺธมฺโม✎ ร่าง
Pariyogāḷhasaddhammo,
tha-ap3:150.4 #
อิมํ คาถํ อภาสหํ ฯ✎ ร่าง
imaṁ gāthamabhāsahaṁ.
tha-ap3:151.1 #
เอเสว ธมฺโม ยทิ ตาวเทว✎ ร่าง
‘Eseva dhammo yadi tāvadeva,
tha-ap3:151.2 #
ปจฺจพฺยถา ปทมโสกํ✎ ร่าง
Paccabyatha padamasokaṁ;
tha-ap3:151.3 #
อทิฏฺฐํ อพฺภตีตํ✎ ร่าง
Adiṭṭhaṁ abbhatītaṁ,
tha-ap3:151.4 #
พหุเกหิ กปฺปนหุเตหิ ฯ |๓.๒๘๙| โย✎ ร่าง
Bahukehi kappanahutehi’.
tha-ap3:152.1 #
หํ ธมฺมํ คเวสนฺโต✎ ร่าง
Svāhaṁ dhammaṁ gavesanto,
tha-ap3:152.2 #
กุติตฺเถ สญฺจรึ อหํ✎ ร่าง
kutitthe sañcariṁ ahaṁ;
tha-ap3:152.3 #
โส เม อตฺโถ อนุปฺปตฺโต✎ ร่าง
So me attho anuppatto,
tha-ap3:152.4 #
กาโล เม นปฺปมชฺชิตุํ ฯ✎ ร่าง
kālo me nappamajjituṁ.
tha-ap3:153.1 #
โตสิโตหํ อสฺสชินา✎ ร่าง
Tositohaṁ assajinā,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.23
tha-ap3:153.2 #
ปตฺวาน อจลํ ปทํ ฯ✎ ร่าง
patvāna acalaṁ padaṁ;
tha-ap3:153.3 #
สหายกํ คเวสนฺโต✎ ร่าง
Sahāyakaṁ gavesanto,
tha-ap3:153.4 #
อสฺสมํ อคมาสหํ✎ ร่าง
assamaṁ agamāsahaṁ.
tha-ap3:154.1 #
ทูรโตว มมํ ทิสฺวา✎ ร่าง
Dūratova mamaṁ disvā,
tha-ap3:154.2 #
สหาโย เม สุสิกฺขิโต✎ ร่าง
sahāyo me susikkhito;
tha-ap3:154.3 #
อิริยาปถสมฺปนฺโน✎ ร่าง
Iriyāpathasampanno,
tha-ap3:154.4 #
อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ✎ ร่าง
idaṁ vacanamabravi.
tha-ap3:155.1 #
ปสนฺนมุขเนตฺโตสิ✎ ร่าง
‘Pasannamukhanettosi,
tha-ap3:155.2 #
มุนิภาโวว ทิสฺสติ✎ ร่าง
munibhāvova dissati;
tha-ap3:155.3 #
อมตาธิคโต กจฺจิ✎ ร่าง
Amatādhigato kacci,
tha-ap3:155.4 #
นิพฺพานํ อจฺจุตํ ปทํ ฯ✎ ร่าง
nibbānamaccutaṁ padaṁ.
tha-ap3:156.1 #
สุภานุรูโป อายาสิ✎ ร่าง
Subhānurūpo āyāsi,
tha-ap3:156.2 #
อาเนญฺชการิโต วิย✎ ร่าง
āneñjakārito viya;
tha-ap3:156.3 #
ทนฺโตว ๑- ทนฺตทมเถ✎ ร่าง
Dantova dantadamatho,
tha-ap3:156.4 #
อุปสนฺโตสิ พฺราหฺมณ ฯ✎ ร่าง
upasantosi brāhmaṇa’.
tha-ap3:157.1 #
อมตํ มยา อธิคตํ✎ ร่าง
‘Amataṁ mayādhigataṁ,
tha-ap3:157.2 #
โสกสลฺลวิโนทนํ✎ ร่าง
sokasallāpanūdanaṁ;
tha-ap3:157.3 #
ตุวํปิ ตํ อธิคจฺเฉหิ✎ ร่าง
Tvampi taṁ adhigacchesi,
tha-ap3:157.4 #
คจฺฉาม พุทฺธสนฺติกํ ฯ✎ ร่าง
gacchāma buddhasantikaṁ’.
tha-ap3:158.1 #
สาธูติ โส ปฏิสฺสุตฺวา✎ ร่าง
Sādhūti so paṭissutvā,
tha-ap3:158.2 #
สหาโย เม สุสิกฺขิโต✎ ร่าง
sahāyo me susikkhito;
tha-ap3:158.3 #
หตฺเถน หตฺถํ คณฺหิตฺวา✎ ร่าง
Hatthena hatthaṁ gaṇhitvā,
tha-ap3:158.4 #
อุปาคมฺม ตวนฺติกํ ๔- ฯ✎ ร่าง
upagamma tavantikaṁ.
tha-ap3:159.1 #
อุโภปิ ปพฺพชิสฺสาม✎ ร่าง
Ubhopi pabbajissāma,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.46
tha-ap3:159.2 #
สกฺยปุตฺต ตวนฺติเก ฯ✎ ร่าง
sakyaputta tavantike;
tha-ap3:159.3 #
ตว สาสนมาคมฺม✎ ร่าง
Tava sāsanamāgamma,
tha-ap3:159.4 #
วิหราม อนาสวา ฯ✎ ร่าง
viharāma anāsavā.
tha-ap3:160.1 #
โกลิโต อิทฺธิยา เสฏฺโฐ✎ ร่าง
Kolito iddhiyā seṭṭho,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.38
tha-ap3:160.2 #
อหํ ปญฺญาย ปารโค✎ ร่าง
ahaṁ paññāya pārago;
tha-ap3:160.3 #
อุโภว เอกโต หุตฺวา✎ ร่าง
Ubhova ekato hutvā,
tha-ap3:160.4 #
สาสนํ โสภยาม เส ฯ✎ ร่าง
sāsanaṁ sobhayāmase.
tha-ap3:161.1 #
อปริโยสิตสงฺกปฺโป✎ ร่าง
Apariyositasaṅkappo,
อ้างอิงPTS 1.26
tha-ap3:161.2 #
กุติตฺเถ สญฺจรึ อหํ✎ ร่าง
kutitthe sañcariṁ ahaṁ;
tha-ap3:161.3 #
ตว ทสฺสนมาคมฺม✎ ร่าง
Tava dassanamāgamma,
tha-ap3:161.4 #
สงฺกปฺโป ปูริโต มม ฯ✎ ร่าง
saṅkappo pūrito mama.
tha-ap3:162.1 #
ปฐวิยํ ปติฏฺฐาย✎ ร่าง
Pathaviyaṁ patiṭṭhāya,
tha-ap3:162.2 #
ปุปฺผนฺติ สมเย ทุมา✎ ร่าง
pupphanti samaye dumā;
tha-ap3:162.3 #
ทิพฺพา คนฺธา สมฺปวนฺติ✎ ร่าง
Dibbagandhā sampavanti,
tha-ap3:162.4 #
โตเสนฺติ สพฺพปาณินํ ฯ✎ ร่าง
tosenti sabbapāṇinaṁ.
tha-ap3:163.1 #
ตเถวาหํ มหาวีร✎ ร่าง
Tathevāhaṁ mahāvīra,
tha-ap3:163.2 #
สกฺยปุตฺต มหายส✎ ร่าง
sakyaputta mahāyasa;
tha-ap3:163.3 #
สาสเน โว ๑- ปติฏฺฐาย✎ ร่าง
Sāsane te patiṭṭhāya,
tha-ap3:163.4 #
สมเยสามิ ปุปฺผิตุํ ฯ✎ ร่าง
samayesāmi pupphituṁ.
tha-ap3:164.1 #
วิมุตฺติปุปฺผเมสนฺโต✎ ร่าง
Vimuttipupphaṁ esanto,
tha-ap3:164.2 #
ภวสํสารโมจนํ✎ ร่าง
bhavasaṁsāramocanaṁ;
tha-ap3:164.3 #
วิมุตฺติปุปฺผลาเภน✎ ร่าง
Vimuttipupphalābhena,
tha-ap3:164.4 #
โตเสมิ สพฺพปาณินํ ฯ✎ ร่าง
tosemi sabbapāṇinaṁ.
tha-ap3:165.1 #
ยาวตา พุทฺธเขตฺตมฺหิ✎ ร่าง
Yāvatā buddhakhettamhi,
tha-ap3:165.2 #
ฐเปตฺวาน มหามุนึ✎ ร่าง
ṭhapetvāna mahāmuniṁ;
tha-ap3:165.3 #
ปญฺญาย สทิโส นตฺถิ✎ ร่าง
Paññāya sadiso natthi,
tha-ap3:165.4 #
ตว ปุตฺตสฺส จกฺขุม ฯ✎ ร่าง
tava puttassa cakkhuma.
tha-ap3:166.1 #
สุวินีตา จ เต สิสฺสา✎ ร่าง
Suvinītā ca te sissā,
tha-ap3:166.2 #
ปริสา จ สุสิกฺขิตา✎ ร่าง
parisā ca susikkhitā;
tha-ap3:166.3 #
อุตฺตเม ทมเถ ทนฺตา✎ ร่าง
Uttame damathe dantā,
tha-ap3:166.4 #
ปริวาเรนฺติ ตํ สทา ฯ✎ ร่าง
parivārenti taṁ sadā.
tha-ap3:167.1 #
ฌายี ฌานรตา ธีรา✎ ร่าง
Jhāyī jhānaratā dhīrā,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.24
tha-ap3:167.2 #
สนฺตจิตฺตา สมาหิตา✎ ร่าง
santacittā samāhitā;
tha-ap3:167.3 #
มุนี โมเนยฺยสมฺปนฺนา✎ ร่าง
Munī moneyyasampannā,
tha-ap3:167.4 #
ปริวาเรนฺติ ตํ สทา ฯ✎ ร่าง
parivārenti taṁ sadā.
tha-ap3:168.1 #
อปฺปิจฺฉา นิปกา ธีรา✎ ร่าง
Appicchā nipakā dhīrā,
tha-ap3:168.2 #
อปฺปาหารา อโลลุปา✎ ร่าง
appāhārā alolupā;
tha-ap3:168.3 #
ลาภาลาเภน สนฺตุฏฺฐา✎ ร่าง
Lābhālābhena santuṭṭhā,
tha-ap3:168.4 #
ปริวาเรนฺติ ตํ สทา ฯ✎ ร่าง
parivārenti taṁ sadā.
tha-ap3:169.1 #
อารญฺญิกา ธุตรตา✎ ร่าง
Āraññikā dhutaratā,
tha-ap3:169.2 #
ฌายิโน ลูขจีวรา✎ ร่าง
jhāyino lūkhacīvarā;
tha-ap3:169.3 #
วิเวกาภิรตา ธีรา✎ ร่าง
Vivekābhiratā dhīrā,
tha-ap3:169.4 #
ปริวาเรนฺติ ตํ สทา ฯ✎ ร่าง
parivārenti taṁ sadā.
tha-ap3:170.1 #
ปฏิปนฺนา ผลฏฺฐา จ✎ ร่าง
Paṭipannā phalaṭṭhā ca,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.39
tha-ap3:170.2 #
เสขา ผลสมงฺคิโน✎ ร่าง
sekhā phalasamaṅgino;
tha-ap3:170.3 #
อาสึสกา ๑- อุตฺตมตฺถํ✎ ร่าง
Āsīsakā uttamatthaṁ,
tha-ap3:170.4 #
ปริวาเรนฺติ ตํ สทา ฯ✎ ร่าง
parivārenti taṁ sadā.
tha-ap3:171.1 #
โสตาปนฺนา จ วิมลา✎ ร่าง
Sotāpannā ca vimalā,
tha-ap3:171.2 #
สกทาคามิโน จ เย✎ ร่าง
sakadāgāmino ca ye;
tha-ap3:171.3 #
อนาคามี จ อรหา✎ ร่าง
Anāgāmī ca arahā,
tha-ap3:171.4 #
ปริวาเรนฺติ ตํ สทา ฯ✎ ร่าง
parivārenti taṁ sadā.
tha-ap3:172.1 #
สติปฏฺฐานกุสลา✎ ร่าง
Satipaṭṭhānakusalā,
tha-ap3:172.2 #
โพชฺฌงฺคภาวนารตา✎ ร่าง
bojjhaṅgabhāvanāratā;
tha-ap3:172.3 #
สาวกา โว ๒- พหู สพฺเพ✎ ร่าง
Sāvakā te bahū sabbe,
tha-ap3:172.4 #
ปริวาเรนฺติ ตํ สทา ฯ✎ ร่าง
parivārenti taṁ sadā.
tha-ap3:173.1 #
อิทฺธิปาเทสุ กุสลา✎ ร่าง
Iddhipādesu kusalā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.48
tha-ap3:173.2 #
สมาธิภาวนารตา✎ ร่าง
samādhibhāvanāratā;
tha-ap3:173.3 #
สมฺมปฺปธานมนุยุตฺตา✎ ร่าง
Sammappadhānānuyuttā,
tha-ap3:173.4 #
ปริวาเรนฺติ ตํ สทา ฯ✎ ร่าง
parivārenti taṁ sadā.
tha-ap3:174.1 #
เตวิชฺชา ฉฬภิญฺญา จ✎ ร่าง
Tevijjā chaḷabhiññā ca,
tha-ap3:174.2 #
อิทฺธิยา ปารมึ คตา✎ ร่าง
iddhiyā pāramiṁ gatā;
tha-ap3:174.3 #
ปญฺญาย ปารมิมฺปตฺตา✎ ร่าง
Paññāya pāramiṁ pattā,
tha-ap3:174.4 #
ปริวาเรนฺติ ตํ สทา ฯ✎ ร่าง
parivārenti taṁ sadā.
tha-ap3:175.1 #
อีทิสา ๓- โว ๒- มหาวีร✎ ร่าง
Edisā te mahāvīra,
tha-ap3:175.2 #
ตว สิสฺสา สุสิกฺขิตา✎ ร่าง
tava sissā susikkhitā;
tha-ap3:175.3 #
ทุราสทา อุคฺคเตชา✎ ร่าง
Durāsadā uggatejā,
tha-ap3:175.4 #
ปริวาเรนฺติ ตํ สทา ฯ✎ ร่าง
parivārenti taṁ sadā.
tha-ap3:176.1 #
เตหิ สิสฺเสหิ ปริวุโต✎ ร่าง
Tehi sissehi parivuto,
tha-ap3:176.2 #
สญฺญเตหิ ตปสฺสิภิ✎ ร่าง
saññatehi tapassibhi;
tha-ap3:176.3 #
มิคราชาวสมฺภีโต✎ ร่าง
Migarājāvasambhīto,
tha-ap3:176.4 #
อุฬุราชาว โสภสิ ฯ✎ ร่าง
uḷurājāva sobhasi.
tha-ap3:177.1 #
ปฐวิยํ ปติฏฺฐาย✎ ร่าง
Pathaviyaṁ patiṭṭhāya,
tha-ap3:177.2 #
รุหนฺติ ขรณีรุหา✎ ร่าง
ruhanti dharaṇīruhā;
tha-ap3:177.3 #
เวปุลฺลตฺตํ ปาปุณนฺติ✎ ร่าง
Vepullataṁ pāpuṇanti,
tha-ap3:177.4 #
ผลญฺจ ทสฺสยนฺติ เต ฯ✎ ร่าง
phalañca dassayanti te.
tha-ap3:178.1 #
ปฐวีสทิโส ตฺวํสิ✎ ร่าง
Pathavīsadiso tvaṁsi,
อ้างอิงPTS 1.27
tha-ap3:178.2 #
สกฺยปุตฺต มหายส ฯ✎ ร่าง
sakyaputta mahāyasa;
tha-ap3:178.3 #
สาสเน เต ปติฏฺฐาย✎ ร่าง
Sāsane te patiṭṭhāya,
tha-ap3:178.4 #
ลภนฺติ อมตํ ผลํ ฯ✎ ร่าง
labhanti amataṁ phalaṁ.
tha-ap3:179.1 #
สินฺธุ สรสฺสตี เจว✎ ร่าง
Sindhu sarassatī ceva,
tha-ap3:179.2 #
นทิโย จนฺทภาคิกา✎ ร่าง
nadiyo candabhāgikā;
tha-ap3:179.3 #
คงฺคา จ ยมุนา เจว✎ ร่าง
Gaṅgā ca yamunā ceva,
tha-ap3:179.4 #
สรภู จ อโถ มหี ฯ✎ ร่าง
sarabhū ca atho mahī.
tha-ap3:180.1 #
เอตาสํ สนฺทมานานํ✎ ร่าง
Etāsaṁ sandamānānaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.40
tha-ap3:180.2 #
สาคโร สมฺปฏิจฺฉติ✎ ร่าง
sāgaro sampaṭicchati;
tha-ap3:180.3 #
ชหนฺติ ปุริมํ นามํ✎ ร่าง
Jahanti purimaṁ nāmaṁ,
tha-ap3:180.4 #
สาคโรเตฺวว ญายติ ฯ✎ ร่าง
sāgaroteva ñāyati.
tha-ap3:181.1 #
ตเถวิเม จตุวณฺณา✎ ร่าง
Tathevime catubbaṇṇā,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.25
tha-ap3:181.2 #
ปพฺพชิตฺวา ตวนฺติเก✎ ร่าง
pabbajitvā tavantike;
tha-ap3:181.3 #
ชหนฺติ ปุริมํ นามํ✎ ร่าง
Jahanti purimaṁ nāmaṁ,
tha-ap3:181.4 #
พุทฺธปุตฺตาติ ญายเร ฯ✎ ร่าง
buddhaputtāti ñāyare.
tha-ap3:182.1 #
ยถาปิ จนฺโท วิมโล✎ ร่าง
Yathāpi cando vimalo,
tha-ap3:182.2 #
คจฺฉํ อากาสธาตุยา✎ ร่าง
gacchaṁ ākāsadhātuyā;
tha-ap3:182.3 #
สพฺเพ ตารคเณ โลเก✎ ร่าง
Sabbe tāragaṇe loke,
tha-ap3:182.4 #
อาภาย อติโรจติ ฯ✎ ร่าง
ābhāya atirocati.
tha-ap3:183.1 #
ตเถว ตฺวํ มหาวีร✎ ร่าง
Tatheva tvaṁ mahāvīra,
tha-ap3:183.2 #
ปริวุโต เทวมานุเส✎ ร่าง
parivuto devamānuse;
tha-ap3:183.3 #
พุทฺธกฺเขตฺตํ อติกฺกมฺม✎ ร่าง
Ete sabbe atikkamma,
tha-ap3:183.4 #
ชลสิ สพฺพทา ตุวํ ฯ✎ ร่าง
jalasi sabbadā tuvaṁ.
tha-ap3:184.1 #
คมฺภีเร อุฏฺฐิตา อูมิ✎ ร่าง
Gambhīre uṭṭhitā ūmī,
tha-ap3:184.2 #
น เวลํ อติวตฺตติ✎ ร่าง
na velamativattare;
tha-ap3:184.3 #
สพฺพเวลํ ปผุสฺสนฺติ✎ ร่าง
Sabbā velaṁva phusanti,
tha-ap3:184.4 #
สญฺจุณฺณา วิกิรนฺติ ตา ฯ✎ ร่าง
sañcuṇṇā vikiranti tā.
tha-ap3:185.1 #
ตเถว ติตฺถิยา โลเก✎ ร่าง
Tatheva titthiyā loke,
tha-ap3:185.2 #
นานาทิฏฺฐี พหู ชนา✎ ร่าง
nānādiṭṭhī bahujjanā;
tha-ap3:185.3 #
ธมฺมํ ตริตุกามา เต✎ ร่าง
Dhammaṁ vāditukāmā te,
tha-ap3:185.4 #
นาติวตฺตนฺติ ตํ มุนึ ฯ✎ ร่าง
nātivattanti taṁ muniṁ.
tha-ap3:186.1 #
สเจ จ ๑- ตํ ปาปุณนฺติ✎ ร่าง
Sace ca taṁ pāpuṇanti,
tha-ap3:186.2 #
ปฏิวาเรหิ ๒- จกฺขุม✎ ร่าง
paṭivādehi cakkhuma;
tha-ap3:186.3 #
ตวนฺติกํ อุปาคนฺตฺวา✎ ร่าง
Tavantikaṁ upāgantvā,
tha-ap3:186.4 #
สญฺจุณฺณาว ภวนฺติ เต ฯ✎ ร่าง
sañcuṇṇāva bhavanti te.
tha-ap3:187.1 #
ยถาปิ อุทเก ชาตา✎ ร่าง
Yathāpi udake jātā,
tha-ap3:187.2 #
กุมุทา มนฺทาลกา ๓- พหู✎ ร่าง
kumudā mandālakā bahū;
tha-ap3:187.3 #
อุปลิมฺปนฺติ โตเยน✎ ร่าง
Upalimpanti toyena,
tha-ap3:187.4 #
กทฺทมกลเลน จ ฯ✎ ร่าง
kaddamakalalena ca.
tha-ap3:188.1 #
ตเถว พหุกา สตฺตา✎ ร่าง
Tatheva bahukā sattā,
tha-ap3:188.2 #
โลเก ชาตา วิรูหเร✎ ร่าง
loke jātā virūhare;
tha-ap3:188.3 #
อฑฺฑิตา ราคโทเสน✎ ร่าง
Aṭṭitā rāgadosena,
tha-ap3:188.4 #
กทฺทเม กุมุทํ ยถา ฯ✎ ร่าง
kaddame kumudaṁ yathā.
tha-ap3:189.1 #
ยถา ปทุมํ ชลชํ✎ ร่าง
Yathāpi padumaṁ jalajaṁ,
tha-ap3:189.2 #
ชลมชฺเฌ วิโรจติ✎ ร่าง
jalamajjhe virūhati;
tha-ap3:189.3 #
น โส ลิมฺปติ โตเยน✎ ร่าง
Na so limpati toyena,
tha-ap3:189.4 #
ปริสุทฺโธ หิ เกสรี ฯ✎ ร่าง
parisuddho hi kesarī.
tha-ap3:190.1 #
ตเถว ตฺวํ มหาวีร✎ ร่าง
Tatheva tvaṁ mahāvīra,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.41 · พุทธชยันตี 36.50
tha-ap3:190.2 #
โลเก ชาโต มหามุนิ✎ ร่าง
loke jāto mahāmuni;
tha-ap3:190.3 #
โนปลิมฺปสิ โลเกน✎ ร่าง
Nopalimpasi lokena,
tha-ap3:190.4 #
โตเยน ปทุมํ ยถา ฯ✎ ร่าง
toyena padumaṁ yathā.
tha-ap3:191.1 #
ยถา หิ รมฺมเก มาเส✎ ร่าง
Yathāpi rammake māse,
tha-ap3:191.2 #
พหู ปุปฺผนฺติ วาริชา✎ ร่าง
bahū pupphanti vārijā;
tha-ap3:191.3 #
นาติกฺกมนฺติ ตํ มาสํ✎ ร่าง
Nātikkamanti taṁ māsaṁ,
tha-ap3:191.4 #
สมโย ปุปฺผนาย โส ฯ✎ ร่าง
samayo pupphanāya so.
tha-ap3:192.1 #
ตเถว ตฺวํ สกฺยปุตฺต✎ ร่าง
Tatheva tvaṁ mahāvīra,
อ้างอิงPTS 1.28 · ฉัฏฐสังคายนา 57.26
tha-ap3:192.2 #
ปุปฺผิโต เต วิมุตฺติยา✎ ร่าง
pupphito te vimuttiyā;
tha-ap3:192.3 #
สาสนํ นาติวตฺตนฺติ✎ ร่าง
Sāsanaṁ nātivattanti,
tha-ap3:192.4 #
ปทุมํ วารินา ยถา ฯ✎ ร่าง
padumaṁ vārijaṁ yathā.
tha-ap3:193.1 #
สุปุปฺผิโต สาลราชาว✎ ร่าง
Supupphito sālarājā,
tha-ap3:193.2 #
ทิพฺพคนฺธํ ปวายติ✎ ร่าง
dibbagandhaṁ pavāyati;
tha-ap3:193.3 #
อญฺญสาเลหิ ปริวุโต✎ ร่าง
Aññasālehi parivuto,
tha-ap3:193.4 #
สาลราชาติโสภติ ๒- ฯ✎ ร่าง
sālarājāva sobhati.
tha-ap3:194.1 #
ตเถว ตฺวํ มหาวีร✎ ร่าง
Tatheva tvaṁ mahāvīra,
tha-ap3:194.2 #
พุทฺธญาเณน ปุปฺผิโต✎ ร่าง
buddhañāṇena pupphito;
tha-ap3:194.3 #
ภิกฺขุสงฺเฆน ปริวุโต✎ ร่าง
Bhikkhusaṅghaparivuto,
tha-ap3:194.4 #
สาลราชาว โสภสิ ฯ✎ ร่าง
sālarājāva sobhasi.
tha-ap3:195.1 #
ยถาปิ เสโล หิมวา✎ ร่าง
Yathāpi selo himavā,
tha-ap3:195.2 #
โอสโถ สพฺพปาณินํ✎ ร่าง
osadho sabbapāṇinaṁ;
tha-ap3:195.3 #
นาคานํ อสุรานญฺจ✎ ร่าง
Nāgānaṁ asurānañca,
tha-ap3:195.4 #
เทวานํ อาลโยปิจ ฯ✎ ร่าง
devatānañca ālayo.
tha-ap3:196.1 #
ตเถว ตฺวํ มหาวีร✎ ร่าง
Tatheva tvaṁ mahāvīra,
tha-ap3:196.2 #
โอสโถ วิย ปาณินํ✎ ร่าง
osadho viya pāṇinaṁ;
tha-ap3:196.3 #
เตวิชฺชา ฉฬภิญฺญา จ✎ ร่าง
Tevijjā chaḷabhiññā ca,
tha-ap3:196.4 #
อิทฺธิยา ปารมึ คตา ฯ✎ ร่าง
iddhiyā pāramiṁ gatā.
tha-ap3:197.1 #
อนุสิฏฺฐา มหาวีร✎ ร่าง
Anusiṭṭhā mahāvīra,
tha-ap3:197.2 #
ตยา การุณิเกน เต✎ ร่าง
tayā kāruṇikena te;
tha-ap3:197.3 #
รมนฺติ ธมฺมรติยา✎ ร่าง
Ramanti dhammaratiyā,
tha-ap3:197.4 #
วสนฺติ ตว สาสเน ฯ✎ ร่าง
vasanti tava sāsane.
tha-ap3:198.1 #
มิคราชา ยถา สีโห✎ ร่าง
Migarājā yathā sīho,
tha-ap3:198.2 #
อภินิกฺขมฺม อาสยา✎ ร่าง
abhinikkhamma āsayā;
tha-ap3:198.3 #
จตุทฺทิสา ๓- วิโลเกตฺวา✎ ร่าง
Catuddisānuviloketvā,
tha-ap3:198.4 #
ติกฺขตฺตุํ อภินาทติ ๔- ฯ✎ ร่าง
tikkhattuṁ abhinādati.
tha-ap3:199.1 #
สพฺเพ มิคา อุตฺตสนฺติ✎ ร่าง
Sabbe migā uttasanti,
tha-ap3:199.2 #
มิคราชสฺส คชฺชโต✎ ร่าง
migarājassa gajjato;
tha-ap3:199.3 #
ตถา หิ ชาติมา เอโส✎ ร่าง
Tathā hi jātimā eso,
tha-ap3:199.4 #
ปสุํ ๕- ตาเสติ สพฺพทา ฯ✎ ร่าง
pasū tāseti sabbadā.
tha-ap3:200.1 #
คชฺชโต เต มหาวีร พ✎ ร่าง
Gajjato te mahāvīra,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.42
tha-ap3:200.2 #
สุธายํ ปกมฺปติ✎ ร่าง
vasudhā sampakampati;
tha-ap3:200.3 #
โพธเนยฺยา ปพุชฺฌนฺติ✎ ร่าง
Bodhaneyyāvabujjhanti,
tha-ap3:200.4 #
ตสนฺติ มารกายิกา ฯ✎ ร่าง
tasanti mārakāyikā.
tha-ap3:201.1 #
ตสนฺติ ติตฺถิยา สพฺเพ✎ ร่าง
Tasanti titthiyā sabbe,
tha-ap3:201.2 #
นทโต เต มหามุนิ✎ ร่าง
nadato te mahāmuni;
tha-ap3:201.3 #
กากเสนาว วิพฺภนฺตา✎ ร่าง
Kākā senāva vibbhantā,
tha-ap3:201.4 #
มิครญฺญา ยถา มิคา ฯ✎ ร่าง
migaraññā yathā migā.
tha-ap3:202.1 #
เย เกจิ คณิโน โลเก✎ ร่าง
Ye keci gaṇino loke,
tha-ap3:202.2 #
สตฺถาโรติ ปวุจฺจเร✎ ร่าง
satthāroti pavuccare;
tha-ap3:202.3 #
ปรมฺปราภตํ ธมฺมํ✎ ร่าง
Paramparāgataṁ dhammaṁ,
tha-ap3:202.4 #
เทเสนฺติ ปริสาย เต ฯ✎ ร่าง
desenti parisāya te.
tha-ap3:203.1 #
น เหว ตฺวํ มหาวีร✎ ร่าง
Na hevaṁ tvaṁ mahāvīra,
tha-ap3:203.2 #
ธมฺมํ เทเสสิ ปาณินํ✎ ร่าง
dhammaṁ desesi pāṇinaṁ;
tha-ap3:203.3 #
สามํ สจฺจานิ พุชฺฌิตฺวา✎ ร่าง
Sāmaṁ saccāni bujjhitvā,
tha-ap3:203.4 #
เกวลํ โพธิปกฺขิกํ ฯ✎ ร่าง
kevalaṁ bodhipakkhiyaṁ.
tha-ap3:204.1 #
อาสยานุสยํ ญตฺวา✎ ร่าง
Āsayānusayaṁ ñatvā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.52
tha-ap3:204.2 #
อินฺทฺริยานํ พลาพลํ✎ ร่าง
indriyānaṁ balābalaṁ;
tha-ap3:204.3 #
ภพฺพาภพฺเพ วิทิตฺวาน✎ ร่าง
Bhabbābhabbe viditvāna,
tha-ap3:204.4 #
มหาเมโฆว คชฺชสิ ฯ✎ ร่าง
mahāmeghova gajjasi.
tha-ap3:205.1 #
จกฺกวาฬปริยนฺตา✎ ร่าง
Cakkavāḷapariyantā,
tha-ap3:205.2 #
นิสินฺนา ปริสา ภเว✎ ร่าง
nisinnā parisā bhave;
tha-ap3:205.3 #
นานาทิฏฺฐี วิจินฺเตนฺติ✎ ร่าง
Nānādiṭṭhī vicinantā,
tha-ap3:205.4 #
วิมติจฺเฉทนาย ตํ ฯ✎ ร่าง
vimaticchedanāya taṁ.
tha-ap3:206.1 #
สพฺเพสํ จิตฺตมญฺญาย✎ ร่าง
Sabbesaṁ cittamaññāya,
อ้างอิงPTS 1.29
tha-ap3:206.2 #
โอปมฺมกุสโล มุนิ✎ ร่าง
opammakusalo muni;
tha-ap3:206.3 #
เอกํ ปญฺหํ กเถนฺโตว✎ ร่าง
Ekaṁ pañhaṁ kathentova,
tha-ap3:206.4 #
วิมตึ ฉินฺทิ ปาณินํ ฯ✎ ร่าง
vimatiṁ chindasi pāṇinaṁ.
tha-ap3:207.1 #
อุปทิสาสทิเสเหว✎ ร่าง
Upatissasadiseheva,
tha-ap3:207.2 #
วสุธา ปูริตา ภเว✎ ร่าง
vasudhā pūritā bhave;
tha-ap3:207.3 #
สพฺเพว เต ปญฺชลิกา✎ ร่าง
Sabbeva te pañjalikā,
tha-ap3:207.4 #
กิตฺตยุํ โลกนายกํ ฯ✎ ร่าง
kittayuṁ lokanāyakaṁ.
tha-ap3:208.1 #
กปฺปํ วา เต กิตฺตยนฺตา✎ ร่าง
Kappaṁ vā te kittayantā,
tha-ap3:208.2 #
นานาวณฺเณหิ กิตฺตยุํ✎ ร่าง
nānāvaṇṇehi kittayuṁ;
tha-ap3:208.3 #
ปริเมตุํ น กปฺเปยฺยุํ✎ ร่าง
Parimetuṁ na sakkeyyuṁ,
tha-ap3:208.4 #
อปฺปเมยฺโย ตถาคโต ฯ |๓.๓๔๖| ต✎ ร่าง
appameyyo tathāgato.
tha-ap3:209.1 #
ถา ๓- สเกน ถาเมน✎ ร่าง
Yathāsakena thāmena,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.27
tha-ap3:209.2 #
กิตฺติโต หิ มหาชิโน✎ ร่าง
kittito hi mayā jino;
tha-ap3:209.3 #
กปฺปโกฏี ปกิตฺเตนฺตา✎ ร่าง
Kappakoṭīpi kittentā,
tha-ap3:209.4 #
เอวเมวํ ปกิตฺตยุํ ฯ✎ ร่าง
evamevaṁ pakittayuṁ.
tha-ap3:210.1 #
สเจ หิ โกจิ เทโว วา✎ ร่าง
Sace hi koci devo vā,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.43
tha-ap3:210.2 #
มนุสฺโส วา สุสิกฺขิโต✎ ร่าง
manusso vā susikkhito;
tha-ap3:210.3 #
ปเมตุํ ปริกปฺเปยฺย✎ ร่าง
Pametuṁ parikappeyya,
tha-ap3:210.4 #
วิฆาตํว ลเภยฺย โส ฯ✎ ร่าง
vighātaṁva labheyya so.
tha-ap3:211.1 #
สาสเน เต ปติฏฺฐาย✎ ร่าง
Sāsane te patiṭṭhāya,
tha-ap3:211.2 #
สกฺยปุตฺต มหายส✎ ร่าง
sakyaputta mahāyasa;
tha-ap3:211.3 #
ปญฺญาย ปารมึ คนฺตฺวา✎ ร่าง
Paññāya pāramiṁ gantvā,
tha-ap3:211.4 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ✎ ร่าง
viharāmi anāsavo.
tha-ap3:212.1 #
ติตฺถิเย สมฺปมทฺทามิ✎ ร่าง
Titthiye sampamaddāmi,
tha-ap3:212.2 #
วตฺเตมิ ชินสาสนํ✎ ร่าง
vattemi jinasāsanaṁ;
tha-ap3:212.3 #
ธมฺมเสนาปติ อชฺช✎ ร่าง
Dhammasenāpati ajja,
tha-ap3:212.4 #
สกฺยปุตฺตสฺส สาสเน ฯ✎ ร่าง
sakyaputtassa sāsane.
tha-ap3:213.1 #
อปริเมยฺเย กตํ กมฺมํ✎ ร่าง
Aparimeyye kataṁ kammaṁ,
tha-ap3:213.2 #
ผลํ ทสฺเสสิ เม อิธ✎ ร่าง
phalaṁ dassesi me idha;
tha-ap3:213.3 #
สุมุตฺโต ๒- สรเวโคว✎ ร่าง
Sukhitto saravegova,
tha-ap3:213.4 #
กิเลเส ฌาปยึ มมํ ฯ✎ ร่าง
kilese jhāpayī mama.
tha-ap3:214.1 #
โย โกจิ มนุโช ภารํ✎ ร่าง
Yo koci manujo bhāraṁ,
tha-ap3:214.2 #
ธาเรยฺย มตฺถเก สทา✎ ร่าง
dhāreyya matthake sadā;
tha-ap3:214.3 #
ภาเรน ทุกฺขิโต อสฺส✎ ร่าง
Bhārena dukkhito assa,
tha-ap3:214.4 #
ภาโร หิ ภริโต ตถา ฯ✎ ร่าง
bhārehi bharito tathā.
tha-ap3:215.1 #
ฑยฺหมาโน ติหคฺคีหิ✎ ร่าง
Ḍayhamāno tīhaggīhi,
tha-ap3:215.2 #
ภเวสุ สํสรึ อหํ✎ ร่าง
bhavesu saṁsariṁ ahaṁ;
tha-ap3:215.3 #
ภริโต ภวภาเรน เน✎ ร่าง
Bharito bhavabhārena,
tha-ap3:215.4 #
รุ อุทฺธริโต ยถา ๓- ฯ✎ ร่าง
giriṁ uccārito yathā.
tha-ap3:216.1 #
โอโรปิโต จ เม ภาโร✎ ร่าง
Oropito ca me bhāro,
tha-ap3:216.2 #
ภวา อุคฺฆาฏิตา มยา✎ ร่าง
bhavā ugghāṭitā mayā;
tha-ap3:216.3 #
กรณียํ กตํ สพฺพํ✎ ร่าง
Karaṇīyaṁ kataṁ sabbaṁ,
tha-ap3:216.4 #
สกฺยปุตฺตสฺส สาสเน ฯ✎ ร่าง
sakyaputtassa sāsane.
tha-ap3:217.1 #
ยาวตา พุทฺธเขตฺตมฺหิ✎ ร่าง
Yāvatā buddhakhettamhi,
tha-ap3:217.2 #
ฐเปตฺวา สกฺยปุงฺควํ✎ ร่าง
ṭhapetvā sakyapuṅgavaṁ;
tha-ap3:217.3 #
อหํ อคฺโคมฺหิ ปญฺญาย✎ ร่าง
Ahaṁ aggomhi paññāya,
tha-ap3:217.4 #
สทิโส เม น วิชฺชติ ฯ✎ ร่าง
sadiso me na vijjati.
tha-ap3:218.1 #
สมาธิมฺหิ สุกุสโล✎ ร่าง
Samādhimhi sukusalo,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.54
tha-ap3:218.2 #
อิทฺธิยา ปารมึ คโต✎ ร่าง
iddhiyā pāramiṁ gato;
tha-ap3:218.3 #
อิจฺฉมาโน อหํ ๔- อชฺช✎ ร่าง
Icchamāno cahaṁ ajja,
tha-ap3:218.4 #
สหสฺสํ อภินิมฺมิเน ฯ✎ ร่าง
sahassaṁ abhinimmine.
tha-ap3:219.1 #
อนุปุพฺพวิหารสฺส✎ ร่าง
Anupubbavihārassa,
อ้างอิงPTS 1.30
tha-ap3:219.2 #
วสีภูโต มหามุนิ✎ ร่าง
vasībhūto mahāmuni;
tha-ap3:219.3 #
กเถสิ สาสนํ มยฺหํ✎ ร่าง
Kathesi sāsanaṁ mayhaṁ,
tha-ap3:219.4 #
นิโรโธ สยนํ มม ฯ✎ ร่าง
nirodho sayanaṁ mama.
tha-ap3:220.1 #
ทิพฺพจกฺขุํ วิสุทฺธํ เม✎ ร่าง
Dibbacakkhu visuddhaṁ me,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.44
tha-ap3:220.2 #
สมาธิกุสโล อหํ✎ ร่าง
samādhikusalo ahaṁ;
tha-ap3:220.3 #
สมฺมปฺปธานมนุยุตฺโต✎ ร่าง
Sammappadhānānuyutto,
tha-ap3:220.4 #
โพชฺฌงฺคภาวนารโต ฯ✎ ร่าง
bojjhaṅgabhāvanārato.
tha-ap3:221.1 #
สาวเกน หิ ปตฺตพฺพํ✎ ร่าง
Sāvakena hi pattabbaṁ,
tha-ap3:221.2 #
สพฺพเมว กตํ มม✎ ร่าง
sabbameva kataṁ mayā;
tha-ap3:221.3 #
โลกนาถํ ฐเปตฺวาน✎ ร่าง
Lokanāthaṁ ṭhapetvāna,
tha-ap3:221.4 #
สทิโส เม น วิชฺชติ ฯ✎ ร่าง
sadiso me na vijjati.
tha-ap3:222.1 #
สมาปตฺติมฺหิ ๒- กุสโล✎ ร่าง
Samāpattīnaṁ kusalo,
tha-ap3:222.2 #
ฌานวิโมกฺขานํ ขิปฺปํ ปฏิลาภี✎ ร่าง
Jhānavimokkhāna khippapaṭilābhī;
tha-ap3:222.3 #
โพชฺฌงฺคภาวนารโต✎ ร่าง
Bojjhaṅgabhāvanārato,
tha-ap3:222.4 #
สาวกคุณปารมึ คโตสฺมิ ฯ✎ ร่าง
Sāvakaguṇapāramigatosmi.
tha-ap3:223.1 #
สาวกคุณผุสฺเสน✎ ร่าง
Sāvakaguṇenapi phussena,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.28
tha-ap3:223.2 #
พุทฺธิยา ปุริสุตฺตมคารวา✎ ร่าง
Buddhiyā parisuttamabhāravā;
tha-ap3:223.3 #
สทฺธาสงฺคหิตํ จิตฺตํ✎ ร่าง
Yaṁ saddhāsaṅgahitaṁ cittaṁ,
tha-ap3:223.4 #
Sadā sabrahmacārīsu.
tha-ap3:224.1 #
วิโม✎ ร่าง
Uddhatavisova sappo,
tha-ap3:224.2 #
Chinnavisāṇova usabho;
tha-ap3:224.3 #
กฺข✎ ร่าง
Nikkhittamānadappova,
tha-ap3:224.4 #
Upemi garugāravena gaṇaṁ.
tha-ap3:225.1 #
Yadi rūpinī bhaveyya,
tha-ap3:225.2 #
Paññā me vasumatīpi na sameyya;
tha-ap3:225.3 #
Anomadassissa bhagavato,
tha-ap3:225.4 #
Phalametaṁ ñāṇathavanāya.
tha-ap3:226.1 #
Pavattitaṁ dhammacakkaṁ,
tha-ap3:226.2 #
sakyaputtena tādinā;
tha-ap3:226.3 #
Anuvattemahaṁ sammā,
tha-ap3:226.4 #
ñāṇathavanāyidaṁ phalaṁ.
tha-ap3:227.1 #
าปิจ✎ ร่าง
Mā me kadāci pāpiccho,
tha-ap3:227.2 #
kusīto hīnavīriyo;
tha-ap3:227.3 #
อฏฺฐิ✎ ร่าง
Appassuto anācāro,
tha-ap3:227.4 #
เม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกต✎ ร่าง
sameto ahu katthaci.
tha-ap3:228.1 #
า ก✎ ร่าง
Bahussuto ca medhāvī,
tha-ap3:228.2 #
ตํ พ✎ ร่าง
sīlesu susamāhito;
tha-ap3:228.3 #
Cetosamathānuyutto,
tha-ap3:228.4 #
ุทฺธ✎ ร่าง
api muddhani tiṭṭhatu.
tha-ap3:229.1 #
Taṁ vo vadāmi bhaddante,
tha-ap3:229.2 #
yāvantettha samāgatā;
tha-ap3:229.3 #
Appicchā hotha santuṭṭhā,
tha-ap3:229.4 #
jhāyī jhānaratā sadā.
tha-ap3:230.1 #
Yamahaṁ paṭhamaṁ disvā,
อ้างอิงPTS 1.31 · สยามรัฐ 32.45
tha-ap3:230.2 #
virajo vimalo ahuṁ;
tha-ap3:230.3 #
So me ācariyo dhīro,
tha-ap3:230.4 #
สฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ขทิรวนิโย เรวตตฺเถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ขทิรวนิยเรวตตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ตารโก นาม ฯ ๒ ม. ยุ. ติทสา โส ฯ@๓ ม. สตสหสฺเส กตํ กมฺมํ ผลํ ทสฺเสสิ เม อิธ@ สุมุตฺโต สรเวโคว กิเลเส ฌาปยี มม@ ตโตมํ วนนิรตํ ทิสฺวา โลกนฺตคู มุนิ@ วนวาสิ ภิกฺขูนคฺคํ ปญฺญเปสิ มหามติ ฯ ทฺวาทสมํ อานนฺทตฺเถราปทานํ (๑๐) [๓]- เหสฺสติ สตฺถุสาวโก✎ ร่าง
assaji nāma sāvako.
tha-ap3:231.1 #
Tassāhaṁ vāhasā ajja,
tha-ap3:231.2 #
dhammasenāpatī ahuṁ;
tha-ap3:231.3 #
Sabbattha pāramiṁ patvā,
tha-ap3:231.4 #
viharāmi anāsavo.
tha-ap3:232.1 #
จริ✎ ร่าง
Yo me ācariyo āsi,
tha-ap3:232.2 #
assaji nāma sāvako;
tha-ap3:232.3 #
Yassaṁ disāyaṁ vasati,
tha-ap3:232.4 #
ussīsamhi karomahaṁ.
tha-ap3:233.1 #
มํ วตฺ✎ ร่าง
Mama kammaṁ saritvāna,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.56
tha-ap3:233.2 #
✎ ร่าง
gotamo sakyapuṅgavo;
tha-ap3:233.3 #
เต✎ ร่าง
Bhikkhusaṅghe nisīditvā,
tha-ap3:233.4 #
aggaṭṭhāne ṭhapesi maṁ.
tha-ap3:234.1 #
มยฺหํ✎ ร่าง
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๒ — ขุททกนิกาย อปทาน ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน