‹ กลับ
โตเทยยเถราปทาน (๔๐๘)
เล่ม ๓๒ — ขุททกนิกาย อปทาน ๑ · ข้อ 410 · ขุ.อป.๑. ๓๒/๙๒๖๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๑๐] ในกาลนั้น (เราเป็น) พระราชาพระนามว่าวิชิตชัย เป็นผู้กล้า ทรงถึง พร้อมด้วยความกล้าหาญ ประทับอยู่ในท่ามกลางพระนครเกตุมดีอันอุดม ในกาลนั้น เมื่อพระราชาพระองค์นั้นประมาท พิษร้ายของแว่นแคว้นก็ดัง ขึ้น อุตฺตรา ตุณฺฑิกา เจว กำจัดแว่นแคว้นเมื่อปัจจันตชนบทกำเริบ พระราชาจึงสั่งให้พลรบและทหารสื่อสารประชุมกัน รับสั่งให้ใช้อาวุธบังคับ ข้าศึก ในกาลนั้น พลช้าง พลม้า ทหารเสื้อเกราะผู้กล้าหาญ พลธนูและ พลรถมาประชุมกันทั้งหมด พวกพ่อครัว พนักงานเครื่องต้น พนักงานสรง สนาน ช่างดอกไม้ผู้กล้าหาญ เคยชนะสงคราม มาประชุมกันทั้งหมด พวกชายฉกรรจ์ผู้ถือแสงขรรค์ ถือธนู สวมเกราะหนัง เป็นคนแข็ง กล้าเคยชนะสงคราม มาประชุมกันทั้งหมด ช้างมาตังคะตกมัน ๓ ครั้ง มีอายุ ๖๐ ปี มีสายประคนพานหน้าพานหลัง และเครื่องประดับล้วนทอง มาประชุมกันทั้งหมด นักรบอาชีพ อดทนต่อหนาว ร้อน อุจจาระ ปัสสาวะ มีกรรมอันทำเสร็จแล้ว มาประชุมกันทั้งหมด ทหารเหล่านั้นยินดีด้วยเสียง สังข์ เสียงกลองและด้วยเสียงแตกตื่น มาประชุมกันทั้งหมด ทหารเหล่า นั้นตีกั้นด้วยหลาว หอก แหลน ธนู และหอกอย่าง ๓ เล่ม กลับมา ประชุมกันทั้งหมด ในกาลนั้น เราสวมเกราะแล้ว สั่งให้จับพลรบ ๖ หมื่น พร้อมทั้งพระราชาผู้ชนะ ที่ยังไม่เคยชนะ เสียบหลาว พลรบเหล่านั้น พากันส่งเสียงร้องว่า พุทโธ พระราชาอาธรรม์ เมื่อถูกไฟไหม้อยู่ในนรก เมื่อไรจักมีที่สุด ในกาลนั้น เรานอนอยู่บนที่นอน ย่อมเห็นไฟนรก เรา นอนไม่หลับตลอดวันหนึ่งคืนหนึ่ง พวกนายนิริยบาลขู่เราด้วยหลาว (เรา คิดว่า) ความมัวเมารัชสมบัติ สัตว์พาหนะ และพลรบจะเป็นประโยชน์ อะไร สิ่งเหล่านั้นไม่สามารถทรงไว้ได้ ย่อมยังเราให้สะดุ้งทุกเมื่อ บุตร ภรรยา และรัชสมบัติทั้งสิ้น จะเป็นประโยชน์อะไรแก่เรา ถ้าเช่นนั้น เราพึงบวช พึงชำระทางแห่งคติ เราไม่มีความห่วงใย ปล่อยช้างมาตังคะ ๖ หมื่นเชือก อันประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง มีรัดประคนพานหน้า พานหลัง เครื่องประดับศีรษะและข่ายล้วนทอง อันควาญช้างผู้ถือหอกซัด และขอประจำคอ ไว้ในที่สนามรบ เร่าร้อน ด้วยกรรมของตน จึงออก บวชเป็นบรรพชิต เราทิ้งม้าสินธพอาชาไนยโดยกำเนิด ๖ หมื่นม้า อัน ประกอบด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง เป็นพาหนะวิ่งเร็ว อันนายม้ามือถือธนู สวมเกราะหนัง ขึ้นประจำหลังเสียทั้งหมดแล้ว ออกบวชเป็นบรรพชิต เราสละรถ ๖ หมื่นคัน อันประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง หุ้มด้วย หนังเสือเหลืองบ้าง ด้วยหนังเสือโคร่งบ้าง สอดเครื่องรบมีธงปักไว้หน้า รถ ทั้งหมดนี้แล้ว บวชเป็นบรรพชิต เราทิ้งแม่โคนม ๖ หมื่นตัว อันรอง น้ำนมด้วยขันสำริด ทั้งหมดเสียแล้ว บวชเป็นบรรพชิต เราปล่อยหญิง ๖ หมื่นคน ผู้ประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง มีผ้าและอาภรณ์อันวิจิตร สวมใส่แก้วมณีและกุณฑล มีหน้าเบิกบาน ยิ้มแย้ม ตะโพกผึ่งผาย เอว เล็กเอวบาง ทุกคนคร่ำครวญอยู่ไว้แล้ว บวชเป็นบรรพชิต เราทิ้งบ้าน ๖ หมื่นหลัง อันบริบูรณ์ด้วยประการทั้งปวง ซึ่งเป็นรัชสมบัตินั้นเสียแล้ว บวชเป็นบรรพชิต เราออกจากพระนครแล้ว เข้าไปสู่ภูเขาหิมวันต์ ได้ สร้างอาศรมไว้ ณ ที่ใกล้แม่น้ำภาคีรสี ทำบรรณศาลาเสร็จแล้ว ทำเรือน สำหรับบูชาไฟ เราปรารภความเพียรมีใจแน่วแน่ อยู่ในอาศรม เมื่อ เราเพ่งฌานอยู่ในมณฑปก็ดี ที่โคนไม้ก็ดี ในเรือนว่างก็ดี ความสะดุ้ง ย่อมไม่มีแก่เรา เราไม่เห็นภัยที่น่าหวาดกลัวเลย ในกาลนั้น พระสัม- พุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธผู้เลิศ ประกอบด้วยพระกรุณาเป็นมุนี ทรงยัง แสงสว่างแห่งญาณให้โชติช่วง เสด็จอุบัติในโลก โดยรอบอาศรมของ เรา มียักษ์ (เทวดา) ผู้มีฤทธิ์อยู่ เมื่อพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ อุบัติขึ้นแล้ว ยักษ์บอกกะเราในกาลนั้นว่า พระพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธผู้มีจักษุ เสด็จ อุบัติแล้วในโลก ทรงยังหมู่สัตว์ทั้งปวงให้ข้าม แม้ท่านพระองค์ก็จักทรง ให้ข้ามได้ขณะนั้น เราฟังคำของยักษ์แล้วมีความสลดใจ คิดอยู่ว่า พุทโธ พุทโธ เก็บอาศรมไว้ ทิ้งฟืนสำหรับบูชาไฟ และเก็บสันถัด ไหว้อาศรม แล้ว ออกจากป่าใหญ่เราถือเอาไม้จันทน์จากที่นั้น จากบ้านนี้ไปบ้านโน้น จากเมืองนี้ไปเมืองโน้น แสวงหาพระพุทธเจ้าอยู่ ได้เข้าไปเฝ้าพระองค์ สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสุเมธผู้นำของโลกทรงประกาศสัจจะ ๔ ยังหมู่ชนเป็นอันมากให้ตรัสรู้อยู่ เราประนมกรอัญชลีเหนือเศียรเกล้า กระทำวันทนาการ ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ว่า เมื่อต้นมะลิซ้อนดอกบาน กลิ่นหอมฟุ้งไปในที่ใกล้ ข้าแต่พระวีรเจ้า พระองค์มีกลิ่นคือคุณหอมขจรไปทั่วทิศ เมื่อต้นจัมปา ต้นกะถินพิมาน ต้นอุโลก ต้นการเกต และต้นรัง กำลังดอกบาน กลิ่นหอมฟุ้งไปตามลม ข้าพระองค์สูดกลิ่นของพระองค์จากภูเขาหิมวันต์มาจนถึงที่นี่ ข้าแต่พระ- มหาวีรเจ้า ผู้เชษฐบุรุษของโลก มียศมาก ข้าพระองค์ขอบูชาพระองค์ เรา ไล้ทาพระพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธผู้นำของโลก ด้วยแก่นจันทน์อัน ประเสริฐ ยังจิตของตนให้เลื่อมใสแล้ว ได้ยืนนิ่งอยู่ ณ ที่นั่น พระผู้มี พระภาคพระนามว่าสุเมธเชษฐบุรุษของโลก ผู้ประเสริฐกว่านระ ประทับ นั่ง ณ ท่ามกลางภิกษุสงฆ์แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดสรรเสริญ คุณของเรา และได้บูชาเราด้วยแก่นจันทน์ เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่าน ทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นี้จักเป็นผู้กล่าวถ้อยคำที่ควรเชื่อถือได้ เป็นพรหม เป็นผู้ซื่อตรง มีตบะ จักมีรัศมีอันสว่างไสวตลอด ๒๕ กัลป จักรื่นรมย์ อยู่ในเทวโลกตลอด ๒๖๐๐๐ กัลป จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๑๐๐๐ ครั้ง จักได้เป็นจอมเทวดาเสวยรัชสมบัติในเทวโลก ๓๓ ครั้ง จักได้เป็น พระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณานับมิได้ คนผู้นี้จุติจากเทวโลกนั้น แล้ว จักถึงความเป็นมนุษย์ ประกอบด้วยบุญกรรม จักเป็นบุตรพราหมณ์ จักได้เป็นศิษย์ของพราหมณ์ชื่อว่าพาวรี ผู้เล่าเรียนทรงจำมนต์ ถึงที่สุด แห่งไตรเพท ถึงพร้อมด้วยลักษณะ ๓ ประการ จักเป็นผู้รู้จบมนต์ เราได้ เข้าไปเฝ้าพระสัมพุทธเจ้า พระนามว่าโคดมศากยบุตร ได้ทูลถามปัญหาอัน ละเอียด ยังใจให้โสมนัส กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะ อยู่ เราดับไฟ ๓ กองได้สิ้นแล้ว ถอนภพขึ้นได้ทั้งหมดแล้ว กำหนดรู้ อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอน ภพขึ้นได้ทั้งหมดแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มี อาสวะอยู่ การที่เราได้มาในสำนักพระพุทธเจ้าของเรานี้ เป็นการมาดีแล้ว หนอ วิชชา ๓ เราบรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จ แล้ว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เรา ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระโตเทยยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (214 ประโยค)
tha-ap410:0.3 #
Todeyyattheraapadāna
tha-ap410:1.1 #
ราชา วิชิตชโย ๑- นาม✎ ร่าง
“Rājāsi vijayo nāma,
tha-ap410:1.2 #
เกตุมติปุรุตฺตเม✎ ร่าง
ketumatīpuruttame;
tha-ap410:1.3 #
สูโร วิกฺกมสมฺปนฺโน✎ ร่าง
Sūro vikkamasampanno,
tha-ap410:1.4 #
ปุรมชฺฌาวสี ตทา ฯ✎ ร่าง
puramajjhāvasī tadā.
tha-ap410:2.1 #
ตสฺส รญฺโญ ปมตฺตสฺส ร✎ ร่าง
Tassa rañño pamattassa,
tha-ap410:2.2 #
ฏฺฐวิสา ๒- สมุฏฺฐหุํ✎ ร่าง
aṭaviyo samuṭṭhahuṁ;
tha-ap410:2.3 #
อุตฺตรา ๓- ตุณฺฑิกา เจว✎ ร่าง
Otārā tuṇḍikā ceva,
tha-ap410:2.4 #
รฏฺฐํ วิทฺธํสยุํ ตทา ฯ✎ ร่าง
raṭṭhaṁ viddhaṁsayuṁ tadā.
tha-ap410:3.1 #
ปจฺจนฺเต กุปฺปิเต ขิปฺปํ✎ ร่าง
Paccante kupite khippaṁ,
tha-ap410:3.2 #
สนฺนิปาเตสิรินฺทโม✎ ร่าง
sannipātesirindamo;
tha-ap410:3.3 #
ภเฏ เจว พลตฺเถ จ✎ ร่าง
Bhaṭe ceva balatthe ca,
tha-ap410:3.4 #
อรึ นิคฺคาหยิ ตทา ฯ✎ ร่าง
ariṁ niggāhayi tadā.
tha-ap410:4.1 #
หตฺถาโรหา อนีกตฺถา✎ ร่าง
Hatthārohā anīkaṭṭhā,
tha-ap410:4.2 #
สูรา จ วมฺมโยธิโน✎ ร่าง
sūrā ca cammayodhino;
tha-ap410:4.3 #
ธนุคฺคหา จ รถิกา✎ ร่าง
Dhanuggahā ca uggā ca,
tha-ap410:4.4 #
สพฺเพ สนฺนิปตุํ ตทา ฯ✎ ร่าง
sabbe sannipatuṁ tadā.
tha-ap410:5.1 #
อาฬารกา กปฺปกา จ✎ ร่าง
Āḷārikā ca kappakā,
tha-ap410:5.2 #
นฺหาปกา มาลการกา✎ ร่าง
nhāpakā mālakārakā;
tha-ap410:5.3 #
สูรา วิชิตสงฺคามา✎ ร่าง
Sūrā vijitasaṅgāmā,
tha-ap410:5.4 #
สพฺเพ สนฺนิปตุํ ตทา ฯ✎ ร่าง
sabbe sannipatuṁ tadā.
tha-ap410:6.1 #
ขคฺคหตฺถา จ ปุริสา✎ ร่าง
Khaggahatthā ca purisā,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.558
tha-ap410:6.2 #
จาปหตฺถา จ จมฺมิโน✎ ร่าง
cāpahatthā ca vammino;
tha-ap410:6.3 #
ลุทฺธา วิชิตสงฺคามา✎ ร่าง
Luddā vijitasaṅgāmā,
tha-ap410:6.4 #
สพฺเพ สนฺนิปตุํ ตทา ฯ✎ ร่าง
sabbe sannipatuṁ tadā.
tha-ap410:7.1 #
ติธปฺปภินฺนา มาตงฺคา✎ ร่าง
Tidhāpabhinnā mātaṅgā,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.390
tha-ap410:7.2 #
กุญฺชรา สฏฺฐิหายนา✎ ร่าง
kuñjarā saṭṭhihāyanā;
tha-ap410:7.3 #
สุวณฺณกจฺฉาลงฺการา✎ ร่าง
Suvaṇṇakacchālaṅkārā,
tha-ap410:7.4 #
สพฺเพ สนฺนิปตุํ ตทา ฯ✎ ร่าง
sabbe sannipatuṁ tadā.
tha-ap410:8.1 #
ขมา สีตสฺส อุณฺหสฺส✎ ร่าง
Khamā sītassa uṇhassa,
tha-ap410:8.2 #
อุกฺการุหรณสฺส จ✎ ร่าง
ukkāruharaṇassa ca;
tha-ap410:8.3 #
โยธาชีวา กตกมฺมา✎ ร่าง
Yodhājīvā katakammā,
tha-ap410:8.4 #
สพฺเพ สนฺนิปตุํ ตทา ฯ✎ ร่าง
sabbe sannipatuṁ tadā.
tha-ap410:9.1 #
สงฺขสทฺทํ เภริสทฺทํ✎ ร่าง
Saṅkhasaddaṁ bherisaddaṁ,
อ้างอิงPTS 2.355 · พุทธชยันตี 37.1.36
tha-ap410:9.2 #
อโถ อุทฺทฏสทฺทกํ✎ ร่าง
atho utujasaddakaṁ;
tha-ap410:9.3 #
เอเตหิ เต หาสยนฺตา✎ ร่าง
Etehi te hāsayantā,
tha-ap410:9.4 #
สพฺเพ สนฺนิปตุํ ตทา ฯ✎ ร่าง
sabbe sannipatuṁ tadā.
tha-ap410:10.1 #
ติสูลโกนฺติมนฺเตหิ ธนูหิ✎ ร่าง
Tisūlakontimantehi ca,
tha-ap410:10.2 #
โตมเรหิ จ✎ ร่าง
kavacatomarehi ca;
tha-ap410:10.3 #
โกฏฺฏยนฺตา ๔- นิวตฺเตนฺตา✎ ร่าง
Koṭṭentānaṁ nipātentā,
tha-ap410:10.4 #
สพฺเพ สนฺนิปตุํ ตทา ฯ✎ ร่าง
sabbe sannipatuṁ tadā.
tha-ap410:11.1 #
กวจานิ นิวาเสตฺวา✎ ร่าง
Kimevātinisāmetvā,
tha-ap410:11.2 #
สราชา อชิตญฺชิโน✎ ร่าง
sarājā ajitaṁ jino;
tha-ap410:11.3 #
สฏฺฐิปาณสหสฺสานิ✎ ร่าง
Saṭṭhi pāṇasahassāni,
tha-ap410:11.4 #
สูเล อุตฺตาสยึ ตทา ฯ✎ ร่าง
sūle uttāsayiṁ tadā.
tha-ap410:12.1 #
สทฺทํ มานุสกากํสุ✎ ร่าง
Saddaṁ mānusakākaṁsu,
tha-ap410:12.2 #
อโห ราชา อธมฺมิโก✎ ร่าง
‘aho rājā adhammiko;
tha-ap410:12.3 #
นิรเย ปจฺจมานสฺส✎ ร่าง
Niraye paccamānassa,
tha-ap410:12.4 #
กทา อนฺโต ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
kadā anto bhavissati’.
tha-ap410:13.1 #
สยเนหํ ตุวฏฺเฏนฺโต✎ ร่าง
Sayanehaṁ tuvaṭṭento,
tha-ap410:13.2 #
ปสฺสามิ ๖- นิรเย ตทา✎ ร่าง
passāmi niraye tadā;
tha-ap410:13.3 #
น สุปามิ ทิวารตฺตึ✎ ร่าง
Na supāmi divārattiṁ,
tha-ap410:13.4 #
สูเลน ตชฺชยนฺติ มํ ฯ✎ ร่าง
sūlena tajjayanti maṁ.
tha-ap410:14.1 #
กึ ปมาเทน รชฺเชน พ✎ ร่าง
Kiṁ pamādena rajjena,
tha-ap410:14.2 #
าหเนน พเลน จ✎ ร่าง
vāhanena balena ca;
tha-ap410:14.3 #
น เต ปโหนฺติ ธาเรตุํ✎ ร่าง
Na te pahonti dhāretuṁ,
tha-ap410:14.4 #
ตาสยนฺติ ๗- มมํ สทา ฯ✎ ร่าง
tāpayanti mamaṁ sadā.
tha-ap410:15.1 #
กึ เม ปุตฺเตหิ ทาเรหิ✎ ร่าง
Kiṁ me puttehi dārehi,
tha-ap410:15.2 #
รชฺเชน สกเลน จ✎ ร่าง
rajjena sakalena ca;
tha-ap410:15.3 #
ยนฺนูน ปพฺพเชยฺยาหํ✎ ร่าง
Yannūna pabbajeyyāhaṁ,
tha-ap410:15.4 #
คติมคฺคํ วิโสธเย ฯ✎ ร่าง
gatimaggaṁ visodhaye.
tha-ap410:16.1 #
สฏฺฐินาคสหสฺสานิ✎ ร่าง
Saṭṭhi nāgasahassāni,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.559
tha-ap410:16.2 #
สพฺพาลงฺการภูสิเต✎ ร่าง
sabbālaṅkārabhūsite;
tha-ap410:16.3 #
สุวณฺณกจฺเฉ มาตงฺเค✎ ร่าง
Suvaṇṇakacche mātaṅge,
tha-ap410:16.4 #
เหมกปฺปนิวาสเส ฯ✎ ร่าง
hemakappanavāsase.
tha-ap410:17.1 #
อารุเฬฺห คามณีเยภิ✎ ร่าง
Ārūḷhe gāmaṇīyehi,
tha-ap410:17.2 #
โตมรงฺกุสปาณิภิ✎ ร่าง
tomaraṅkusapāṇibhi;
tha-ap410:17.3 #
สงฺคามาวจเร ฐาเน✎ ร่าง
Saṅgāmāvacare ṭhāne,
tha-ap410:17.4 #
อนเปกฺโข วิหายหํ ฯ✎ ร่าง
anapekkho vihāyahaṁ;
tha-ap410:17.5 #
สกกมฺเมน สนฺตตฺโต✎ ร่าง
Sakakammena santatto,
tha-ap410:17.6 #
นิกฺขมึ อนคาริยํ✎ ร่าง
nikkhamiṁ anagāriyaṁ.
tha-ap410:18.1 #
สฏฺฐิอสฺสสหสฺสานิ✎ ร่าง
Saṭṭhi assasahassāni,
tha-ap410:18.2 #
สพฺพาลงฺการภูสิเต ฯ✎ ร่าง
sabbālaṅkārabhūsite;
tha-ap410:18.3 #
อาชานิเย จ ๒- ชาติยา✎ ร่าง
Ājānīyeva jātiyā,
tha-ap410:18.4 #
สินฺธวา ๓- สีฆพาหเน✎ ร่าง
sindhave sīghavāhane.
tha-ap410:19.1 #
อารุเฬฺห คามณีเยภิ✎ ร่าง
Ārūḷhe gāmaṇīyehi,
tha-ap410:19.2 #
จาปหตฺเถหิ จมฺมิภิ ฯ |๔๑๐.๒๔๔| ฉฑฺฑยิ✎ ร่าง
cāpahatthehi vammibhi;
tha-ap410:19.3 #
ตฺวาน สพฺเพเต✎ ร่าง
Pahāretvāna te sabbe,
tha-ap410:19.4 #
นิกฺขมึ อนคาริยํ✎ ร่าง
nikkhamiṁ anagāriyaṁ.
tha-ap410:20.1 #
สฏฺฐิรถสหสฺสานิ✎ ร่าง
Saṭṭhi rathasahassāni,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.391
tha-ap410:20.2 #
สพฺพาลงฺการภูสิเต ฯ✎ ร่าง
sabbālaṅkārabhūsite;
tha-ap410:20.3 #
ทีเป อโถปิ เวยฺยคฺเฆ✎ ร่าง
Dīpe athopi veyagghe,
tha-ap410:20.4 #
สนฺนทฺเธ อุสฺสิตทฺธเช✎ ร่าง
sannaddhe ussitaddhaje;
tha-ap410:20.5 #
สพฺเพเต ปริวชฺเชตฺวา✎ ร่าง
Te sabbe parihāretvā,
tha-ap410:20.6 #
ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ✎ ร่าง
pabbajiṁ anagāriyaṁ.
tha-ap410:21.1 #
สฏฺฐิเธนุสหสฺสานิ✎ ร่าง
Saṭṭhi dhenusahassāni,
อ้างอิงPTS 2.356
tha-ap410:21.2 #
สพฺพา กํสุปธารณา ค✎ ร่าง
sabbā kaṁsūpadhāraṇā;
tha-ap410:21.3 #
าวิโย ๖- ฉฑฺฑยิตฺวาน✎ ร่าง
Tāyopi chaḍḍayitvāna,
tha-ap410:21.4 #
ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ✎ ร่าง
pabbajiṁ anagāriyaṁ.
tha-ap410:22.1 #
สฏฺฐิอิตฺถีสหสฺสานิ✎ ร่าง
Saṭṭhi itthisahassāni,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.38
tha-ap410:22.2 #
สพฺพาลงฺการภูสิตา✎ ร่าง
sabbālaṅkārabhūsitā;
tha-ap410:22.3 #
วิจิตฺตวตฺถาภรณา✎ ร่าง
Vicittavatthābharaṇā,
tha-ap410:22.4 #
อามุตฺตมณิกุณฺฑลา ฯ✎ ร่าง
āmukkamaṇikuṇḍalā.
tha-ap410:23.1 #
อาฬารมุขา หสุลา✎ ร่าง
Aḷārapamhā hasulā,
tha-ap410:23.2 #
สุสญฺญา ตนุมชฺฌิมา✎ ร่าง
susaññā tanumajjhimā;
tha-ap410:23.3 #
ตา หิตฺวา กนฺทมานาโย✎ ร่าง
Tā hitvā kandamānāyo,
tha-ap410:23.4 #
ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ✎ ร่าง
pabbajiṁ anagāriyaṁ.
tha-ap410:24.1 #
สฏฺฐิคามสหสฺสานิ✎ ร่าง
Saṭṭhi gāmasahassāni,
tha-ap410:24.2 #
ปริปุณฺณานิ สพฺพโส✎ ร่าง
paripuṇṇāni sabbaso;
tha-ap410:24.3 #
ฉฑฺฑยิตฺวาน ตํ รชฺชํ✎ ร่าง
Chaḍḍayitvāna taṁ rajjaṁ,
tha-ap410:24.4 #
ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ✎ ร่าง
pabbajiṁ anagāriyaṁ.
tha-ap410:25.1 #
นครา นิกฺขมิตฺวาน✎ ร่าง
Nagarā nikkhamitvāna,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.560
tha-ap410:25.2 #
หิมวนฺตํ อุปาคมึ✎ ร่าง
himavantamupāgamiṁ;
tha-ap410:25.3 #
ภาคีรสีนทีตีเร✎ ร่าง
Bhāgīrathīnadītīre,
tha-ap410:25.4 #
อสฺสมํ มาปยึ อหํ ฯ✎ ร่าง
assamaṁ māpayiṁ ahaṁ.
tha-ap410:26.1 #
ปณฺณสาลํ กริตฺวาน✎ ร่าง
Paṇṇasālaṁ karitvāna,
tha-ap410:26.2 #
อคฺยาคารํ อกาสหํ ฯ✎ ร่าง
Agyāgāraṁ akāsahaṁ;
tha-ap410:26.3 #
อารทฺธวิริโย ปหิตตฺโต✎ ร่าง
Āraddhavīriyo pahitatto,
tha-ap410:26.4 #
วสามิ อสฺสเม อหํ✎ ร่าง
Vasāmi assame ahaṁ.
tha-ap410:27.1 #
มณฺฑเป รุกฺขมูเล วา✎ ร่าง
Maṇḍape rukkhamūle vā,
tha-ap410:27.2 #
สุญฺญาคาเร ว ฌายโต✎ ร่าง
suññāgāre ca jhāyato;
tha-ap410:27.3 #
น ตุ ๑- วิชฺชติ ตาโส เม✎ ร่าง
Na tu vijjati tāso me,
tha-ap410:27.4 #
น ปสฺเส ภยเภรวํ ฯ✎ ร่าง
na passe bhayabheravaṁ.
tha-ap410:28.1 #
สุเมโธ นาม สมฺพุทฺโธ✎ ร่าง
Sumedho nāma sambuddho,
tha-ap410:28.2 #
อคฺโค การุณิโก มุนิ✎ ร่าง
aggo kāruṇiko muni;
tha-ap410:28.3 #
ญาณาโลเกน โชเตนฺโต✎ ร่าง
Ñāṇālokena jotanto,
tha-ap410:28.4 #
โลเก อุปฺปชฺชิ ตาวเท ฯ✎ ร่าง
loke uppajji tāvade.
tha-ap410:29.1 #
มม อสฺสมสามนฺตา✎ ร่าง
Mama assamasāmantā,
tha-ap410:29.2 #
ยกฺโข อาสิ มหิทฺธิโก✎ ร่าง
yakkho āsi mahiddhiko;
tha-ap410:29.3 #
พุทฺธเสฏฺฐมฺหิ อุปฺปนฺเน✎ ร่าง
Buddhaseṭṭhamhi uppanne,
tha-ap410:29.4 #
อาโรเจสิ มมํ ตทา ฯ✎ ร่าง
ārocesi mamaṁ tadā.
tha-ap410:30.1 #
พุทฺโธ โลเก สมุปฺปนฺโน✎ ร่าง
‘Buddho loke samuppanno,
tha-ap410:30.2 #
สุเมโธ นาม จกฺขุมา✎ ร่าง
sumedho nāma cakkhumā;
tha-ap410:30.3 #
ตาเรสิ ชนตํ สพฺพํ✎ ร่าง
Tāreti janataṁ sabbaṁ,
tha-ap410:30.4 #
ตมฺปิ โส ตารยิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
tampi so tārayissati’.
tha-ap410:31.1 #
ยกฺขสฺส วจนํ สุตฺวา✎ ร่าง
Yakkhassa vacanaṁ sutvā,
tha-ap410:31.2 #
สํวิคฺโค อาสิ ตาวเท✎ ร่าง
saṁviggo āsi tāvade;
tha-ap410:31.3 #
พุทฺโธ พุทฺโธติ จินฺเตนฺโต✎ ร่าง
Buddho buddhoti cintento,
tha-ap410:31.4 #
อสฺสมํ ปฏิสามยึ ฯ✎ ร่าง
assamaṁ paṭisāmayiṁ.
tha-ap410:32.1 #
อคฺคิทารุญฺจ ฉฑฺเฑตฺวา✎ ร่าง
Aggidāruñca chaḍḍetvā,
tha-ap410:32.2 #
สํสาเมตฺวาน สนฺถตํ✎ ร่าง
saṁsāmetvāna santhataṁ;
tha-ap410:32.3 #
อสฺสมํ อภิวนฺทิตฺวา✎ ร่าง
Assamaṁ abhivanditvā,
tha-ap410:32.4 #
นิกฺขมึ ปวนา ๒- อหํ ฯ✎ ร่าง
nikkhamiṁ vipinā ahaṁ.
tha-ap410:33.1 #
ตโต จนฺทนมาทาย✎ ร่าง
Tato candanamādāya,
tha-ap410:33.2 #
คามา คามํ ปุรา ปุรํ✎ ร่าง
gāmā gāmaṁ purā puraṁ;
tha-ap410:33.3 #
เทวเทวํ คเวสนฺโต✎ ร่าง
Devadevaṁ gavesanto,
tha-ap410:33.4 #
อุปคญฺฉึ วินายกํ ฯ✎ ร่าง
upagacchiṁ vināyakaṁ.
tha-ap410:34.1 #
ภควา ตมฺหิ สมเย✎ ร่าง
Bhagavā tamhi samaye,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.392
tha-ap410:34.2 #
สุเมโธ โลกนายโก✎ ร่าง
sumedho lokanāyako;
tha-ap410:34.3 #
จตุสจฺจํ ปกาเสนฺโต✎ ร่าง
Catusaccaṁ pakāsento,
tha-ap410:34.4 #
โพเธติ ชนตํ พหุํ ๓- ฯ✎ ร่าง
bodheti janataṁ bahuṁ.
tha-ap410:35.1 #
อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน✎ ร่าง
Añjaliṁ paggahetvāna,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.561
tha-ap410:35.2 #
สีเส กตฺวาน วนฺทนํ✎ ร่าง
sīse katvāna candanaṁ;
tha-ap410:35.3 #
สมฺพุทฺธํ อภิวาเทตฺวา✎ ร่าง
Sambuddhaṁ abhivādetvā,
tha-ap410:35.4 #
อิมา คาถา อภาสถ ๒- ฯ✎ ร่าง
imā gāthā abhāsahaṁ.
tha-ap410:36.1 #
วสฺสิเก ปุปฺผมานสฺมึ✎ ร่าง
‘Vassike pupphamānamhi,
tha-ap410:36.2 #
สนฺติเก อุปวายติ✎ ร่าง
santike upavāyati;
tha-ap410:36.3 #
ตฺวํ วีร คุณคนฺเธน✎ ร่าง
Tvaṁ vīra guṇagandhena,
tha-ap410:36.4 #
ทิสา สพฺพา ปวายสิ ฯ✎ ร่าง
disā sabbā pavāyasi.
tha-ap410:37.1 #
จมฺปเก นาคมลิเก✎ ร่าง
Campake nāgavanike,
tha-ap410:37.2 #
อธิมุตฺตกเกตเก✎ ร่าง
atimuttakaketake;
tha-ap410:37.3 #
สาเลสุ ปุปฺผมาเนสุ✎ ร่าง
Sālesu pupphamānesu,
tha-ap410:37.4 #
อนุวาตํ ปวายติ ฯ✎ ร่าง
anuvātaṁ pavāyati.
tha-ap410:38.1 #
ตว คนฺธํ ฆายิตฺวาน✎ ร่าง
Tava gandhaṁ suṇitvāna,
อ้างอิงPTS 2.357 · พุทธชยันตี 37.1.40
tha-ap410:38.2 #
หิมวนฺตา อิธาคมึ✎ ร่าง
himavantā idhāgamiṁ;
tha-ap410:38.3 #
ปูเชมิ ตํ มหาวีร✎ ร่าง
Pūjemi taṁ mahāvīra,
tha-ap410:38.4 #
โลกเชฏฺฐ มหายส ฯ✎ ร่าง
lokajeṭṭha mahāyasa’.
tha-ap410:39.1 #
วรจนฺทเนนานุลิมฺปึ✎ ร่าง
Varacandanenānulimpiṁ,
tha-ap410:39.2 #
สุเมธํ โลกนายกํ✎ ร่าง
sumedhaṁ lokanāyakaṁ;
tha-ap410:39.3 #
สกํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา✎ ร่าง
Sakaṁ cittaṁ pasādetvā,
tha-ap410:39.4 #
ตุณฺหี อฏฺฐาสิ ตาวเท ฯ✎ ร่าง
tuṇhī aṭṭhāsi tāvade.
tha-ap410:40.1 #
สุเมโธ นาม ภควา✎ ร่าง
Sumedho nāma bhagavā,
tha-ap410:40.2 #
โลกเชฏฺโฐ นราสโภ✎ ร่าง
lokajeṭṭho narāsabho;
tha-ap410:40.3 #
ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา✎ ร่าง
Bhikkhusaṅghe nisīditvā,
tha-ap410:40.4 #
อิมา คาถา อภาสถ ฯ✎ ร่าง
imā gāthā abhāsatha.
tha-ap410:41.1 #
โย เม คุณํ ๕- ปกิตฺเตสิ✎ ร่าง
‘Yo me guṇe pakittesi,
tha-ap410:41.2 #
จนฺทนญฺจ อปูชยิ✎ ร่าง
candanañca apūjayi;
tha-ap410:41.3 #
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ✎ ร่าง
Tamahaṁ kittayissāmi,
tha-ap410:41.4 #
สุณาถ มม ภาสโต ฯ✎ ร่าง
suṇātha mama bhāsato.
tha-ap410:42.1 #
อาเทยฺยวากฺยวจโน✎ ร่าง
Ādeyyavākyavacano,
tha-ap410:42.2 #
พฺรหฺมา อุชุ ปตาปวา✎ ร่าง
brahmā uju patāpavā;
tha-ap410:42.3 #
ปญฺจวีสติกปฺปานิ✎ ร่าง
Pañcavīsatikappāni,
tha-ap410:42.4 #
สปฺปภาโส ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
sappabhāso bhavissati.
tha-ap410:43.1 #
ฉพฺพีสติกปฺปสเต✎ ร่าง
Chabbīsatikappasate,
tha-ap410:43.2 #
เทวโลเก รมิสฺสติ✎ ร่าง
devaloke ramissati;
tha-ap410:43.3 #
สหสฺสกฺขตฺตุํ ราชา จ✎ ร่าง
Sahassakkhattuṁ rājā ca,
tha-ap410:43.4 #
จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
cakkavattī bhavissati.
tha-ap410:44.1 #
เตตฺตึสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท✎ ร่าง
Tettiṁsakkhattuṁ devindo,
tha-ap410:44.2 #
เทวรชฺชํ กริสฺสติ✎ ร่าง
devarajjaṁ karissati;
tha-ap410:44.3 #
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ✎ ร่าง
Padesarajjaṁ vipulaṁ,
tha-ap410:44.4 #
คณนาโต อสงฺขยํ ฯ✎ ร่าง
gaṇanāto asaṅkhiyaṁ.
tha-ap410:45.1 #
ตโต จุโตยํ มนุโช✎ ร่าง
Tato cutoyaṁ manujo,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.562
tha-ap410:45.2 #
มนุสฺสตฺตํ คมิสฺสติ✎ ร่าง
manussattaṁ gamissati;
tha-ap410:45.3 #
ปุญฺญกมฺเมน สํยุตฺโต✎ ร่าง
Puññakammena saṁyutto,
tha-ap410:45.4 #
พฺรหฺมพนฺธุ ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
brahmabandhu bhavissati.
tha-ap410:46.1 #
อชฺฌายโก มนฺตธโร✎ ร่าง
Ajjhāyako mantadharo,
tha-ap410:46.2 #
ติณฺณํ เวทาน ปารคู✎ ร่าง
tiṇṇaṁ vedāna pāragū;
tha-ap410:46.3 #
ตีณิลกฺขณสมฺปนฺโน✎ ร่าง
Tilakkhaṇena sampanno,
tha-ap410:46.4 #
พาวรี นาม พฺราหฺมโณ ฯ✎ ร่าง
bāvarī nāma brāhmaṇo.
tha-ap410:47.1 #
ตสฺส สิสฺโส ภวิตฺวาน✎ ร่าง
Tassa sisso bhavitvāna,
tha-ap410:47.2 #
เหสฺสติ มนฺตปารคู✎ ร่าง
hessati mantapāragū;
tha-ap410:47.3 #
อุปคนฺตฺวาน สมฺพุทฺธํ✎ ร่าง
Upagantvāna sambuddhaṁ,
tha-ap410:47.4 #
โคตมํ สกฺยปุงฺควํ ฯ✎ ร่าง
gotamaṁ sakyapuṅgavaṁ.
tha-ap410:48.1 #
ปุจฺฉิตฺวา นิปุเณ ปเญฺห ห✎ ร่าง
Pucchitvā nipuṇe pañhe,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.393
tha-ap410:48.2 #
าสยิตฺวาน ๑- มานสํ✎ ร่าง
bhāvayitvāna añjasaṁ;
tha-ap410:48.3 #
สพฺพาสเว ปริญฺญาย✎ ร่าง
Sabbāsave pariññāya,
tha-ap410:48.4 #
วิหรามิ ๒- อนาสโว ฯ✎ ร่าง
viharissatināsavo’.
tha-ap410:49.1 #
ติวิธคฺคิ นิพฺพุตา มยฺหํ✎ ร่าง
Tividhaggi nibbutā mayhaṁ,
tha-ap410:49.2 #
ภวา สพฺเพ สมูหตา✎ ร่าง
bhavā sabbe samūhatā;
tha-ap410:49.3 #
สพฺพาสเว ปริญฺญาย✎ ร่าง
Sabbāsave pariññāya,
tha-ap410:49.4 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ✎ ร่าง
viharāmi anāsavo.
tha-ap410:50.1 #
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ✎ ร่าง
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
tha-ap410:50.2 #
เพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา✎ ร่าง
…pe…
tha-ap410:50.3 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ✎ ร่าง
viharāmi anāsavo.
tha-ap410:51.1 #
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติ✎ ร่าง
Svāgataṁ vata me āsi,
tha-ap410:51.2 #
เก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา✎ ร่าง
…pe…
tha-ap410:51.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ✎ ร่าง
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
tha-ap410:52.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา✎ ร่าง
Paṭisambhidā catasso,
tha-ap410:52.2 #
ปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา✎ ร่าง
…pe…
tha-ap410:52.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ✎ ร่าง
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
tha-ap410:53.1 #
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา โตเทยฺโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ✎ ร่าง
Itthaṁ sudaṁ āyasmā todeyyo thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
tha-ap410:54.1 #
โตเทยฺยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ภาวยิตฺวาน อญฺชสํ ฯ ๒ ม. วิหริสฺสตินาสโว ฯ นวมํ ชตุกณฺณิกตฺ✎ ร่าง
Todeyyattherassāpadānaṁ aṭṭhamaṁ.
tha-ap411:0.1 #
เถราปทานํ✎ ร่าง
Therāpadāna
tha-ap411:0.2 #
Metteyyavagga
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๒ — ขุททกนิกาย อปทาน ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน