เนื้อความทั้งข้อ
[๕๔] พระผู้มีพระภาคผู้อุดมบุรุษ เสด็จขึ้นภูเขาอันสูงสุดแล้ว ประทับนั่งอยู่
เราเป็นพราหมณ์ผู้เรียนจบมนต์ อยู่ในที่ไม่ไกลภูเขา ได้เข้าไปเฝ้าพระ-
มหาวีรเจ้าผู้ประเสริฐกว่าเทวดา เป็นนราสภ ประนมกรอัญชลีแล้ว ชมเชย
พระผู้นายกของโลกว่า พระมหาวีรพุทธเจ้าพระองค์นี้ ทรงประกาศธรรม
อันประเสริฐ แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ทรงรุ่งเรืองดังกองไฟ พระผู้มี
พระภาคผู้มีพระจักษุ ไม่ทรงกำเริบดังมหาสมุทร หาผู้ต้านทานได้ยาก ดุจ
อรรณพ ไม่ทรงครั่นคร้ามเหมือนราชสีห์ทรงแสดงธรรม พระศาสดา
พระนามว่าปทุมุตระ ทรงทราบความดำริของเรา ประทับยืนในท่ามกลาง
ภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดได้ถวายอัญชลีนี้ และเชยชม
พุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ผู้นั้นจักได้เสวยเทวรัชสมบัติตลอด ๖ หมื่นกัลป
ในแสนกัลป พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าอังคีรสะ ผู้มีกิเลสดังหลังคา
เปิด จักเสด็จอุบัติในภพนั้น ผู้นั้นจักเป็นโอรสผู้รับมรดกในธรรมของ
พระสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นอันธรรมนิรมิตแล้ว จักเป็นพระอรหันต์มีชื่อว่า
สตรังสี เรามีอายุ ๗ ปีโดยกำเนิด ออกบวชเป็นบรรพชิตมีชื่อว่าสตรังสี
รัศมีของเราแผ่ออกไป เรามักเพ่งฌานยินดีในฌานอยู่ที่มณฑปหรือโคนไม้
เราทรงกายอันเป็นที่สุด อยู่ในศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอด
๖ หมื่นกัลป ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ พระองค์ ทรงพระนามว่าโรมะ
ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ
ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธ-
ศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสตรังสิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
—
2 Sataraṁsittheraapadāna
อุพฺพิทฺธํ เสลมารุยฺห✎ ร่าง
“Ubbiddhaṁ selamāruyha,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.184
นิสีทิ ปุริสุตฺตโม✎ ร่าง
nisīdi purisuttamo;
ปพฺพตสฺสาวิทูรมฺหิ✎ ร่าง
Pabbatassāvidūramhi,
พฺราหฺมโณ มนฺตปารคู ฯ✎ ร่าง
brāhmaṇo mantapāragū.
อุปวิฏฺฐํ มหาวีรํ✎ ร่าง
Upaviṭṭhaṁ mahāvīraṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.103
เทวเทวํ นราสภํ✎ ร่าง
devadevaṁ narāsabhaṁ;
อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน✎ ร่าง
Añjaliṁ paggahetvāna,
สนฺถวึ โลกนายกํ ฯ✎ ร่าง
santhaviṁ lokanāyakaṁ.
เอส พุทฺโธ มหาวีโร✎ ร่าง
‘Esa buddho mahāvīro,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.150
วรธมฺมปฺปกาสโก✎ ร่าง
varadhammappakāsako;
ชลติ อคฺคิกฺขนฺโธว✎ ร่าง
Jalati aggikhandhova,
ภิกฺขุสงฺฆปุรกฺขโต ฯ✎ ร่าง
bhikkhusaṅghapurakkhato.
มหาสมุทฺโทวกฺโขพฺโภ✎ ร่าง
Mahāsamuddovakkhubbho,
อณฺณโวว ทุรุตฺตโร✎ ร่าง
aṇṇavova duruttaro;
มิคราชาวสมฺภีโต✎ ร่าง
Migarājāvasambhīto,
ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา ฯ✎ ร่าง
dhammaṁ deseti cakkhumā’.
มม สงฺกปฺปมญฺญาย✎ ร่าง
Mama saṅkappamaññāya,
ปทุมุตฺตรนามโก✎ ร่าง
padumuttaranāyako;
ภิกฺขุสงฺเฆ ฐิโต สตฺถา✎ ร่าง
Bhikkhusaṅghe ṭhito satthā,
อิมา คาถา อภาสถ ฯ✎ ร่าง
imā gāthā abhāsatha.
เยนายํ อญฺชลิ ทินฺโน✎ ร่าง
‘Yenāyaṁ añjalī dinno,
พุทฺธเสฏฺโฐ จ โถมิโต✎ ร่าง
buddhaseṭṭho ca thomito;
ตึสกปฺปสหสฺสานิ✎ ร่าง
Tiṁsakappasahassāni,
เทวรชฺชํ กริสฺสติ ฯ✎ ร่าง
devarajjaṁ karissati.
กปฺปสตสหสฺสมฺหิ✎ ร่าง
Kappasatasahassamhi,
องฺคีรสสนามโก✎ ร่าง
aṅgīrasasanāmako;
วิวฏฺฏจฺฉโท สมฺพุทฺโธ✎ ร่าง
Vivaṭṭacchado sambuddho,
อุปฺปชฺชิสฺสติ ตาวเท ฯ✎ ร่าง
uppajjissati tāvade.
ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท✎ ร่าง
Tassa dhammesu dāyādo,
โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต✎ ร่าง
oraso dhammanimmito;
สตรํสีติ นาเมน✎ ร่าง
Sataraṁsīti nāmena,
อรหา โส ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
arahā so bhavissati’.
ชาติยา สตฺตวสฺโสหํ✎ ร่าง
Jātiyā sattavassohaṁ,
ปพฺพชึ อนคาริยํ✎ ร่าง
pabbajiṁ anagāriyaṁ;
สตรํสิมฺหิ นาเมน✎ ร่าง
Sataraṁsimhi nāmena,
ปภา นิทฺธาวเต มม ฯ✎ ร่าง
pabhā niddhāvate mama.
มณฺฑเป รุกฺขมูเล วา✎ ร่าง
Maṇḍape rukkhamūle vā,
ฌายี ฌานรโต อหํ✎ ร่าง
jhāyī jhānarato ahaṁ;
ธาเรมิ อนฺติมํ เทหํ✎ ร่าง
Dhāremi antimaṁ dehaṁ,
สมฺมาสมฺพุทฺธสาสเน ฯ✎ ร่าง
sammāsambuddhasāsane.
สฏฺฐิกปฺปสหสฺสมฺหิ✎ ร่าง
Saṭṭhikappasahassamhi,
จตุโร โรมนามกา✎ ร่าง
caturo rāmanāmakā;
สตฺตรตนสมฺปนฺนา✎ ร่าง
Sattaratanasampannā,
จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ✎ ร่าง
cakkavattī mahabbalā.
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา✎ ร่าง
Paṭisambhidā catasso,
อ้างอิงPTS 1.105
ปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา✎ ร่าง
…pe…
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ✎ ร่าง
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สตรํสิโย ๑- เถโร อิมา คาถาโย
อภาสิตฺถาติ ฯ✎ ร่าง
Itthaṁ sudaṁ āyasmā sataraṁsi thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
อ้างอิงสยามรัฐ 32.151
สตรํสิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ตติยํ สยนทายกตฺ✎ ร่าง
Sataraṁsittherassāpadānaṁ dutiyaṁ.
เถราปทานํ✎ ร่าง
Therāpadāna