‹ กลับ
อุปาลีเถราปทาน (๖)
เล่ม ๓๒ — ขุททกนิกาย อปทาน ๑ · ข้อ 8 · ขุ.อป.๑. ๓๒/๘๐๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๘] ในพระนครหงสวดี มีพราหมณ์ชื่อว่าสุชาต สั่งสมทรัพย์ไว้ประมาณ ๘๐ โกฏิ มีทรัพย์และข้าวเปลือกมากมาย เป็นผู้เล่าเรียน ทรงจำมนต์ ผู้จบไตรเพท ถึงที่สุดในตำราทำนายลักษณะคัมภีร์อิติหาสะ และในคัมภีร์พราหมณ์ ใน กาลนั้น ปริพาชกผู้มุ่นผมรวมกัน สาวกของพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ พระอาทิตย์ และดาบสผู้สืบข่าว เที่ยวไปในพื้นแผ่นดิน แม้พวกเขาก็ ห้อมล้อมข้าพระองค์ ด้วยคิดว่า เป็นพราหมณ์มีชื่อเสียง ชนเป็นอันมาก บูชาข้าพระองค์ แต่ข้าพระองค์ไม่บูชาใครๆ เพราะข้าพระองค์ไม่เห็นใคร ที่ควรบูชา เวลานั้น ข้าพระองค์มีมานะจัด คำว่าพุทโธ ยังไม่มี ตลอดเวลา ที่พระชินเจ้ายังไม่อุบัติโดยกาลล่วงวันและคืนไป พระพุทธเจ้าพระนามว่า ปทุมุตระผู้เป็นนายกทรงบรรเทาความมืดทั้งปวงแล้ว เสด็จอุบัติขึ้นในโลก ในศาสนาของพระองค์ มีหมู่ชนแพร่หลายมากมาย แน่นหนา เวลานั้น พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าไปสู่พระนครหงสวดี พระพุทธเจ้าผู้มีจักษุ ทรงแสดง ธรรมเพื่อประโยชน์แก่พระพุทธธิดา ในกาลนั้น บริษัทโดยรอบประมาณ โยชน์หนึ่ง ในกาลนั้น ดาบสชื่อสุนันทะอันหมู่มนุษย์สมมติแล้ว (ว่าเลิศ) ได้เอาดอกไม้ทำร่มบังแดดให้ทั่วพุทธบริษัท พระพุทธเจ้าทรงประกาศสัจจะ ๔ ภายใต้มณฑปดอกไม้อันประเสริฐ ธรรมาภิสมัยได้มีแก่สัตว์ประมาณแสน โกฏิ พระพุทธเจ้าทรงยังเมล็ดฝน คือ ธรรมให้ตกตลอด ๗ คืน ๗ วัน เมื่อถึงวันที่ ๘ พระชินเจ้าทรงพยากรณ์สุนันทะดาบสว่า ท่านผู้นี้เมื่อท่อง เที่ยวอยู่ในเทวโลกหรือในมนุษย์ จักเป็นคนประเสริฐกว่าเขาทั้งหมด ท่องเที่ยวไปในภพ ในแสนกัลป พระศาสดามีพระนามว่าโคดม มีสมภพ ในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นี้เป็นบุตรของนาง มันตานีชื่อปุณณะ จักเป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น จักเป็นโอรส ผู้รับมรดกในธรรมทั้งหลาย อันธรรมนิรมิตแล้ว เวลานั้น พระสัมพุทธเจ้า ทรงยังชนทั้งปวงให้ร่าเริง ทรงแสดงพระกำลังของพระองค์ พยากรณ์สุนันท- ดาบสด้วยประการอย่างนี้ ชนทั้งหลายประนมอัญชลีนมัสการสุนันทดาบส ในการนั้น ครั้นสุนันทดาบสทำสักการะในพระพุทธเจ้าแล้ว จึงชำระคติ ของตน เพราะข้าพระองค์ได้ฟังดำรัสของพระมุนี จึงได้มีความดำริ ณ ที่ นั้นว่า เราจักก่อสร้างบุญสมภาร ขณะที่กำลังเห็นพระโคดมอยู่ ครั้นข้า พระองค์คิดอย่างนี้แล้ว จึงคิดถึงบุญกิริยาว่า เราจะพึงก่อสร้างอย่างไร จะ ประพฤติกรรมอะไร ในบุญเขตอันยอดเยี่ยม ก็ภิกษุนี้ชำนาญบาลีทั้งปวง ในศาสนา พระศาสดาทรงตั้งไว้เป็นเลิศฝ่ายวินัย เราพึงปรารถนาฐานะ นั้นเถิด โภคสมบัติของข้าพระองค์ประมาณมิได้ เปรียบดังสาครอันอะไร ให้กระเพื่อมไม่ได้ ข้าพระองค์ได้สร้างอารามถวายแก่พระพุทธเจ้า ด้วย โภคสมบัตินั้น ได้ซื้ออารามนามว่าโสภณ ณ เบื้องหน้าพระนคร ด้วยทรัพย์ แสนหนึ่ง ถวายให้เป็นสังฆาราม ข้าพระองค์ได้สร้างเรือนยอด ปราสาท มณฑป เรือนโล้น และถ้ำอย่างสวยงาม ไว้ในที่จงกรม ใกล้สังฆาราม ได้สร้างเรือนไฟ โรงไฟ หม้อน้ำ และห้องอาบน้ำแล้ว ได้ถวายแก่ ภิกษุสงฆ์ ได้ถวายเก้าอี้นอน ตั่ง ภาชนะเครื่องใช้สอย คนเฝ้าอาราม และเภสัชนั้นทุกๆ อย่าง ได้ตั้งอารักขาไว้แล้ว ให้สร้างกำแพงอย่างมั่นคง ด้วยหวังว่า ใครๆ อย่าเบียดเบียนสังฆารามของท่านผู้มีจิตระงับ ผู้คงที่เลย ได้ให้สร้างกุฏีที่อยู่ ๑๐๐ หลังไว้ในสังฆาราม ครั้นให้สร้างสำเร็จไพบูลย์ แล้ว น้อมถวายกะพระสัมพุทธเจ้าว่า ข้าแต่พระมุนี ข้าพระองค์สร้างอาราม สำเร็จแล้ว ขอพระองค์โปรดทรงรับเถิด ข้าแต่พระธีรเจ้า ข้าพระองค์ มอบถวายพระองค์ ขอได้โปรดทรงรับเถิดพระเจ้าข้า พระพุทธเจ้าพระนาม ว่าปทุมุตระผู้ทรงรู้แจ้งโลก เป็นนายกของโลก ทรงควรรับเครื่องบูชา ทรง ทราบความดำริของข้าพระองค์แล้ว ได้ทรงรับสังฆาราม ข้าพระองค์ทราบว่า พระสัพพัญญูผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงรับแล้ว ให้ตระเตรียมโภชนะ เสร็จแล้ว จึงกราบทูลเวลาเสวย เมื่อข้าพระองค์กราบทูลเวลาเสวยแล้ว พระปทุมุตระผู้นายกของโลก เสด็จมาสู่อารามของข้าพระองค์ พร้อมด้วย พระขีณาสพพันหนึ่ง ข้าพระองค์ทราบเวลาว่าพระองค์ประทับนั่งแล้ว ได้ เลี้ยงดูให้อิ่มหนำด้วยข้าวน้ำ ครั้นได้ทราบเวลาเสวยเสร็จแล้ว ได้กราบทูล ดังนี้ว่า ข้าพระองค์ซื้ออารามชื่อ โสภณ ด้วยทรัพย์แสนหนึ่ง ได้สร้างจน เสร็จด้วยทรัพย์เท่านั้นเหมือนกัน ขอได้โปรดทรงรับเถิดพระมุนี ด้วยการ ถวายอารามนี้ และด้วยการตั้งเจตนาไว้ เมื่อข้าพระองค์เกิดอยู่ในภพ ย่อม ได้สิ่งที่ปรารถนา พระสัมพุทธเจ้าทรงรับสังฆารามที่ข้าพระองค์สร้างเสร็จ แล้ว ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า ผู้ใดได้ถวาย สังฆารามที่สร้างสำเร็จแล้วแด่พระพุทธเจ้า เราจะพยากรณ์ผู้นั้น ท่าน ทั้งหลายจงฟังเรากล่าว จตุรงคเสนา คือ พลช้าง พลม้า พลรถ พลราบ จะแวดล้อมผู้นี้อยู่เป็นนิจ นี้เป็นผลแห่งการถวายสังฆาราม ดนตรีหกหมื่น และเภรีอันประดับประดาสวยงาม จะแวดล้อมผู้นี้อยู่เป็นนิจ นี้เป็นผล แห่งการถวายสังฆาราม นางนารีแปดหมื่นหกพัน อันตกแต่งงดงาม มีผ้า และอาภรณ์อันวิจิตร สวมสอดแก้วมณีและกุณฑล มีหน้าแฉล้ม ยิ้มแย้ม ตะโพกผึ่งผาย เอวเล็กเอวบาง จะแวดล้อมผู้นี้อยู่เป็นนิจ นี้เป็นผลแห่ง การถวายสังฆาราม ผู้นี้จักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลก ตลอดสามหมื่นกัลป จักเป็นจอมเทวดาเสวยราชสมบัติในเทวโลกพันครั้ง จักได้ของทุกอย่างที่ ท้าวเทวราชจะพึงได้ จักเป็นผู้มีโภคสมบัติไม่รู้จักพร่อง เสวยเทวราชสมบัติ อยู่ จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิอยู่ในแว่นแคว้นพันครั้ง จักเป็นพระราชาอัน ไพบูลย์ในแผ่นดินโดยจะคณานับไม่ถ้วน ในแสนกัลป พระศาสดาพระนาม ว่า โคดมโดยพระโคตร ซึ่งสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จ อุบัติในโลก ผู้นี้จักเป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรสผู้รับ มรดกในธรรม อันธรรมนิรมิต มีนามชื่อว่า อุบาลี จักถึงที่สุดในพระวินัย ฉลาดในฐานะและมิใช่ฐานะ ดำรงพระศาสนาของพระชินเจ้า ไม่มีอาสวะอยู่ พระโคดมศากยบุตรผู้ประเสริฐ ได้ทรงทราบข้อนี้ทั้งสิ้นแล้วประทับนั่งใน ท่ามกลางภิกษุสงฆ์ จักทรงตั้งไว้ในเอตทัคคะสถาน ข้าพระองค์อาศัยบุญกุศล อันประมาณมิได้ ย่อมปรารถนา (ว่าพึงเป็นภิกษุผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ทรง พระวินัย) ในศาสนาของพระองค์ ประโยชน์ คือ ความสิ้นสังโยชน์ ทั้งปวงนั้น ข้าพระองค์บรรลุแล้วเปรียบเหมือนคนอันพระราชอาญาคุกคาม ถูกเสียบด้วยหลาว ไม่ได้ความสุขที่หลาวปรารถนาจะพ้นไปอย่างเดียว ฉันใด ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า ข้าพระองค์ก็ฉันนั้น อันอาญา คือ ภพคุกคามแล้ว ถูกเสียบด้วยหลาว คือ กรรม ถูกเวทนา คือ ความกระหายบีบคั้น ไม่ได้ ความสุขในภพ ถูกไฟ ๓ กองแผดเผาอยู่ ย่อมแสวงหาอุบายเครื่องพ้น ดังคนแสวงหาอุบายเพื่อฆ่ายาพิษ พึงแสวงหายา เมื่อแสวงหาอยู่ พึงพบ ยาเครื่องฆ่ายาพิษ ดื่มยานั้นแล้วพึงมีสุข เพราะพ้นจากพิษฉันใด ข้าแต่ พระมหาวีรเจ้า ข้าพระองค์ก็เหมือนคนอันยาพิษบีบคั้น ฉันนั้น ถูกอวิชชา บีบคั้นแล้ว ก็พึงแสวงหายา คือ สัทธรรม เมื่อแสวงหายา คือธรรมอยู่ ได้พบศาสนาของพระองค์ผู้ศากยบุตร อันเป็นของจริงอย่างเลิศสุดยอด โอสถ เป็นเครื่องบรรเทาลูกศรทั้งปวง ข้าพระองค์ดื่มยา คือ ธรรมแล้ว ถอนยาพิษ คือ สังสารทุกข์ได้หมดแล้ว ข้าพระองค์ได้พบนิพพานอัน ไม่แก่ไม่ตาย เป็นธรรมชาติเย็นสนิท เปรียบเหมือนคนถูกผีคุกคาม ได้รับ ทุกข์เพราะผีสิง พึงแสวงหาหมอผีเพื่อจะพ้นจากผี เมื่อแสวงหาไป ก็พึง พบหมอฉลาดในวิชาไล่ผี หมอนั้นพึงขับผีให้แก่คนนั้น และพึงให้พินาศ (ขับไล่ไป) พร้อมทั้งราก ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า ข้าพระองค์ก็ฉันนั้น ได้ รับทุกข์เพราะความมืดเข้าจับ จึงต้องแสวงหาแสงสว่าง คือ ญาณเพื่อจะ พ้นจากความมืด ที่นั้นจึงได้พบพระศากยมุนี ผู้ชำระความมืด คือ กิเลส ให้หมดจด (สว่าง) ได้ พระองค์ทรงบรรเทาความมืดให้ข้าพระองค์แล้ว ดังหมอผีขับไล่ผีไปได้ ฉะนั้น ข้าพระองค์ตัดกระแสสงสารได้แล้ว ห้าม กระแสตัณหาได้แล้ว ถอนภพได้สิ้นเชิงเหมือนหมอผีขับไล่ผีพร้อมทั้งถอน ราก ฉะนั้น เปรียบเหมือนพระยาครุฑ โฉบลงเพื่อจับนาคอันเป็นเหยื่อ ของตน ย่อมยังน้ำในสระใหญ่ให้กระเพื่อมตลอดร้อยโยชน์โดยรอบ ครั้น มันจับนาคได้แล้ว ห้อยหัวนาคไว้เบื้องต่ำทำให้ลำบาก ครุฑนั้นพาเอานาค ไปได้ตามความปรารถนา ฉันใด ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า ข้าพระองค์แสวง หาอสังขตธรรม เหมือนครุฑมีกำลังบินแสวงหานาค ฉะนั้น ข้าพระองค์ ได้คายโทษทั้งหลายแล้ว ข้าพระองค์เห็นธรรมอันประเสริฐ เป็นสันติบท ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ข้าพระองค์ถือเอาธรรมนี้อยู่ เหมือนครุฑจับนาคบินไป ฉะนั้น เถาวัลย์ชื่ออาสาวดี เกิดในสวนจิตรลดา โดยล่วงไปพันปี จึงเผล็ด ผลๆ หนึ่ง เทวดาทั้งหลายได้ใช้สอยผลอาสวดีนั้น ซึ่งมีผลคราวหนึ่ง นานเพียงนั้น เถาวัลย์อาสวดีนั้นมีผลอุดม เป็นที่รักของเทวดาทั้งหลาย อย่างนี้ ข้าพระองค์อาศัยแสนปี จึงได้เที่ยวมาใกล้พระองค์ผู้เป็นมุนี ได้ นมัสการทั้งเวลาเย็นเวลาเช้า เหมือนเทวดาเชยชมผลอาสวดี ฉะนั้น การ ได้มาใกล้ไม่เป็นหมัน และการนมัสการไม่เป็นโมฆะ แม้ข้าพระองค์จะมา แต่ที่ไกล ขณะก็ไม่ล่วงเลยข้าพระองค์ไป ข้าพระองค์ค้นคว้าหาปฏิสนธิ ในภพก็ไม่พบ ฉะนั้น ข้าพระองค์จึงไม่มีอุปธิ พ้นวิเศษแล้ว สงบระงับ เที่ยวไป เปรียบเหมือนดอกปทุม ย่อมบานเพราะรัศมีพระอาทิตย์ถูกต้อง ฉันใด ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า ข้าพระองค์ก็ฉันนั้น บานแล้วเพราะรัศมี พระพุทธเจ้า เปรียบเหมือนนกยางตัวผู้ ย่อมไม่มีในกำเนิดนกยางทุกเมื่อ เมื่อเมฆร้องกระหึ่ม นกยางมันย่อมมีครรภ์ทุกเมื่อ พวกมันย่อมทรงครรภ์ อยู่แม้นาน ตลอดเวลาที่สายฝนยังไม่ตก พวกมันย่อมพ้นจากการทรงครรภ์ เมื่อเวลาที่สายฝนตก ฉันใด ข้าพระองค์ก็ฉันนั้น เมื่อพระพุทธเจ้าทรง พระนามว่าปทุมุตระ ทรงประกาศกึกก้องด้วยเมฆ คือ ธรรม ได้ถือเอา ครรภ์ คือ ธรรม ด้วยเสียงแห่งเมฆ คือ ธรรม ข้าพระองค์อาศัยแสนกัลป ทรงครรภ์ คือ บุญอยู่ ยังไม่พ้นจากภาระ คือ สงสาร ตลอดเวลาที่สายฝน คือ ธรรมยังไม่ตก ข้าแต่พระศากยมุนี เมื่อเวลาที่พระองค์ทรงประกาศ กึกก้องด้วยสายฝน คือ ธรรม ในพระนครกบิลพัศดุ์ อันน่ารื่นรมย์ ข้า- พระองค์จึงได้พ้นจากภาระ คือ สงสาร ข้าพระองค์สะสาง (ชำระ) ธรรม คือสุญญตวิโมกข์ อนิมิตตวิโมกข์ อัปปณิหิตวิโมกข์ และผล ๔ ทั้งหมด แม้นั้น (สะอาด) ได้แล้ว. ข้าพระองค์ปรารถนาศาสนาของพระองค์ ตั้งต้นแต่กัลปอันประมาณมิได้ ประโยชน์นั้น ข้าพระองค์ถึงแล้ว สันติบทอันยอดเยี่ยมข้าพระองค์บรรลุ แล้ว ข้าพระองค์เป็นผู้เลิศ เหมือนภิกษุผู้ชำนาญพระบาลีถึงที่สุดใน พระวินัย ฉะนั้น ไม่มีใครเสมอด้วยข้าพระองค์ ข้าพระองค์ย่อมทรง พระศาสนาไว้ ข้าพระองค์ไม่มีความสงสัยในวินัยขันธกะ คัมภีร์บริวาร ในอักขระหรือพยัญชนะ ในวินัยปิฎกนี้เลย ข้าพระองค์เป็นผู้ฉลาดในการข่ม ในการแก้ไขในฐานะและมิใช่ฐานะในการชักเข้าหมู่และในการให้ออกจาก อาบัติ ถึงที่สุดในวินัยกรรมทั้งปวง ข้าพระองค์ตั้งบทไว้ในวินัยขันธกะ และในอุภโตวิภังค์แล้ว พึงชักเข้าหมู่ (ประชุม) จากกิจ ข้าพระองค์ เป็นผู้ฉลาดในนิรุติ และเฉียบแหลมในประโยชน์ และมิใช่ประโยชน์ ข้าพระองค์จะไม่รู้นั้นไม่มี ข้าพระองค์เป็นผู้มีจิตมีอารมณ์เดียวในพุทธ ศาสนา วันนี้ ข้าพระองค์บรรเทาความเคลือบแคลงได้ทั้งสิ้น ตัดความ สงสัยได้ทั้งหมด ในคราวตัดสินวินัย ในศาสนาของพระผู้มีพระภาค ศากยบุตร ข้าพระองค์เป็นผู้ฉลาดในฐานะทั้งปวง คือ บัญญัติ อนุบัญญัติ อักขระ พยัญชนะ นิทาน และปริโยสาน เปรียบเหมือนพระราชาผู้ทรง พระกำลัง ทรงกำจัดเสนาของพระราชาอื่นแล้ว ทำให้เดือดร้อนชนะ สงครามแล้ว สร้างนครไว้ ณ ที่นั้นรับสั่งให้สร้างกำแพง คู เสาระเนียด ซุ้มประตู และป้อมต่างๆ ไว้ในนครเป็นอันมาก พึงรับสั่งให้สร้างถนน วงเวียน ร้านตลาดอันจัดไว้เรียบร้อย และสภาไว้ในนครนั้น เพื่อวินิจฉัย คดีและมิใช่คดี เพื่อจะป้องกันพวกศัตรู เพื่อจะรู้จักโทษและมิใช่โทษ และเพื่อจะรักษาพลกาย พระองค์จึงโปรดตั้งเสนาบดีไว้ เพื่อประสงค์จะ ทรงรักษาสิ่งของ พระองค์จึงโปรดตั้งขุนคลังไว้ในหน้าที่รักษาสิ่งของ โดย ทรงหวังว่า สิ่งของของเราอย่าฉิบหายเสียเลย เขาเป็นผู้สามัคคีกับพระราชา ปรารถนาความเจริญแก่ผู้ใด ย่อมให้อธิกรณ์แก่ผู้นั้น เพื่อปฏิบัติต่อมิตร (โดยไม่มีวิวาท) พระองค์โปรดตั้งคนผู้ฉลาดในลางดีลางร้ายในนิมิต และ ตำราทำนายลักษณะ ผู้เล่าเรียนทรงจำมนต์ ไว้ในตำแหน่งปุโรหิต พระราชานั้นทรงสมบูรณ์ด้วยองค์เหล่านี้ มหาชนย่อมเรียกว่า กษัตริย์ เสนาบดีเป็นต้นเหล่านี้ย่อมรักษาพระราชาทุกเมื่อ ดังนกจักพรากรักษานก ผู้เป็นญาติของตนที่ได้ทุกข์ ฉันใด ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า พระองค์ก็ฉันนั้น มหาชนย่อมกล่าวว่า พระธรรมราชาของโลกพร้อมทั้งเทวโลก เช่นพระราชา ทรงกำจัดศัตรูได้แล้ว มหาชนเรียกว่า กษัตริย์ ฉะนั้น พระองค์ทรง ปราบพวกเดียรถีย์ ทรงกำจัดมารพร้อมทั้งเสนาและความมืดมนอนธการ แล้ว ได้ทรงสร้างนครธรรมไว้ ข้าแต่พระธีรเจ้า ในนครธรรมนั้น มีศีล เป็นกำแพง พระญาณของพระองค์เป็นซุ้มประตู ศรัทธาของพระองค์เป็น เสาระเนียด และสังวรของพระองค์เป็นนายประตู ข้าแต่พระมุนี สติ ปัฏฐานของพระองค์เป็นป้อม ปัญญาของพระองค์เป็นทางสี่แพร่ง อิทธิบาท เป็นทางสามแพร่ง ธรรมวิถีพระองค์ทรงสร้างไว้สวยงาม พระวินัย พระ- สูตร พระอภิธรรม และพระพุทธพจน์อันมีองค์ ๙ ทั้งสิ้นนี้ เป็นธรรม สภาในนครธรรมของพระองค์ วิหารธรรม คือ สุญญตวิโมกข์ อนิมิตต- วิโมกข์ อัปปณิหิตวิโมกข์ อเนญชสมาบัติ และนิโรธนี้เป็นธรรมกุฎีใน นครธรรมของพระองค์ ธรรมเสนาบดีของพระองค์ มีนามชื่อว่าพระสารี- บุตร ทรงตั้งไว้ว่า เป็นผู้เลิศด้วยปัญญาและว่าฉลาดในปฏิภาณ ข้าแต่ พระมุนี ปุโรหิตของพระองค์มีนามชื่อว่าพระโกลิตะ ผู้ฉลาดในจุติและ อุปบัติ ถึงที่สุดแห่งฤทธิ์, ข้าแต่พระมุนี พระมหากัสสปเถระผู้ดำรง วงศ์โบราณ มีเดชรุ่งเรือง หาผู้เสมอได้ยาก เลิศในธุดงคคุณ เป็นผู้พิพากษา ของพระองค์ ข้าแต่พระมุนี พระเถระขุนคลังธรรมของพระองค์ มีนามชื่อ ว่าพระอานนท์ เป็นพหูสูต ทรงธรรม และชำนาญในพระบาลีทั้งหมดใน ศาสนา พระผู้มีพระภาคผู้แสวงหาคุณอันมากแก่ข้าพระองค์ ทรงตั้ง พระเถระทั้งหมดนี้แล้ว ทรงประทานการวินิจฉัยในพระวินัย อันภิกษุผู้รู้ แจ้งแสดงแล้ว แก่ข้าพระองค์ ภิกษุสาวกของพระพุทธเจ้าบางรูป ถาม ปัญหาในวินัย ในปัญหานั้นข้าพระองค์ไม่ต้องคิด ย่อมแก้เนื้อความนั้นได้ ทันที ตลอดในพระพุทธเขต เว้นพระมหามุนีเสีย ไม่มีใครเสมอกับข้า พระองค์ในวินัย ที่ไหนจะมียิ่งกว่า พระโคดมประทับนั่งในท่ามกลางสงฆ์ แล้ว ทรงประกาศอย่างนี้ว่า ไม่มีใครจะเสมอกับพระอุบาลี ในวินัยและ ในขันธกะ เรากล่าวสัตถุศาสน์มีองค์ ๙ ตลอดถึงที่พระพุทธเจ้าตรัสแล้ว ทั้งหมด ไว้ในวินัยแก่บุคคลผู้เห็นมูลพระวินัย พระโคดมศากยบุตรผู้ ประเสริฐ ทรงระลึกถึงกรรมของเรา ประทับนั่งในท่ามกลางสงฆ์ ทรงตั้ง เราไว้ในเอตทัคคะสถาน เราได้ปรารถนาตำแหน่งนี้ไว้ ตั้งต้นแต่แสนกัลป ประโยชน์นั้นเราได้ถึงแล้ว เราถึงที่สุดในพระวินัย เมื่อก่อนเราเป็นช่าง กัลบกผู้ยังความยินดีให้เกิดแก่เจ้าศากยะทั้งหลาย เราละชาตินั้นแล้ว เกิด เป็นบุตรของพระมเหสีในกัลปที่สองแต่ภัทรกัปนี้ พระมหากษัตริย์เจ้า- แผ่นดินพระนามว่าอัญชสะ มีพระเดชานุภาพสูงสุด มีบริวารประมาณมิได้ มีทรัพย์มากมาย เราเป็นกษัตริย์พระนามว่าจันทนะ เป็นโอรสของพระราชา พระองค์นั้น เป็นคนกระด้างเพราะความเมาด้วยชาติ และเพราะความเมา ด้วยยศและโภคะ ช้างแสนหนึ่ง อันประดับด้วยเครื่องอลังการทุกอย่าง เป็นช้างตกมันโดยฐานะสาม เกิดในตระกูลมาตังคะ ห้อมล้อมเราอยู่ทุก เมื่อ เราห้อมล้อมด้วยพลของตน ประสงค์จะประพาสอุทยาน จึงขึ้นช้าง ชื่อศิริแล้ว ออกจากนครในกาลนั้น พระปัจเจกพุทธเจ้านามว่าเทวละ สมบูรณ์ด้วยจรณะ คุ้มครองทวาร และสำรวมเป็นอันดี เดินมาข้างหน้า เรา เวลานั้นเราได้ไสช้างศิรินาคไปให้จับพระปัจเจกพุทธเจ้า ลำดับนั้น ช้างทำเหมือนเกิดความโกรธ แต่ไม่ยกเท้าขึ้น เราเห็นช้างร้องไห้ ได้ทำ ความโกรธในพระปัจเจกพุทธเจ้า เราเบียดเบียนพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้ว ได้ไปสู่อุทยาน ณ ที่นั้นเรา ไม่ได้ความสุขเสียเลย เหมือนไฟโพลงอยู่บน ศีรษะ และย่อมเดือดร้อนด้วยความเร้าร้อนดังปลาติดเบ็ด แผ่นดินมีสมุทร สาครเป็นที่สุด ปรากฏเหมือนไฟติดทั่วแก่เรา เราเข้าไปเฝ้าพระชนกแล้ว ได้กราบทูลดังนี้ว่า หม่อมฉันได้ไสช้างอันซับมัน ดังอสรพิษโกรธ ดัง กองไฟไหม้ลามมา ผู้ฝึกแล้ว ไปให้จับพระปัจเจกพุทธเจ้า หม่อมฉัน รุกรานพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้เป็นพระชินเจ้า มีเดชรุ่งเรืองพึงกลัว (พระ ชนกตรัสว่า) พวกเราชาวบุรีทั้งหมดจักพินาศ เราจะขอขมาพระมุนีนั้น ถ้าเราจะไม่ขมาท่านผู้มีตนอันฝึกแล้ว มีจิตตั้งมั่น ภายในวันที่ ๗ แว่น- แคว้นของเราจักพินาศ สุเมขลราชา โกสิยราชา สิคควราชา และสัตตก- ราชา ได้รุกรานฤาษีทั้งหลาย ท่านเหล่านั้นพร้อมทั้งเสนาตกยาก (ถึง ความพินาศ) ฤาษีทั้งหลายผู้สำรวมแล้ว ประพฤติพรหมจรรย์ โกรธเคือง เมื่อใด เมื่อนั้น ท่านย่อมยังมนุษย์โลกพร้อมทั้งเทวโลก สาครและภูเขา ให้พินาศ เราจึงสั่งให้ประชุมบุรุษทั้งหลายในประเทศ ประมาณสามพัน โยชน์ เพื่อต้องการจะแสดงโทษ จึงได้เข้าไปหาพระปัจเจกพุทธเจ้า เรา ทั้งหมดมีผ้าเปียก มีศีรษะเปียก ประนมอัญชลี พากันหมอบลงแทบเท้า ของพระปัจเจกพุทธเจ้า แล้วได้เรียนท่านดังนี้ว่า ข้าแต่พระมหาวีระ ขอ เจ้าประคุณได้โปรดอดโทษเถิด มหาชนอ้อนวอนเจ้าประคุณ ขอเจ้า ประคุณได้โปรดบรรเทาความเร่าร้อน และขออย่าให้แว่นแคว้นพินาศ เสียเลย มนุษย์พร้อมทั้งเทวดา อสูร และผีเสื้อทั้งหมด พึงต่อยศีรษะ ของกระผมด้วยค้อนเหล็กทุกเมื่อ (พระปัจเจกพุทธเจ้ากล่าวว่า) ไฟไม่ตั้ง อยู่ในน้ำ พืชไม่งอกบนหินล้วน กิมิชาติไม่ดำรงอยู่ในยาพิษฉันใด ความ โกรธย่อมไม่เกิดในพระพุทธะฉันนั้น อนึ่ง พื้นดินไม่หวั่นไหว สมุทร สาครประมาณไม่ได้ และอากาศไม่มีที่สุด ฉันใด พระพุทธะใครๆ ให้ กำเริบไม่ได้ ฉันนั้น พระมหาวีรเจ้าทั้งหลายมีตนฝึกแล้ว อดทน และ มีตบะ เจ้าประคุณทั้งหลายผู้อดทน ประกอบด้วยความอดทน จะไม่มีการ ไป พระปัจเจกพุทธเจ้ากล่าวดังนี้แล้ว ได้บรรเทาความเร่าร้อนให้หมดไป เวลานั้น เราได้เหาะขึ้นสู่อากาศข้างหน้าของมหาชน กล่าวว่า ข้าแต่ พระวีรเจ้า เพราะกรรมนั้น ข้าพระองค์ได้เข้าถึงความเลวทราม ล่วงชาติ นั้นแล้ว จึงได้เข้าสู่บุรีอันไม่มีภัย ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า แม้ในกาลนั้น พระองค์ก็ได้บรรเทาความเร่าร้อนอันตั้งอยู่ด้วยดี ให้แก่ข้าพระองค์ผู้เดือด ร้อนอยู่ และข้าพระองค์ก็ได้ขมาพระสยัมภูแล้ว ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า แม้วันนี้ พระองค์ได้ดับไฟ ๓ กองให้ข้าพระองค์ผู้ถูกไฟ ๓ กองเผาอยู่ และข้าพระองค์ได้ถึงความเย็นแล้ว ท่านเหล่าใดมีการเงี่ยโสตลงฟัง ขอ ท่านเหล่านั้นจงฟังเรากล่าว เราจักบอกเนื้อความแก่ท่านตามบทที่เราเห็น แล้ว เราดูหมิ่นพระสยัมภู (พระปัจเจกพุทธเจ้า) ผู้มีจิตสงบระงับ มีใจมั่นคงนั้นแล้ว เพราะกรรมนั้น วันนี้ จึงได้เกิดในกำเนิดต่ำทราม ขณะอย่าพลาด (ล่วงเลย) ท่านทั้งหลายไปเสีย เพราะผู้ที่ล่วงขณะย่อม เศร้าโศก ท่านทั้งหลายพึงพยายามในประโยชน์ของตน ท่านทั้งหลายจง จงเก็บขณะไว้ ยาสำรอกของบุคคลบางพวก เป็นยาถ่ายของบุคคลบางพวก, ยาพิษแข็งกล้าร้ายของคนบางพวก เป็นยาถ่ายของคนบางพวก, ยาพิษ กล้าร้ายแรงของคนบางพวก เป็นยารักษาโรคของคนบางพวก, (พระผู้มี พระภาคทรงทราบแล้วโดยลำดับ) ได้ตรัสบอกอาการเปลื้องสงสารแก่ผู้ ปฏิบัติการถอนออกจากสงสารแก่ผู้ตั้งอยู่ในผล ตรัสบอกโอสถแก่ผู้ได้ผล ตรัสบอกบุญเขตแก่ผู้แสวงหา ตรัสบอกยาพิษอันกล้าแข็งแก่บุคคลผู้เป็น ปฏิปักข์ต่อพระศาสนา อบายสี่ย่อมเผานระนั้น เหมือนอสรพิษมีพิษร้าย ฉะนั้น ยาพิษอันกล้าแข็งที่บุคคลดื่มแล้วย่อมยังชีวิตให้พินาศครั้งเดียว คนผิดในพระศาสนาแล้ว ย่อมถูกไฟเผาในโกฏิกัป พระพุทธะนั้นย่อม ข้ามโลกพร้อมทั้งเทวโลกได้เพราะขันติ อวิหิงสา และเพราะมีจิตเมตตา ฉะนั้น พระพุทธเจ้าเหล่านั้น ใครๆ ให้พิโรธไม่ได้ เพราะพระพุทธเจ้า ทั้งหลายเช่นกับแผ่นดินไม่ข้องอยู่ในลาภและความเสื่อมลาภ ในความ สรรเสริญและดูหมิ่น ฉะนั้น พระพุทธเจ้าเหล่านั้น ใครๆ ให้พิโรธไม่ได้ พระมุนีมีจิตเสมอในสรรพสัตว์ คือ ในพระเทวทัต นายขมังธนู องคุลิมาลโจร พระราหุล และในช้างธนบาล พระพุทธเจ้าเหล่านี้ย่อม ไม่มีความโกรธ ไม่มีความกำหนัด พระพุทธเจ้ามีจิตเสมอในชนทั้งปวง คือในผู้ฆ่าและโอรส ใครๆ เห็นผ้ากาสาวะอันเขาทิ้งไว้ที่หนทางเปื้อน ของไม่สะอาด อันเป็นธงชัยของฤาษี พึงยกกรอัญชลีเหนือเศียรเกล้า ไหว้พระพุทธเจ้าในอดีตก็ดี ปัจจุบันก็ดี อนาคตก็ดี ย่อมบริสุทธิ์ด้วย ธงชัยนั้น เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าเหล่านี้ควรนมัสการ เราย่อมทรง พระวินัยอันงามเช่นกับพระศาสดาไว้ด้วยหทัย เราจักนมัสการพระวินัยใน กาลทุกเมื่อ พระวินัยเป็นที่อาศัยของเรา พระวินัยเป็นที่ยืนเดินของเรา เราจะสำเร็จการอยู่ในพระวินัย พระวินัยเป็นโคจรของเรา ข้าแต่พระมหา วีรเจ้า เพราะฉะนั้น พระอุบาลีผู้ถึงที่สุดในพระวินัย และฉลาดในสมถะ ถวายบังคมพระบาทของพระศาสดา ข้าพระองค์นั้น จะไปจากบ้านนี้สู่ บ้านโน้น จากบุรีนี้สู่บุรีโน้น เที่ยวนมัสการพระสัมพุทธเจ้าและพระ ธรรมอันพระผู้มีพระภาคทรงแสดงดีแล้ว ข้าพระองค์เผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพขึ้นได้ทั้งหมดแล้ว อาสวะทั้งปวงสิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มี ข้าพระองค์ได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดดีแล้วหนอ วิชชา ๓ ข้าพระองค์บรรลุแล้ว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพระองค์ได้ทำให้แจ้งแล้ว พระพุทธศาสนาข้าพระองค์ ได้ทำเสร็จแล้ว ฉะนี้แล. ทราบว่า ท่านพระอุบาลีเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (626 ประโยค)
tha-ap8:0.3 #
Upālittheraapadāna
tha-ap8:1.1 #
นคเร หํสวติยา✎ ร่าง
“Nagare haṁsavatiyā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.66
tha-ap8:1.2 #
สุชาโต นาม พฺราหฺมโณ✎ ร่าง
sujāto nāma brāhmaṇo;
tha-ap8:1.3 #
อสีติโกฏิสนฺนิจโย✎ ร่าง
Asītikoṭinicayo,
tha-ap8:1.4 #
ปหูตธนธญฺญวา ฯ✎ ร่าง
pahūtadhanadhaññavā.
tha-ap8:2.1 #
อชฺฌายโก มนฺตธโร✎ ร่าง
Ajjhāyako mantadharo,
tha-ap8:2.2 #
ติณฺณํ เวทาน ปารคู✎ ร่าง
tiṇṇaṁ vedāna pāragū;
tha-ap8:2.3 #
ลกฺขเณ อิติหาเส จ✎ ร่าง
Lakkhaṇe itihāse ca,
tha-ap8:2.4 #
สทฺธมฺเม ปารมึ คโต ฯ✎ ร่าง
sadhamme pāramiṁ gato.
tha-ap8:3.1 #
ปริพฺพชา เอกสิขา✎ ร่าง
Paribbājā ekasikhā,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.54
tha-ap8:3.2 #
โคตมา พุทฺธสาวกา✎ ร่าง
gotamā buddhasāvakā;
tha-ap8:3.3 #
จรกา ตาปสา เจว✎ ร่าง
Carakā tāpasā ceva,
tha-ap8:3.4 #
จรนฺติ มหิยา ตทา ฯ✎ ร่าง
caranti mahiyā tadā.
tha-ap8:4.1 #
เตปิ มํ ปริวาเรนฺติ✎ ร่าง
Tepi maṁ parivārenti,
tha-ap8:4.2 #
พฺราหฺมโณ วิสฺสุโต อิติ✎ ร่าง
brāhmaṇo vissuto iti;
tha-ap8:4.3 #
พหู ชนา มํ ปูเชนฺติ✎ ร่าง
Bahujjano maṁ pūjeti,
tha-ap8:4.4 #
นาหํ ปูเชมิ กิญฺจินํ ฯ✎ ร่าง
nāhaṁ pūjemi kiñcanaṁ.
tha-ap8:5.1 #
ปูชารหํ น ปสฺสามิ✎ ร่าง
Pūjārahaṁ na passāmi,
tha-ap8:5.2 #
มานถทฺโธ อหํ ตทา✎ ร่าง
mānatthaddho ahaṁ tadā;
tha-ap8:5.3 #
พุทฺโธติ วจนํ นตฺถิ✎ ร่าง
Buddhoti vacanaṁ natthi,
tha-ap8:5.4 #
ตาว นุปฺปชฺชเต ชิโน ฯ✎ ร่าง
tāva nuppajjate jino.
tha-ap8:6.1 #
อจฺจเยน อโหรตฺตํ✎ ร่าง
Accayena ahorattaṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.35
tha-ap8:6.2 #
ปทุมุตฺตรนายโก✎ ร่าง
padumuttaranāmako;
tha-ap8:6.3 #
สพฺพํ ตมํ วิโนเทตฺวา✎ ร่าง
Sabbaṁ tamaṁ vinodetvā,
tha-ap8:6.4 #
โลเก อุปฺปชฺชิ จกฺขุมา ฯ✎ ร่าง
loke uppajji cakkhumā.
tha-ap8:7.1 #
วิตฺถาริเก พหู ชญฺเญ✎ ร่าง
Vitthārike bāhujaññe,
tha-ap8:7.2 #
ปุถุภูเต จ สาสเน✎ ร่าง
puthubhūte ca sāsane;
tha-ap8:7.3 #
อุปาคมิ ตทา พุทฺโธ✎ ร่าง
Upāgami tadā buddho,
tha-ap8:7.4 #
นครํ หํสสวฺหยํ ฯ✎ ร่าง
nagaraṁ haṁsasavhayaṁ.
tha-ap8:8.1 #
ปิตุ อตฺถาย โส พุทฺโธ✎ ร่าง
Pitu atthāya so buddho,
อ้างอิงPTS 1.38
tha-ap8:8.2 #
ธมฺมํ เทเสสิ จกฺขุมา✎ ร่าง
dhammaṁ desesi cakkhumā;
tha-ap8:8.3 #
เตน กาเลน ปริสา✎ ร่าง
Tena kālena parisā,
tha-ap8:8.4 #
สมนฺตา โยชนํ ตทา ฯ✎ ร่าง
samantā yojanaṁ tadā.
tha-ap8:9.1 #
สมฺมโต มนุชานํ โย✎ ร่าง
Sammato manujānaṁ so,
tha-ap8:9.2 #
สุนนฺโท นาม ตาปโส✎ ร่าง
sunando nāma tāpaso;
tha-ap8:9.3 #
ยาวตา พุทฺธปริสา✎ ร่าง
Yāvatā buddhaparisā,
tha-ap8:9.4 #
ปุปฺเผหิจฺฉาทยิ ตทา ฯ✎ ร่าง
pupphehacchādayī tadā.
tha-ap8:10.1 #
จตุสจฺจํ ปกาเสนฺโต✎ ร่าง
Catusaccaṁ pakāsente,
tha-ap8:10.2 #
เสฏฺเฐ จ ปุปฺผมณฺฑเป✎ ร่าง
seṭṭhe ca pupphamaṇḍape;
tha-ap8:10.3 #
โกฏิสตสหสฺสานํ✎ ร่าง
Koṭisatasahassānaṁ,
tha-ap8:10.4 #
ธมฺมาภิสมโย อหุ ฯ✎ ร่าง
dhammābhisamayo ahu.
tha-ap8:11.1 #
สตฺตรตฺตินฺทิวํ พุทฺโธ✎ ร่าง
Sattarattindivaṁ buddho,
tha-ap8:11.2 #
วสฺสิตฺวา ธมฺมวุฏฺฐิยา✎ ร่าง
vassetvā dhammavuṭṭhiyo;
tha-ap8:11.3 #
อฏฺฐเม ทิวเส ปตฺเต✎ ร่าง
Aṭṭhame divase patte,
tha-ap8:11.4 #
สุนนฺทํ กิตฺตยี ชิโน ฯ✎ ร่าง
sunandaṁ kittayī jino.
tha-ap8:12.1 #
เทวโลเก มนุสฺเส วา✎ ร่าง
Devaloke manusse vā,
tha-ap8:12.2 #
สํสรนฺโต อยํ ภเว✎ ร่าง
saṁsaranto ayaṁ bhave;
tha-ap8:12.3 #
สพฺเพสํ ปวโร หุตฺวา✎ ร่าง
Sabbesaṁ pavaro hutvā,
tha-ap8:12.4 #
ภเวสุ สํสริสฺสติ ฯ✎ ร่าง
bhavesu saṁsarissati.
tha-ap8:13.1 #
กปฺปสตสหสฺสมฺหิ✎ ร่าง
Kappasatasahassamhi,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.55
tha-ap8:13.2 #
โอกฺกากกุลสมฺภโว✎ ร่าง
okkākakulasambhavo;
tha-ap8:13.3 #
โคตโม นาม นาเมน✎ ร่าง
Gotamo nāma gottena,
tha-ap8:13.4 #
สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
satthā loke bhavissati.
tha-ap8:14.1 #
ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท✎ ร่าง
Tassa dhammesu dāyādo,
tha-ap8:14.2 #
โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต✎ ร่าง
oraso dhammanimmito;
tha-ap8:14.3 #
มนฺตานีปุตฺโต ปุณฺโณติ✎ ร่าง
Mantāṇiputto puṇṇoti,
tha-ap8:14.4 #
เหสฺสติ สตฺถุ สาวโก ฯ✎ ร่าง
hessati satthu sāvako.
tha-ap8:15.1 #
เอวํ กิตฺตยิ สมฺพุทฺโธ✎ ร่าง
Evaṁ kittayi sambuddho,
tha-ap8:15.2 #
สุนนฺทํ ตาปสํ ตทา✎ ร่าง
sunandaṁ tāpasaṁ tadā;
tha-ap8:15.3 #
หาสยนฺโต ชนํ สพฺพํ✎ ร่าง
Hāsayanto janaṁ sabbaṁ,
tha-ap8:15.4 #
ทสฺสยนฺโต สกํ พลํ ฯ✎ ร่าง
dassayanto sakaṁ balaṁ.
tha-ap8:16.1 #
กตญฺชลี นมสฺสนฺติ✎ ร่าง
Katañjalī namassanti,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.68
tha-ap8:16.2 #
สุนนฺทํ ตาปสํ ตทา✎ ร่าง
sunandaṁ tāpasaṁ janā;
tha-ap8:16.3 #
พุทฺเธ การํ กริตฺวาน✎ ร่าง
Buddhe kāraṁ karitvāna,
tha-ap8:16.4 #
โสเธสิ คติมตฺตโน ฯ✎ ร่าง
sodhesi gatimattano.
tha-ap8:17.1 #
ตตฺถ เม อหุ สงฺกปฺโป✎ ร่าง
Tattha me ahu saṅkappo,
tha-ap8:17.2 #
สุตฺวาน มุนิโน วจํ✎ ร่าง
sutvāna munino vacaṁ;
tha-ap8:17.3 #
อหํ ๒- การํ กริสฺสามิ✎ ร่าง
Ahampi kāraṁ kassāmi,
tha-ap8:17.4 #
ยถา ปสฺสามิ โคตมํ ฯ✎ ร่าง
yathā passāmi gotamaṁ.
tha-ap8:18.1 #
เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน✎ ร่าง
Evāhaṁ cintayitvāna,
tha-ap8:18.2 #
กิริยํ จินฺตยึ มมํ✎ ร่าง
kiriyaṁ cintayiṁ mama;
tha-ap8:18.3 #
กฺยาหํ กมฺมํ อาจรามิ✎ ร่าง
Kyāhaṁ kammaṁ ācarāmi,
tha-ap8:18.4 #
ปุญฺญกฺเขตฺเต อนุตฺตเร ฯ✎ ร่าง
puññakkhette anuttare.
tha-ap8:19.1 #
อยญฺจ ปาฐิโก ภิกฺขุ✎ ร่าง
Ayañca pāṭhiko bhikkhu,
tha-ap8:19.2 #
สพฺพปาฐีน ๓- สาสเน✎ ร่าง
sabbapāṭhissa sāsane;
tha-ap8:19.3 #
วินเย อคฺคนิกฺขิตฺโต✎ ร่าง
Vinaye agganikkhitto,
tha-ap8:19.4 #
ตํ ฐานํ ปตฺถยึ ๔- อหํ ฯ✎ ร่าง
taṁ ṭhānaṁ patthaye ahaṁ.
tha-ap8:20.1 #
อิทํ เม อมิตํ โภคํ✎ ร่าง
Idaṁ me amitaṁ bhogaṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.36
tha-ap8:20.2 #
อกฺโขภํ สาครูปมํ✎ ร่าง
akkhobhaṁ sāgarūpamaṁ;
tha-ap8:20.3 #
เตน โภเคน พุทฺธสฺส✎ ร่าง
Tena bhogena buddhassa,
tha-ap8:20.4 #
อารามํ มาปเย อหํ ฯ✎ ร่าง
ārāmaṁ māpaye ahaṁ.
tha-ap8:21.1 #
โสภนํ นาม อารามํ✎ ร่าง
Sobhanaṁ nāma ārāmaṁ,
tha-ap8:21.2 #
นครสฺส ปุรตฺถโต✎ ร่าง
nagarassa puratthato;
tha-ap8:21.3 #
กตฺวา ๕- สตสหสฺเสน✎ ร่าง
Kiṇitvā satasahassena,
tha-ap8:21.4 #
สงฺฆารามํ อมาปยึ ฯ✎ ร่าง
saṅghārāmaṁ amāpayiṁ.
tha-ap8:22.1 #
กูฏาคาเร จ ปาสาเท✎ ร่าง
Kūṭāgāre ca pāsāde,
อ้างอิงPTS 1.39
tha-ap8:22.2 #
มณฺฑเป หมฺมิเย คุหา✎ ร่าง
maṇḍape hammiye guhā;
tha-ap8:22.3 #
จงฺกเม สุกเต กตฺวา✎ ร่าง
Caṅkame sukate katvā,
tha-ap8:22.4 #
สงฺฆาราเม ๖- อมาปยึ ฯ✎ ร่าง
saṅghārāmaṁ amāpayiṁ.
tha-ap8:23.1 #
ชนฺตาฆรํ อคฺคิสาลํ✎ ร่าง
Jantāgharaṁ aggisālaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.56
tha-ap8:23.2 #
อโถ อุทกมาฬกํ✎ ร่าง
atho udakamāḷakaṁ;
tha-ap8:23.3 #
นฺหานฆรํ มาปยิตฺวา✎ ร่าง
Nhānagharaṁ māpayitvā,
tha-ap8:23.4 #
ภิกฺขุสงฺฆสฺสทาสหํ ฯ✎ ร่าง
bhikkhusaṅghassadāsahaṁ.
tha-ap8:24.1 #
อาสนฺทิโย จ ปีฐเก✎ ร่าง
Āsandiyo pīṭhake ca,
tha-ap8:24.2 #
ปริโภเค จ ภาชเน✎ ร่าง
paribhoge ca bhājane;
tha-ap8:24.3 #
อารามิกญฺจ เภสชฺชํ✎ ร่าง
Ārāmikañca bhesajjaṁ,
tha-ap8:24.4 #
สพฺพเมตํ อทาสหํ ฯ✎ ร่าง
sabbametaṁ adāsahaṁ.
tha-ap8:25.1 #
อารกฺขํ ปฏฺฐเปตฺวาน✎ ร่าง
Ārakkhaṁ paṭṭhapetvāna,
tha-ap8:25.2 #
ปาการํ การยึ ทฬฺหํ✎ ร่าง
pākāraṁ kārayiṁ daḷhaṁ;
tha-ap8:25.3 #
มา นํ โกจิ วิเหเฐสิ✎ ร่าง
Mā naṁ koci viheṭhesi,
tha-ap8:25.4 #
สนฺตจิตฺตาน ตาทินํ ฯ |๘.๔๖๓| อาวาเส✎ ร่าง
santacittāna tādinaṁ.
tha-ap8:26.1 #
สตสหสฺเส✎ ร่าง
Satasahassenāvāsaṁ,
tha-ap8:26.2 #
สงฺฆาราเม ๒- อมาปยึ✎ ร่าง
saṅghārāme amāpayiṁ;
tha-ap8:26.3 #
เวปุลฺลตํ มาปยิตฺวา✎ ร่าง
Vepullaṁ taṁ māpayitvā,
tha-ap8:26.4 #
สมฺพุทฺธํ อุปนามยึ ฯ✎ ร่าง
sambuddhaṁ upanāmayiṁ.
tha-ap8:27.1 #
นิฏฺฐาปิโต มยาราโม✎ ร่าง
Niṭṭhāpito mayārāmo,
tha-ap8:27.2 #
สมฺปฏิจฺฉ ตุวํ มุนิ✎ ร่าง
sampaṭiccha tuvaṁ muni;
tha-ap8:27.3 #
นิยฺยาเทสฺสามิ ตํ ๓- ธีร✎ ร่าง
Niyyādessāmi taṁ vīra,
tha-ap8:27.4 #
อธิวาเสหิ จกฺขุม ฯ✎ ร่าง
adhivāsehi cakkhuma.
tha-ap8:28.1 #
ปทุมุตฺตโร โลกวิทู✎ ร่าง
Padumuttaro lokavidū,
tha-ap8:28.2 #
อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห✎ ร่าง
āhutīnaṁ paṭiggaho;
tha-ap8:28.3 #
มม สงฺกปฺปมญฺญาย✎ ร่าง
Mama saṅkappamaññāya,
tha-ap8:28.4 #
อธิวาเสหิ นายโก ฯ✎ ร่าง
adhivāsesi nāyako.
tha-ap8:29.1 #
อธิวาสนมญฺญาย✎ ร่าง
Adhivāsanamaññāya,
tha-ap8:29.2 #
สพฺพญฺญุสฺส มเหสิโน✎ ร่าง
sabbaññussa mahesino;
tha-ap8:29.3 #
โภชนํ ปฏิยาเทตฺวา✎ ร่าง
Bhojanaṁ paṭiyādetvā,
tha-ap8:29.4 #
กาลมาโรจยึ อหํ ฯ✎ ร่าง
kālamārocayiṁ ahaṁ.
tha-ap8:30.1 #
อาโรจิตมฺหิ กาลมฺหิ✎ ร่าง
Ārocitamhi kālamhi,
tha-ap8:30.2 #
ปทุมุตฺตรนายโก✎ ร่าง
padumuttaranāyako;
tha-ap8:30.3 #
ขีณาสวสหสฺเสหิ✎ ร่าง
Khīṇāsavasahassehi,
tha-ap8:30.4 #
อารามํ เม อุปาคมิ ฯ✎ ร่าง
ārāmaṁ me upāgami.
tha-ap8:31.1 #
นิสินฺนกาลมญฺญาย✎ ร่าง
Nisinnaṁ kālamaññāya,
tha-ap8:31.2 #
อนฺนปาเนน ตปฺปยึ✎ ร่าง
annapānena tappayiṁ;
tha-ap8:31.3 #
ภุตฺตาวีกาลมญฺญาย✎ ร่าง
Bhuttāviṁ kālamaññāya,
tha-ap8:31.4 #
อิทํ วจนมพฺรวึ ฯ✎ ร่าง
idaṁ vacanamabraviṁ.
tha-ap8:32.1 #
กีโต สตสหสฺเสน✎ ร่าง
Kīto satasahassena,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.70
tha-ap8:32.2 #
ตตฺตเกเนว การิโต✎ ร่าง
tattakeneva kārito;
tha-ap8:32.3 #
โสภโน นาม อาราโม✎ ร่าง
Sobhano nāma ārāmo,
tha-ap8:32.4 #
สมฺปฏิจฺฉ ตุวํ มุนิ ฯ✎ ร่าง
sampaṭiccha tuvaṁ muni.
tha-ap8:33.1 #
อิมินา ภูมิทาเนน✎ ร่าง
Iminārāmadānena,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.57
tha-ap8:33.2 #
เจตนาปณิธีหิ จ✎ ร่าง
cetanāpaṇidhīhi ca;
tha-ap8:33.3 #
ภเว นิพฺพตฺตมาโนหํ✎ ร่าง
Bhave nibbattamānohaṁ,
tha-ap8:33.4 #
ลภามิ มม ปตฺถิตํ ฯ✎ ร่าง
labhāmi mama patthitaṁ.
tha-ap8:34.1 #
ปฏิคฺคเหตฺวา สมฺพุทฺโธ✎ ร่าง
Paṭiggahetvā sambuddho,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.37
tha-ap8:34.2 #
สงฺฆารามํ สุมาปิตํ✎ ร่าง
saṅghārāmaṁ sumāpitaṁ;
tha-ap8:34.3 #
ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา✎ ร่าง
Bhikkhusaṅghe nisīditvā,
tha-ap8:34.4 #
อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ✎ ร่าง
idaṁ vacanamabravi.
tha-ap8:35.1 #
โย โส พุทฺธสฺส ปาทาสิ✎ ร่าง
Yo so buddhassa pādāsi,
tha-ap8:35.2 #
สงฺฆารามํ สุมาปิตํ✎ ร่าง
saṅghārāmaṁ sumāpitaṁ;
tha-ap8:35.3 #
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ✎ ร่าง
Tamahaṁ kittayissāmi,
tha-ap8:35.4 #
สุณาถ มม ภาสโต ฯ✎ ร่าง
suṇātha mama bhāsato.
tha-ap8:36.1 #
หตฺถี อสฺสา รถา ปตฺตี✎ ร่าง
Hatthī assā rathā pattī,
อ้างอิงPTS 1.40
tha-ap8:36.2 #
เสนา จ จตุรงฺคินี✎ ร่าง
senā ca caturaṅginī;
tha-ap8:36.3 #
ปริวาเรนฺติมํ นิจฺจํ✎ ร่าง
Parivāressantimaṁ niccaṁ,
tha-ap8:36.4 #
สงฺฆารามสฺสิทํ ผลํ ฯ✎ ร่าง
saṅghārāmassidaṁ phalaṁ.
tha-ap8:37.1 #
สฏฺฐี ตุริยสหสฺสานิ✎ ร่าง
Saṭṭhi tūrasahassāni,
tha-ap8:37.2 #
เภริโย สมลงฺกตา✎ ร่าง
bheriyo samalaṅkatā;
tha-ap8:37.3 #
ปริวาเรนฺติมํ นิจฺจํ✎ ร่าง
Parivāressantimaṁ niccaṁ,
tha-ap8:37.4 #
สงฺฆารามสฺสิทํ ผลํ ฯ✎ ร่าง
saṅghārāmassidaṁ phalaṁ.
tha-ap8:38.1 #
ฉฬาสีติสหสฺสานิ✎ ร่าง
Chaḷasītisahassāni,
tha-ap8:38.2 #
นาริโย สมลงฺกตา✎ ร่าง
nāriyo samalaṅkatā;
tha-ap8:38.3 #
วิจิตฺตวตฺถาภรณา✎ ร่าง
Vicittavatthābharaṇā,
tha-ap8:38.4 #
อามุตฺตมณิกุณฺฑลา ฯ✎ ร่าง
āmuttamaṇikuṇḍalā.
tha-ap8:39.1 #
อาฬารมุขา ๑- หสุลา✎ ร่าง
Aḷārapamhā hasulā,
tha-ap8:39.2 #
สุสญฺญา ตนุมชฺฌิมา✎ ร่าง
susaññā tanumajjhimā;
tha-ap8:39.3 #
ปริวาเรสฺสนฺติมํ นิจฺจํ✎ ร่าง
Parivāressantimaṁ niccaṁ,
tha-ap8:39.4 #
สงฺฆารามสฺสิทํ ผลํ ฯ✎ ร่าง
saṅghārāmassidaṁ phalaṁ.
tha-ap8:40.1 #
ตึสกปฺปสหสฺสานิ✎ ร่าง
Tiṁsakappasahassāni,
tha-ap8:40.2 #
เทวโลเก รมิสฺสติ✎ ร่าง
devaloke ramissati;
tha-ap8:40.3 #
สหสฺสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท✎ ร่าง
Sahassakkhattuṁ devindo,
tha-ap8:40.4 #
เทวรชฺชํ กริสฺสติ ฯ✎ ร่าง
devarajjaṁ karissati.
tha-ap8:41.1 #
เทวราเชน ปตฺตพฺพํ✎ ร่าง
Devarājena pattabbaṁ,
tha-ap8:41.2 #
สพฺพํ ปฏิลภิสฺสติ✎ ร่าง
sabbaṁ paṭilabhissati;
tha-ap8:41.3 #
อนูนโภโค หุตฺวาน✎ ร่าง
Anūnabhogo hutvāna,
tha-ap8:41.4 #
เทวรชฺชํ กริสฺสติ ฯ✎ ร่าง
devarajjaṁ karissati.
tha-ap8:42.1 #
สหสฺสกฺขตฺตุํ จกฺกวตฺติ✎ ร่าง
Sahassakkhattuṁ cakkavattī,
tha-ap8:42.2 #
ราชา รฏฺเฐ ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
rājā raṭṭhe bhavissati;
tha-ap8:42.3 #
ปฐพฺยา รชฺชํ วิปุลํ✎ ร่าง
Pathabyā rajjaṁ vipulaṁ,
tha-ap8:42.4 #
คณนาโต อสงฺขยํ ๒- ฯ✎ ร่าง
gaṇanāto asaṅkhiyaṁ.
tha-ap8:43.1 #
กปฺปสตสหสฺสมฺหิ✎ ร่าง
Kappasatasahassamhi,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.58
tha-ap8:43.2 #
โอกฺกากกุลสมฺภโว✎ ร่าง
okkākakulasambhavo;
tha-ap8:43.3 #
โคตโม นาม โคตฺเตน✎ ร่าง
Gotamo nāma gottena,
tha-ap8:43.4 #
สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
satthā loke bhavissati.
tha-ap8:44.1 #
ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท✎ ร่าง
Tassa dhammesu dāyādo,
tha-ap8:44.2 #
โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต✎ ร่าง
oraso dhammanimmito;
tha-ap8:44.3 #
อุปาลิ นาม นาเมน✎ ร่าง
Upāli nāma nāmena,
tha-ap8:44.4 #
เหสฺสติ สตฺถุ สาวโก ฯ✎ ร่าง
hessati satthu sāvako.
tha-ap8:45.1 #
วินเย ปารมึ ปตฺวา✎ ร่าง
Vinaye pāramiṁ patvā,
tha-ap8:45.2 #
ฐานาฐาเน จ โกวิโท✎ ร่าง
ṭhānāṭhāne ca kovido;
tha-ap8:45.3 #
ชินสาสนํ ธารยนฺโต✎ ร่าง
Jinasāsanaṁ dhārento,
tha-ap8:45.4 #
วิหริสฺสตินาสโว ฯ✎ ร่าง
viharissatināsavo.
tha-ap8:46.1 #
สพฺพเมตํ อภิญฺญาย✎ ร่าง
Sabbametaṁ abhiññāya,
tha-ap8:46.2 #
โคตโม สกฺยปุงฺคโว✎ ร่าง
gotamo sakyapuṅgavo;
tha-ap8:46.3 #
ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา✎ ร่าง
Bhikkhusaṅghe nisīditvā,
tha-ap8:46.4 #
เอตทคฺเค ฐเปสฺสติ ฯ✎ ร่าง
etadagge ṭhapessati.
tha-ap8:47.1 #
อปริเมยฺยํ อุปาทาย✎ ร่าง
Aparimeyyupādāya,
tha-ap8:47.2 #
ปตฺเถมิ ตว สาสนํ✎ ร่าง
patthemi tava sāsanaṁ;
tha-ap8:47.3 #
โส เม อตฺโถ อนุปฺปตฺโต✎ ร่าง
So me attho anuppatto,
tha-ap8:47.4 #
สพฺพสํโยชนกฺขโย ฯ✎ ร่าง
sabbasaṁyojanakkhayo.
tha-ap8:48.1 #
ยถา สูลาวุโต โปโส✎ ร่าง
Yathā sūlāvuto poso,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.38 · พุทธชยันตี 36.72
tha-ap8:48.2 #
ราชทณฺเฑน ตชฺชิโต✎ ร่าง
rājadaṇḍena tajjito;
tha-ap8:48.3 #
สูเล สาตํ อวินฺทนฺโต✎ ร่าง
Sūle sātaṁ avindanto,
tha-ap8:48.4 #
ปริมุตฺตึว อิจฺฉติ ฯ✎ ร่าง
parimuttiṁva icchati.
tha-ap8:49.1 #
ตเถวาหํ มหาวีร✎ ร่าง
Tathevāhaṁ mahāvīra,
tha-ap8:49.2 #
ภวทณฺเฑน ตชฺชิโต✎ ร่าง
bhavadaṇḍena tajjito;
tha-ap8:49.3 #
กมฺมสูลาวุโต สนฺโต✎ ร่าง
Kammasūlāvuto santo,
tha-ap8:49.4 #
ปิปาสาเวทนาฏฺฐิโต ฯ✎ ร่าง
pipāsāvedanaṭṭito.
tha-ap8:50.1 #
ภเว สาตํ น วินฺทามิ✎ ร่าง
Bhave sātaṁ na vindāmi,
tha-ap8:50.2 #
ฑยฺหนฺโต ตีหิ อคฺคิหิ✎ ร่าง
ḍayhanto tīhi aggibhi;
tha-ap8:50.3 #
ปริมุตฺตึ คเวสามิ✎ ร่าง
Parimuttiṁ gavesāmi,
tha-ap8:50.4 #
ยถา จ ราชทณฺฑโต ฯ✎ ร่าง
yathāpi rājadaṇḍito.
tha-ap8:51.1 #
ยถา วิสารโท ปุริโส✎ ร่าง
Yathā visādo puriso,
อ้างอิงPTS 1.41
tha-ap8:51.2 #
วิเสน ปริปีฬิโต✎ ร่าง
visena paripīḷito;
tha-ap8:51.3 #
อคทํ โส คเวเสยฺย✎ ร่าง
Agadaṁ so gaveseyya,
tha-ap8:51.4 #
วิสฆาตายุปายนํ ๑- ฯ✎ ร่าง
visaghātāyupāyanaṁ.
tha-ap8:52.1 #
คเวสมาโน ปสฺเสยฺย✎ ร่าง
Gavesamāno passeyya,
tha-ap8:52.2 #
อคทํ วิสฆาตกํ✎ ร่าง
agadaṁ visaghātakaṁ;
tha-ap8:52.3 #
ตํ ปิวิตฺวา สุขี อสฺส✎ ร่าง
Taṁ pivitvā sukhī assa,
tha-ap8:52.4 #
วิสมฺหา ปริมุตฺติยา ฯ✎ ร่าง
visamhā parimuttiyā.
tha-ap8:53.1 #
ตเถวาหํ มหาวีร✎ ร่าง
Tathevāhaṁ mahāvīra,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.59
tha-ap8:53.2 #
ยถา วิสคโต ๑- นโร✎ ร่าง
yathā visahato naro;
tha-ap8:53.3 #
สมฺปีฬิโต อวิชฺชาย✎ ร่าง
Sampīḷito avijjāya,
tha-ap8:53.4 #
สทฺธมฺมาคทเมสหํ ฯ✎ ร่าง
saddhammāgadamesahaṁ.
tha-ap8:54.1 #
ธมฺมาคทํ คเวสนฺโต✎ ร่าง
Dhammāgadaṁ gavesanto,
tha-ap8:54.2 #
อทฺทกฺขึ สกฺยสาสนํ✎ ร่าง
addakkhiṁ sakyasāsanaṁ;
tha-ap8:54.3 #
อคฺคสจฺโจสถานนฺตํ✎ ร่าง
Aggaṁ sabbosadhānaṁ taṁ,
tha-ap8:54.4 #
สพฺพสลฺลวิโนทนํ ฯ✎ ร่าง
sabbasallavinodanaṁ.
tha-ap8:55.1 #
ธมฺโมสถํ ปิวิตฺวาน✎ ร่าง
Dhammosadhaṁ pivitvāna,
tha-ap8:55.2 #
วิสํ สพฺพํ สมูหนึ✎ ร่าง
visaṁ sabbaṁ samūhaniṁ;
tha-ap8:55.3 #
อชรามรํ สีติภาวํ✎ ร่าง
Ajarāmaraṁ sītibhāvaṁ,
tha-ap8:55.4 #
นิพฺพานํ ปสฺสยึ ๓- อหํ ฯ✎ ร่าง
nibbānaṁ phassayiṁ ahaṁ.
tha-ap8:56.1 #
ยถา ภูตตชฺชิโต โปโส✎ ร่าง
Yathā bhūtaṭṭito poso,
tha-ap8:56.2 #
ภูตคฺคาเหน ปีฬิโต✎ ร่าง
bhūtaggāhena pīḷito;
tha-ap8:56.3 #
ภูตเวชฺชํ คเวเสยฺย✎ ร่าง
Bhūtavejjaṁ gaveseyya,
tha-ap8:56.4 #
ภูตสฺมา ปริมุตฺติยา ฯ✎ ร่าง
bhūtasmā parimuttiyā.
tha-ap8:57.1 #
คเวสมาโน ปสฺเสยฺย✎ ร่าง
Gavesamāno passeyya,
tha-ap8:57.2 #
ภูตวิชฺชาสุ โกวิทํ✎ ร่าง
bhūtavijjāsu kovidaṁ;
tha-ap8:57.3 #
ตสฺส โส วิหญฺเญ ภูตํ✎ ร่าง
Tassa so vihane bhūtaṁ,
tha-ap8:57.4 #
สมูลญฺจ วินาสเย ฯ✎ ร่าง
samūlañca vināsaye.
tha-ap8:58.1 #
ตเถวาหํ มหาวีร✎ ร่าง
Tathevāhaṁ mahāvīra,
tha-ap8:58.2 #
ตมคฺคาเหน ปีฬิโต✎ ร่าง
tamaggāhena pīḷito;
tha-ap8:58.3 #
ญาณาโลกํ คเวสามิ✎ ร่าง
Ñāṇālokaṁ gavesāmi,
tha-ap8:58.4 #
ตมโต ปริมุตฺติยา ฯ✎ ร่าง
tamato parimuttiyā.
tha-ap8:59.1 #
อถทฺทสํ สกฺยมุนึ✎ ร่าง
Athaddasaṁ sakyamuniṁ,
tha-ap8:59.2 #
กิเลสตมโสธนํ✎ ร่าง
kilesatamasodhanaṁ;
tha-ap8:59.3 #
โส เม ตมํ วิโนเทสิ✎ ร่าง
So me tamaṁ vinodesi,
tha-ap8:59.4 #
ภูตเวชฺโชว ภูติกํ ๔- ฯ✎ ร่าง
bhūtavejjova bhūtakaṁ.
tha-ap8:60.1 #
สํสารโสตํ สญฺฉินฺทึ✎ ร่าง
Saṁsārasotaṁ sañchindiṁ,
tha-ap8:60.2 #
ตณฺหาโสตํ นิวารยึ✎ ร่าง
taṇhāsotaṁ nivārayiṁ;
tha-ap8:60.3 #
ภวํ อุคฺฆาตยึ สพฺพํ✎ ร่าง
Bhavaṁ ugghāṭayiṁ sabbaṁ,
tha-ap8:60.4 #
ภูตเวชฺโชว มูลโต ฯ✎ ร่าง
bhūtavejjova mūlato.
tha-ap8:61.1 #
ครุโฬ ยถา โอปตติ✎ ร่าง
Garuḷo yathā opatati,
tha-ap8:61.2 #
ปนฺนคํ ภกฺขมตฺตโน✎ ร่าง
pannagaṁ bhakkhamattano;
tha-ap8:61.3 #
สมนฺตา โยชนสตํ✎ ร่าง
Samantā yojanasataṁ,
tha-ap8:61.4 #
วิกฺโขเภติ มหาสรํ ฯ✎ ร่าง
vikkhobheti mahāsaraṁ.
tha-ap8:62.1 #
ปนฺนคํ โส คเหตฺวาน✎ ร่าง
Pannagaṁ so gahetvāna,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.39
tha-ap8:62.2 #
อโธสีสํ วิเหฐยํ✎ ร่าง
adhosīsaṁ viheṭhayaṁ;
tha-ap8:62.3 #
อาทาย โส ปกฺกมติ✎ ร่าง
Ādāya so pakkamati,
tha-ap8:62.4 #
เยน กามํ วิหงฺคโม ฯ✎ ร่าง
yenakāmaṁ vihaṅgamo.
tha-ap8:63.1 #
ตเถวาหํ มหาวีร✎ ร่าง
Tathevāhaṁ mahāvīra,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.60
tha-ap8:63.2 #
ยถาปิ ครุโฬ พลี✎ ร่าง
yathāpi garuḷo balī;
tha-ap8:63.3 #
อสงฺขตํ คเวสนฺโต✎ ร่าง
Asaṅkhataṁ gavesanto,
tha-ap8:63.4 #
โทเส วิกฺขาลยึ อหํ ฯ✎ ร่าง
dose vikkhālayiṁ ahaṁ.
tha-ap8:64.1 #
ทิฏฺโฐ อหํ ธมฺมวรํ✎ ร่าง
Diṭṭho ahaṁ dhammavaraṁ,
tha-ap8:64.2 #
สนฺติปทํ อนุตฺตรํ✎ ร่าง
santipadamanuttaraṁ;
tha-ap8:64.3 #
อาทาย วิหราเมตํ✎ ร่าง
Ādāya viharāmetaṁ,
tha-ap8:64.4 #
ครุโฬ ปนฺนคํ ยถา ฯ✎ ร่าง
garuḷo pannagaṁ yathā.
tha-ap8:65.1 #
อาสาวตี นาม ลตา✎ ร่าง
Āsāvatī nāma latā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.74
tha-ap8:65.2 #
ชาตา จิตฺตลตาวเน✎ ร่าง
jātā cittalatāvane;
tha-ap8:65.3 #
ตสฺสา วสฺสสหสฺเสน✎ ร่าง
Tassā vassasahassena,
tha-ap8:65.4 #
เอกํ นิพฺพตฺตเต ผลํ ฯ✎ ร่าง
ekaṁ nibbattate phalaṁ.
tha-ap8:66.1 #
ตํ เทวา ปยิรุปาสนฺติ✎ ร่าง
Taṁ devā payirupāsanti,
อ้างอิงPTS 1.42
tha-ap8:66.2 #
ตาว ทูรผลํ ๑- สกึ✎ ร่าง
tāvadūraphale sati;
tha-ap8:66.3 #
เทวานํ สา ปิยา เอวํ✎ ร่าง
Devānaṁ sā piyā evaṁ,
tha-ap8:66.4 #
อาสาวตี ผลุตฺตมา ๒- ฯ✎ ร่าง
āsāvatī latuttamā.
tha-ap8:67.1 #
สตสหสฺสํ อุปาทาย✎ ร่าง
Satasahassupādāya,
tha-ap8:67.2 #
ตาหํ ปริจเร มุนึ✎ ร่าง
tāhaṁ paricare muni;
tha-ap8:67.3 #
สายํ ปาตํ นมสฺสามิ✎ ร่าง
Sāyaṁ pātaṁ namassāmi,
tha-ap8:67.4 #
เทวา อาสาวตึ ยถา ฯ✎ ร่าง
devā āsāvatiṁ yathā.
tha-ap8:68.1 #
อวญฺฌา ปาริจริยา✎ ร่าง
Avañjhā pāricariyā,
tha-ap8:68.2 #
อโมฆา จ นมสฺสนา✎ ร่าง
amoghā ca namassanā;
tha-ap8:68.3 #
ทูราคตํปิ มํ สนฺตํ✎ ร่าง
Dūrāgatampi maṁ santaṁ,
tha-ap8:68.4 #
ขโณ มํ ๔- น วิราธยิ ฯ✎ ร่าง
khaṇoyaṁ na virādhayi.
tha-ap8:69.1 #
ปฏิสนฺธึ น ปสฺสามิ✎ ร่าง
Paṭisandhiṁ na passāmi,
tha-ap8:69.2 #
วิจินนฺโต ภเว อหํ✎ ร่าง
vicinanto bhave ahaṁ;
tha-ap8:69.3 #
นิรูปธิ วิปฺปมุตฺโต✎ ร่าง
Nirūpadhi vippamutto,
tha-ap8:69.4 #
อุปสนฺโต จรามหํ ฯ✎ ร่าง
upasanto carāmahaṁ.
tha-ap8:70.1 #
ยถาปิ ปทุมํ นาม✎ ร่าง
Yathāpi padumaṁ nāma,
tha-ap8:70.2 #
สุริยรํเสน ปุปฺผติ✎ ร่าง
sūriyaraṁsena pupphati;
tha-ap8:70.3 #
ตเถวาหํ มหาวีร✎ ร่าง
Tathevāhaṁ mahāvīra,
tha-ap8:70.4 #
พุทฺธรํเสน ปุปฺผิโต ฯ✎ ร่าง
buddharaṁsena pupphito.
tha-ap8:71.1 #
ยถา พลากโยนิมฺหิ✎ ร่าง
Yathā balākayonimhi,
tha-ap8:71.2 #
น วิชฺชติ ปุมา ๔- สทา✎ ร่าง
na vijjati pumo sadā;
tha-ap8:71.3 #
เมเฆสุ คชฺชมาเนสุ✎ ร่าง
Meghesu gajjamānesu,
tha-ap8:71.4 #
คพฺภํ คณฺหนฺติ ตา สทา ฯ✎ ร่าง
gabbhaṁ gaṇhanti tā sadā.
tha-ap8:72.1 #
จิรํปิ คพฺภํ ธาเรนฺติ✎ ร่าง
Cirampi gabbhaṁ dhārenti,
tha-ap8:72.2 #
ยาว เมโฆ น คชฺชติ✎ ร่าง
yāva megho na gajjati;
tha-ap8:72.3 #
ภารโต ปริมุจฺจนฺติ✎ ร่าง
Bhārato parimuccanti,
tha-ap8:72.4 #
ยทา เมโฆ ปวสฺสติ ฯ✎ ร่าง
yadā megho pavassati.
tha-ap8:73.1 #
ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส✎ ร่าง
Padumuttarabuddhassa,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.61
tha-ap8:73.2 #
ธมฺมเมเฆน คชฺชโต✎ ร่าง
dhammameghena gajjato;
tha-ap8:73.3 #
สทฺเทน ธมฺมเมฆสฺส✎ ร่าง
Saddena dhammameghassa,
tha-ap8:73.4 #
ธมฺมคพฺภํ อคณฺหหํ ฯ✎ ร่าง
dhammagabbhaṁ agaṇhahaṁ.
tha-ap8:74.1 #
สตสหสฺสํ อุปาทาย✎ ร่าง
Satasahassupādāya,
tha-ap8:74.2 #
ปุญฺญคพฺภํ ธเรมหํ✎ ร่าง
puññagabbhaṁ dharemahaṁ;
tha-ap8:74.3 #
นปฺปมุญฺจามิ ภารโต✎ ร่าง
Nappamuccāmi bhārato,
tha-ap8:74.4 #
ธมฺมเมโฆ น คชฺชติ ฯ✎ ร่าง
dhammamegho na gajjati.
tha-ap8:75.1 #
ยทา ตุวํ สกฺยมุนิ✎ ร่าง
Yadā tuvaṁ sakyamuni,
tha-ap8:75.2 #
รมฺเม กาปิลวตฺถเว✎ ร่าง
ramme kapilavatthave;
tha-ap8:75.3 #
คชฺชสิ ธมฺมเมเฆน✎ ร่าง
Gajjasi dhammameghena,
tha-ap8:75.4 #
ภารโต ปริมุจฺจหํ ฯ✎ ร่าง
bhārato parimuccahaṁ.
tha-ap8:76.1 #
สุญฺญตํ อนิมิตฺตญฺจ อ✎ ร่าง
Suññataṁ animittañca,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.40
tha-ap8:76.2 #
ถาปณิหิตํปิ ๒- จ✎ ร่าง
Tathāppaṇihitampi ca;
tha-ap8:76.3 #
จตุโร จ ผเล สพฺเพ✎ ร่าง
Caturo ca phale sabbe,
tha-ap8:76.4 #
ธมฺมํ ๓- วิชฏิ ตํปิหํ ฯ✎ ร่าง
Dhammevaṁ vijanayiṁ ahaṁ.
tha-ap8:77.1 #
ทุติยภาณวารํ ฯ✎ ร่าง
Dutiyabhāṇavāraṁ.
tha-ap8:78.1 #
อปริเมยฺยํ อุปาทาย✎ ร่าง
Aparimeyyupādāya,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.76
tha-ap8:78.2 #
ปตฺเถมิ ตว สาสนํ✎ ร่าง
patthemi tava sāsanaṁ;
tha-ap8:78.3 #
โส เม อตฺโถ อนุปฺปตฺโต✎ ร่าง
So me attho anuppatto,
tha-ap8:78.4 #
สนฺติปทํ อนุตฺตรํ ฯ✎ ร่าง
santipadamanuttaraṁ.
tha-ap8:79.1 #
วินเย ปารมึ ปตฺโต✎ ร่าง
Vinaye pāramiṁ patto,
อ้างอิงPTS 1.43
tha-ap8:79.2 #
ยถาปิ ปาฐิโก อิสี✎ ร่าง
yathāpi pāṭhiko isi;
tha-ap8:79.3 #
น เม สมสโม อตฺถิ✎ ร่าง
Na me samasamo atthi,
tha-ap8:79.4 #
ธาเรมิ สาสนํ อหํ ฯ✎ ร่าง
dhāremi sāsanaṁ ahaṁ.
tha-ap8:80.1 #
วินเย ขนฺธเก จาปิ✎ ร่าง
Vinaye khandhake cāpi,
tha-ap8:80.2 #
ติกจฺเฉเทว ปญฺจเก✎ ร่าง
tikacchede ca pañcame;
tha-ap8:80.3 #
เอตฺถ เม วิมติ นตฺถิ✎ ร่าง
Ettha me vimati natthi,
tha-ap8:80.4 #
อกฺขเร พฺยญฺชเนปิ วา ฯ✎ ร่าง
akkhare byañjanepi vā.
tha-ap8:81.1 #
นิคฺคเห ปฏิกมฺเม จ✎ ร่าง
Niggahe paṭikamme ca,
tha-ap8:81.2 #
ฐานาฐาเน จ โกวิโท✎ ร่าง
ṭhānāṭhāne ca kovido;
tha-ap8:81.3 #
โอสารเณ วุฏฺฐาปเน✎ ร่าง
Osāraṇe vuṭṭhāpane,
tha-ap8:81.4 #
สพฺพตฺถ ปารมึ คโต ฯ✎ ร่าง
sabbattha pāramiṁ gato.
tha-ap8:82.1 #
วินเย ขนฺธเก จาปิ✎ ร่าง
Vinaye khandhake vāpi,
tha-ap8:82.2 #
นิกฺขิปิตฺวา ปทํ อหํ✎ ร่าง
nikkhipitvā padaṁ ahaṁ;
tha-ap8:82.3 #
อุภโต ๕- วิภงฺเค เจว✎ ร่าง
Ubhato viniveṭhetvā,
tha-ap8:82.4 #
รสโต โอสเรยฺยหํ ฯ✎ ร่าง
rasato osareyyahaṁ.
tha-ap8:83.1 #
นิรุตฺติยา จ กุสโล✎ ร่าง
Niruttiyā sukusalo,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.62
tha-ap8:83.2 #
อตฺถานตฺเถ จ โกวิโท✎ ร่าง
atthānatthe ca kovido;
tha-ap8:83.3 #
อนญฺญาตํ มยา นตฺถิ✎ ร่าง
Anaññātaṁ mayā natthi,
tha-ap8:83.4 #
เอกคฺโค สตฺถุ สาสเน ฯ✎ ร่าง
ekaggo satthu sāsane.
tha-ap8:84.1 #
รูปทกฺโข อหํ อชฺช✎ ร่าง
Rūpadakkho ahaṁ ajja,
tha-ap8:84.2 #
สกฺยปุตฺตสฺส สาสเน✎ ร่าง
sakyaputtassa sāsane;
tha-ap8:84.3 #
กงฺขํ สพฺพํ วิโนเทมิ✎ ร่าง
Kaṅkhaṁ sabbaṁ vinodemi,
tha-ap8:84.4 #
ฉินฺทามิ สพฺพสํสยํ ฯ✎ ร่าง
chindāmi sabbasaṁsayaṁ.
tha-ap8:85.1 #
ปทํ อนุปทญฺจาปิ✎ ร่าง
Padaṁ anupadañcāpi,
tha-ap8:85.2 #
อกฺขรญฺจาปิ พฺยญฺชนํ✎ ร่าง
akkharañcāpi byañjanaṁ;
tha-ap8:85.3 #
นิทาเน ปริโยสาเน✎ ร่าง
Nidāne pariyosāne,
tha-ap8:85.4 #
สพฺพตฺถ โกวิโท อหํ ฯ✎ ร่าง
sabbattha kovido ahaṁ.
tha-ap8:86.1 #
ยถาปิ ราชา พลวา✎ ร่าง
Yathāpi rājā balavā,
tha-ap8:86.2 #
นิหนิตฺวา ๒- ปรนฺตเป✎ ร่าง
niggaṇhitvā parantape;
tha-ap8:86.3 #
วิชินิตฺวาน สงฺคามํ✎ ร่าง
Vijinitvāna saṅgāmaṁ,
tha-ap8:86.4 #
นครํ ตตฺถ มาปเย ฯ✎ ร่าง
nagaraṁ tattha māpaye.
tha-ap8:87.1 #
ปาการํ ปริกฺขญฺจาปิ✎ ร่าง
Pākāraṁ parikhañcāpi,
tha-ap8:87.2 #
เอสิกํ ทฺวารโกฏฺฐกํ✎ ร่าง
esikaṁ dvārakoṭṭhakaṁ;
tha-ap8:87.3 #
อฏฺฏาลเก จ วิวิเธ✎ ร่าง
Aṭṭālake ca vividhe,
tha-ap8:87.4 #
การเย นคเร พหู ฯ✎ ร่าง
kāraye nagare bahū.
tha-ap8:88.1 #
สึฆาฏกํ ปจฺจุรญฺจ✎ ร่าง
Siṅghāṭakaṁ caccarañca,
tha-ap8:88.2 #
สุวิภตฺตนฺตราปณํ✎ ร่าง
suvibhattantarāpaṇaṁ;
tha-ap8:88.3 #
การาเปยฺย ๔- สภํ ตตฺถ✎ ร่าง
Kārayeyya sabhaṁ tattha,
tha-ap8:88.4 #
อตฺถานตฺถวินิจฺฉยํ ฯ✎ ร่าง
atthānatthavinicchayaṁ.
tha-ap8:89.1 #
นิคฺฆาฏตฺถํ อมิตฺตานํ✎ ร่าง
Nigghātatthaṁ amittānaṁ,
tha-ap8:89.2 #
ฉิทฺทาฉิทฺทญฺจ ชานิตุํ✎ ร่าง
chiddāchiddañca jānituṁ;
tha-ap8:89.3 #
พลกายสฺส รกฺขาย✎ ร่าง
Balakāyassa rakkhāya,
tha-ap8:89.4 #
เสนามจฺจํ ๕- ฐเปติ โส ฯ✎ ร่าง
senāpaccaṁ ṭhapeti so.
tha-ap8:90.1 #
อารกฺขตฺถาย ภณฺฑสฺส✎ ร่าง
Ārakkhatthāya bhaṇḍassa,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.41
tha-ap8:90.2 #
นิธานกุสลํ นรํ✎ ร่าง
nidhānakusalaṁ naraṁ;
tha-ap8:90.3 #
มา เม ภณฺฑํ วินสฺสีติ✎ ร่าง
Mā me bhaṇḍaṁ vinassīti,
tha-ap8:90.4 #
ภณฺฑรกฺขํ ฐเปติ โส ฯ |๘.๕๒๗| ส✎ ร่าง
bhaṇḍarakkhaṁ ṭhapeti so.
tha-ap8:91.1 #
มคฺโค ๖- โหติ โส ๗- รญฺโญ✎ ร่าง
Mamatto hoti yo rañño,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.78
tha-ap8:91.2 #
วุฑฺฒึ ยสฺส จ อิจฺฉติ✎ ร่าง
vuddhiṁ yassa ca icchati;
tha-ap8:91.3 #
ตสฺสาธิกรณํ เทติ✎ ร่าง
Tassādhikaraṇaṁ deti,
tha-ap8:91.4 #
มิตฺตสฺส ปฏิปชฺชิตุํ ฯ✎ ร่าง
mittassa paṭipajjituṁ.
tha-ap8:92.1 #
อุปฺปาเทสุ ๘- นิมิตฺเตสุ✎ ร่าง
Uppātesu nimittesu,
tha-ap8:92.2 #
ลกฺขเณสุ จ โกวิทํ✎ ร่าง
lakkhaṇesu ca kovidaṁ;
tha-ap8:92.3 #
อชฺฌายกํ มนฺตธรํ✎ ร่าง
Ajjhāyakaṁ mantadharaṁ,
tha-ap8:92.4 #
โปโรหิจฺเจ ฐเปติ โส ฯ✎ ร่าง
porohicce ṭhapeti so.
tha-ap8:93.1 #
เอเตหงฺเคหิ สมฺปนฺโน✎ ร่าง
Etehaṅgehi sampanno,
อ้างอิงPTS 1.44 · สยามรัฐ 32.63
tha-ap8:93.2 #
ขตฺติโยติ ปวุจฺจติ✎ ร่าง
khattiyoti pavuccati;
tha-ap8:93.3 #
สทา รกฺขนฺติ ราชานํ✎ ร่าง
Sadā rakkhanti rājānaṁ,
tha-ap8:93.4 #
จกฺกวาโกว ทุกฺขินํ ๑- ฯ✎ ร่าง
cakkavākova dukkhitaṁ.
tha-ap8:94.1 #
ตเถว ตฺวํ มหาวีร✎ ร่าง
Tatheva tvaṁ mahāvīra,
tha-ap8:94.2 #
หตามิตฺโตว ขตฺติโย✎ ร่าง
hatāmittova khattiyo;
tha-ap8:94.3 #
สเทวกสฺส โลกสฺส✎ ร่าง
Sadevakassa lokassa,
tha-ap8:94.4 #
ธมฺมราชาติ วุจฺจติ ฯ✎ ร่าง
dhammarājāti vuccati.
tha-ap8:95.1 #
ติตฺถิเย นีหริตฺวาน✎ ร่าง
Titthiye nihanitvāna,
tha-ap8:95.2 #
มารญฺจาปิ สเสนกํ✎ ร่าง
mārañcāpi sasenakaṁ;
tha-ap8:95.3 #
ตมนฺธการํ วิธํเสตฺวา✎ ร่าง
Tamandhakāraṁ vidhamitvā,
tha-ap8:95.4 #
ธมฺมนครํ อมาปยิ ฯ✎ ร่าง
dhammanagaraṁ amāpayi.
tha-ap8:96.1 #
สีลํ ปาการิกํ ตตฺถ✎ ร่าง
Sīlaṁ pākārakaṁ tattha,
tha-ap8:96.2 #
ญาณนฺเต ทฺวารโกฏฺฐกํ✎ ร่าง
ñāṇaṁ te dvārakoṭṭhakaṁ;
tha-ap8:96.3 #
สทฺธา เต เอสิกา ธีร✎ ร่าง
Saddhā te esikā vīra,
tha-ap8:96.4 #
ทฺวารปาโล จ สํวโร ฯ✎ ร่าง
dvārapālo ca saṁvaro.
tha-ap8:97.1 #
สติปฏฺฐานมฏฺฏาลํ✎ ร่าง
Satipaṭṭhānamaṭṭālaṁ,
tha-ap8:97.2 #
ปญฺญา เต จจฺจรํ มุเน✎ ร่าง
paññā te caccaraṁ mune;
tha-ap8:97.3 #
อิทฺธิปาทญฺจ สิงฺฆาฏํ✎ ร่าง
Iddhipādañca siṅghāṭaṁ,
tha-ap8:97.4 #
ธมฺมวีถิ ๔- สุมาปิตํ ๕- ฯ✎ ร่าง
dhammavīthi sumāpitā.
tha-ap8:98.1 #
สุตฺตนฺตํ อภิธมฺมญฺจ✎ ร่าง
Suttantaṁ abhidhammañca,
tha-ap8:98.2 #
วินยํ จาปิ เกวลํ✎ ร่าง
vinayañcāpi kevalaṁ;
tha-ap8:98.3 #
นวงฺคํ พุทฺธวจนํ✎ ร่าง
Navaṅgaṁ buddhavacanaṁ,
tha-ap8:98.4 #
เอสา ธมฺมสภา ตว ฯ✎ ร่าง
esā dhammasabhā tava.
tha-ap8:99.1 #
สุญฺญตํ อนิมิตฺตญฺจ✎ ร่าง
Suññataṁ animittañca,
tha-ap8:99.2 #
วิหารญฺจาปณีหิตํ✎ ร่าง
vihārañcappaṇīhitaṁ;
tha-ap8:99.3 #
อเนโช จ นิโรโธ จ✎ ร่าง
Āneñjañca nirodho ca,
tha-ap8:99.4 #
เอสา ธมฺมกุฏี ตว ฯ✎ ร่าง
esā dhammakuṭī tava.
tha-ap8:100.1 #
ปญฺญาย อคฺโค นิกฺขิตฺโต✎ ร่าง
Paññāya aggo nikkhitto,
tha-ap8:100.2 #
ปฏิภาเณ จ โกวิโท✎ ร่าง
paṭibhāne ca kovido;
tha-ap8:100.3 #
สารีปุตฺโตติ นาเมน✎ ร่าง
Sāriputtoti nāmena,
tha-ap8:100.4 #
ธมฺมเสนาปตี ตว ฯ✎ ร่าง
dhammasenāpatī tava.
tha-ap8:101.1 #
จุตูปปาตกุสโล✎ ร่าง
Cutūpapātakusalo,
tha-ap8:101.2 #
อิทฺธิยา ปารมึ คโต✎ ร่าง
iddhiyā pāramiṁ gato;
tha-ap8:101.3 #
โกลิโต นาม นาเมน✎ ร่าง
Kolito nāma nāmena,
tha-ap8:101.4 #
โปโรหิจฺโจ ตว ๖- มุเน ฯ✎ ร่าง
porohicco tavaṁ mune.
tha-ap8:102.1 #
โปราณกวํสธโร✎ ร่าง
Porāṇakavaṁsadharo,
tha-ap8:102.2 #
อุคฺคเตโช ทุราสโท✎ ร่าง
uggatejo durāsado;
tha-ap8:102.3 #
ธุตวาทิคุเณ อคฺโค✎ ร่าง
Dhutavādīguṇenaggo,
tha-ap8:102.4 #
อกฺขทสฺโส ตว มุเน ฯ✎ ร่าง
akkhadasso tavaṁ mune.
tha-ap8:103.1 #
พหุสฺสุโต ธมฺมธโร✎ ร่าง
Bahussuto dhammadharo,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.64 · พุทธชยันตี 36.80
tha-ap8:103.2 #
สพฺพปาฐี จ สาสเน✎ ร่าง
Sabbapāṭhī ca sāsane;
tha-ap8:103.3 #
อานนฺโท นาม นาเมน✎ ร่าง
Ānando nāma nāmena,
tha-ap8:103.4 #
ธมฺมรกฺโข ตว มุเน ฯ✎ ร่าง
Dhammārakkho tavaṁ mune.
tha-ap8:104.1 #
เอเต สพฺเพ อติกฺกมฺม✎ ร่าง
Ete sabbe atikkamma,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.42
tha-ap8:104.2 #
มเหสี ภควา มม✎ ร่าง
pamesi bhagavā mamaṁ;
tha-ap8:104.3 #
วินิจฺฉยํ เม ปาทาสิ✎ ร่าง
Vinicchayaṁ me pādāsi,
tha-ap8:104.4 #
วินเย วิญฺญุเทสิตํ ฯ✎ ร่าง
vinaye viññudesitaṁ.
tha-ap8:105.1 #
โย โกจิ วินเย ปญฺหํ✎ ร่าง
Yo koci vinaye pañhaṁ,
tha-ap8:105.2 #
ปุจฺฉติ พุทฺธสาวโก✎ ร่าง
pucchati buddhasāvako;
tha-ap8:105.3 #
ตตฺถ เม จินฺตนา นตฺถิ✎ ร่าง
Tattha me cintanā natthi,
tha-ap8:105.4 #
ตญฺเญวตฺถํ กเถมหํ ฯ✎ ร่าง
taññevatthaṁ kathemahaṁ.
tha-ap8:106.1 #
ยาวตา พุทฺธเขตฺตมฺหิ✎ ร่าง
Yāvatā buddhakhettamhi,
tha-ap8:106.2 #
ฐเปตฺวา จ ๑- มหามุนึ✎ ร่าง
ṭhapetvā taṁ mahāmuni;
tha-ap8:106.3 #
วินเย มาทิโส นตฺถิ✎ ร่าง
Vinaye mādiso natthi,
tha-ap8:106.4 #
กุโต ภิยฺโย ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
kuto bhiyyo bhavissati.
tha-ap8:107.1 #
ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา✎ ร่าง
Bhikkhusaṅghe nisīditvā,
อ้างอิงPTS 1.45
tha-ap8:107.2 #
เอวํ คชฺชติ โคตโม✎ ร่าง
evaṁ gajjati gotamo;
tha-ap8:107.3 #
อุปาลิสฺส สโม นตฺถิ✎ ร่าง
Upālissa samo natthi,
tha-ap8:107.4 #
วินเย ขนฺธเกสุ จ ฯ✎ ร่าง
vinaye khandhakesu ca.
tha-ap8:108.1 #
ยาวตา พุทฺธภณิตํ✎ ร่าง
Yāvatā buddhabhaṇitaṁ,
tha-ap8:108.2 #
นวงฺคํ สตฺถุสาสนํ✎ ร่าง
navaṅgaṁ satthusāsanaṁ;
tha-ap8:108.3 #
วินเย ๒- กถิตํ สพฺพํ✎ ร่าง
Vinayogadhaṁ taṁ sabbaṁ,
tha-ap8:108.4 #
วินยมูลปสฺสิโน ฯ✎ ร่าง
vinayamūlapassino.
tha-ap8:109.1 #
มม กมฺมํ สริตฺวาน✎ ร่าง
Mama kammaṁ saritvāna,
tha-ap8:109.2 #
โคตโม สกฺยปุงฺคโว✎ ร่าง
gotamo sakyapuṅgavo;
tha-ap8:109.3 #
ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา✎ ร่าง
Bhikkhusaṅghe nisīditvā,
tha-ap8:109.4 #
เอตทคฺเค ฐเปสิ มํ ฯ✎ ร่าง
etadagge ṭhapesi maṁ.
tha-ap8:110.1 #
สตสหสฺสํ อุปาทาย✎ ร่าง
Satasahassupādāya,
tha-ap8:110.2 #
อิมํ ฐานํ อปตฺถยึ✎ ร่าง
imaṁ ṭhānaṁ apatthayiṁ;
tha-ap8:110.3 #
โส เม อตฺโถ อนุปฺปตฺโต✎ ร่าง
So me attho anuppatto,
tha-ap8:110.4 #
วินเย ปารมึ คโต ฯ✎ ร่าง
vinaye pāramiṁ gato.
tha-ap8:111.1 #
สกฺยานํ นนฺทิชนโก✎ ร่าง
Sakyānaṁ nandijanano,
tha-ap8:111.2 #
กปฺปโก อาสิหํ ปุเร✎ ร่าง
kappako āsahaṁ pure;
tha-ap8:111.3 #
วิชหิตฺวาน ตํ ชาตึ✎ ร่าง
Vijahitvāna taṁ jātiṁ,
tha-ap8:111.4 #
ปุตฺโต ชาโต มเหสิโน ฯ✎ ร่าง
putto jāto mahesino.
tha-ap8:112.1 #
อิโต ทุติยเก กปฺเป✎ ร่าง
Ito dutiyake kappe,
tha-ap8:112.2 #
อญฺชโส นาม ขตฺติโย✎ ร่าง
Añjaso nāma khattiyo;
tha-ap8:112.3 #
อนนฺตเตโช อมิตยโส✎ ร่าง
Anantatejo amitayaso,
tha-ap8:112.4 #
ภูมิปาโล มหทฺธโน ฯ✎ ร่าง
Bhūmipālo mahaddhano.
tha-ap8:113.1 #
ตสฺส รญฺโญ อหํ ปุตฺโต✎ ร่าง
Tassa rañño ahaṁ putto,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.65
tha-ap8:113.2 #
จนฺทโน นาม ขตฺติโย✎ ร่าง
candano nāma khattiyo;
tha-ap8:113.3 #
ชาติมเทน ปตฺถทฺโธ✎ ร่าง
Jātimadenupatthaddho,
tha-ap8:113.4 #
ยโสโภคมเทน จ ฯ✎ ร่าง
yasabhogamadena ca.
tha-ap8:114.1 #
นาคสตสหสฺสานิ✎ ร่าง
Nāgasatasahassāni,
tha-ap8:114.2 #
สพฺพาลงฺการภูสิตา✎ ร่าง
sabbālaṅkārabhūsitā;
tha-ap8:114.3 #
ติธา ปภินฺนา มาตงฺคา✎ ร่าง
Tidhāpabhinnā mātaṅgā,
tha-ap8:114.4 #
ปริวาเรนฺติ มํ สทา ฯ✎ ร่าง
parivārenti maṁ sadā.
tha-ap8:115.1 #
สพเลหิ ปเรโตหํ✎ ร่าง
Sabalehi paretohaṁ,
tha-ap8:115.2 #
อุยฺยานํ คนฺตุกามโก✎ ร่าง
uyyānaṁ gantukāmako;
tha-ap8:115.3 #
อารุยฺห สิริกํ นาคํ✎ ร่าง
Āruyha sirikaṁ nāgaṁ,
tha-ap8:115.4 #
นครา นิกฺขมึ ตทา ฯ✎ ร่าง
nagarā nikkhamiṁ tadā.
tha-ap8:116.1 #
จรเณน จ สมฺปนฺโน✎ ร่าง
Caraṇena ca sampanno,
tha-ap8:116.2 #
คุตฺตทฺวาโร สุสํวุโต✎ ร่าง
guttadvāro susaṁvuto;
tha-ap8:116.3 #
เทวโล นาม สมฺพุทฺโธ✎ ร่าง
Devalo nāma sambuddho,
tha-ap8:116.4 #
อาคจฺฉิ ปุรโต มมํ ฯ✎ ร่าง
āgacchi purato mama.
tha-ap8:117.1 #
เปเสตฺวา สิริกํ นาคํ✎ ร่าง
Pesetvā sirikaṁ nāgaṁ,
tha-ap8:117.2 #
พุทฺธํ อาสาทยึ ตทา✎ ร่าง
buddhaṁ āsādayiṁ tadā;
tha-ap8:117.3 #
ตโต สญฺชาตโกโปว✎ ร่าง
Tato sañjātakopo so,
tha-ap8:117.4 #
นาโค นุทฺธรโก ๒- ปทํ ฯ✎ ร่าง
nāgo nuddharate padaṁ.
tha-ap8:118.1 #
นาคํ รุณฺณมนํ ๓- ทิสฺวา✎ ร่าง
Nāgaṁ duṭṭhamanaṁ disvā,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.43
tha-ap8:118.2 #
พุทฺเธ โกปํ อกาสหํ✎ ร่าง
buddhe kodhaṁ akāsahaṁ;
tha-ap8:118.3 #
วิเหฐยิตฺวา สมฺพุทฺธํ✎ ร่าง
Vihesayitvā sambuddhaṁ,
tha-ap8:118.4 #
อุยฺยานํ อคมาสหํ ฯ✎ ร่าง
uyyānaṁ agamāsahaṁ.
tha-ap8:119.1 #
สาตํ ตตฺถ น วินฺทามิ✎ ร่าง
Sātaṁ tattha na vindāmi,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.82
tha-ap8:119.2 #
สิโร ปชฺชลิโต ยถา✎ ร่าง
siro pajjalito yathā;
tha-ap8:119.3 #
ปริฬาเหน ฑยฺหามิ✎ ร่าง
Pariḷāhena ḍayhāmi,
tha-ap8:119.4 #
มจฺโฉว พลิสาทโก ฯ✎ ร่าง
macchova baḷisādako.
tha-ap8:120.1 #
สสาครนฺตา ปฐวี✎ ร่าง
Sasāgarantā pathavī,
อ้างอิงPTS 1.46
tha-ap8:120.2 #
อาทิตฺตา วิย โหติ เม✎ ร่าง
ādittā viya hoti me;
tha-ap8:120.3 #
ปิตุ สนฺติกุปาคมฺม✎ ร่าง
Pitu santikupāgamma,
tha-ap8:120.4 #
อิทํ วจนมพฺรวึ ฯ✎ ร่าง
idaṁ vacanamabraviṁ.
tha-ap8:121.1 #
อาสีวิสํว กุปิตํ✎ ร่าง
Āsīvisaṁva kupitaṁ,
tha-ap8:121.2 #
อคฺคิกฺขนฺธํว อาคตํ✎ ร่าง
aggikkhandhaṁva āgataṁ;
tha-ap8:121.3 #
มตฺตํว กุญฺชรํ ทนฺตึ✎ ร่าง
Mattaṁva kuñjaraṁ dantiṁ,
tha-ap8:121.4 #
ยํ สยมฺภุํ อสาทยึ ฯ✎ ร่าง
yaṁ sayambhumasādayiṁ.
tha-ap8:122.1 #
อาสาทิโต มยา พุทฺโธ✎ ร่าง
Āsādito mayā buddho,
tha-ap8:122.2 #
โฆโร อุคฺคตโป ชิโน✎ ร่าง
ghoro uggatapo jino;
tha-ap8:122.3 #
ปุรา สพฺเพ วินสฺสาม✎ ร่าง
Purā sabbe vinassāma,
tha-ap8:122.4 #
ขมาเปสฺสาม ตํ มุนึ ฯ✎ ร่าง
khamāpessāma taṁ muniṁ.
tha-ap8:123.1 #
โน เจ ตํ นิชฺฌาเปสฺสาม✎ ร่าง
No ce taṁ nijjhāpessāma,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.66
tha-ap8:123.2 #
อตฺตทนฺตํ สมาหิตํ✎ ร่าง
attadantaṁ samāhitaṁ;
tha-ap8:123.3 #
โอเรน ๑- สตฺตเม ทิวเส✎ ร่าง
Orena sattadivasā,
tha-ap8:123.4 #
รฏฺฐมฺเม วิธมิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
raṭṭhaṁ me vidhamissati.
tha-ap8:124.1 #
สุเมขโล โกสิโย จ✎ ร่าง
Sumekhalo kosiyo ca,
tha-ap8:124.2 #
สิคฺคโว จาปิ สตฺตโก✎ ร่าง
siggavo cāpi sattako;
tha-ap8:124.3 #
อาสาทยิตฺวา อิสโย✎ ร่าง
Āsādayitvā isayo,
tha-ap8:124.4 #
ทุคฺคตา เต สเสนกา ฯ✎ ร่าง
duggatā te saraṭṭhakā.
tha-ap8:125.1 #
ยทา กุปฺปนฺติ อิสโย✎ ร่าง
Yadā kuppanti isayo,
tha-ap8:125.2 #
สญฺญตา พฺรหฺมจาริโน✎ ร่าง
saññatā brahmacārino;
tha-ap8:125.3 #
สเทวกํ วินาเสนฺติ✎ ร่าง
Sadevakaṁ vināsenti,
tha-ap8:125.4 #
สสาครํ สปพฺพตํ ฯ✎ ร่าง
sasāgaraṁ sapabbataṁ.
tha-ap8:126.1 #
ติโยชนสหสฺสมฺหิ✎ ร่าง
Tiyojanasahassamhi,
tha-ap8:126.2 #
ปุริเส สนฺนิปาตยึ✎ ร่าง
purise sannipātayiṁ;
tha-ap8:126.3 #
อจฺจยํ เทสนตฺถาย✎ ร่าง
Accayaṁ desanatthāya,
tha-ap8:126.4 #
สยมฺภุํ อุปสงฺกมึ ฯ✎ ร่าง
sayambhuṁ upasaṅkamiṁ.
tha-ap8:127.1 #
อลฺลวตฺถา อลฺลสิรา✎ ร่าง
Allavatthā allasirā,
tha-ap8:127.2 #
สพฺเพว ปญฺชลีกตา✎ ร่าง
sabbeva pañjalīkatā;
tha-ap8:127.3 #
พุทฺธสฺส ปาเท นิปติตฺวา✎ ร่าง
Buddhassa pāde nipatitvā,
tha-ap8:127.4 #
อิทํ วจนมพฺรวุํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ vacanamabravuṁ.
tha-ap8:128.1 #
ขมสฺสุ ตฺวํ มหาวีร✎ ร่าง
Khamassu tvaṁ mahāvīra,
tha-ap8:128.2 #
อภิยาจติ ตํ ชโน✎ ร่าง
abhiyācati taṁ jano;
tha-ap8:128.3 #
ปริฬาหํ วิโนเทหิ✎ ร่าง
Pariḷāhaṁ vinodehi,
tha-ap8:128.4 #
มา จ ๒- รฏฺฐํ วินาสเย ฯ✎ ร่าง
mā no raṭṭhaṁ vināsaya.
tha-ap8:129.1 #
สเทวมานุสา สพฺเพ✎ ร่าง
Sadevamānusā sabbe,
tha-ap8:129.2 #
สทานวา สรกฺขสา✎ ร่าง
sadānavā sarakkhasā;
tha-ap8:129.3 #
อโยมเยน กูเฏน✎ ร่าง
Ayomayena kūṭena,
tha-ap8:129.4 #
สิรํ ภินฺเทยฺยุ เม สทา ฯ |๘.๕๖๖| อุ✎ ร่าง
siraṁ bhindeyyu me sadā.
tha-ap8:130.1 #
ทเก อคฺคิ น สณฺฐาติ ว✎ ร่าง
Dake aggi na saṇṭhāti,
tha-ap8:130.2 #
ีชํ เสเล น รูหติ✎ ร่าง
bījaṁ sele na rūhati;
tha-ap8:130.3 #
อคเท กิมิ น สณฺฐาติ✎ ร่าง
Agade kimi na saṇṭhāti,
tha-ap8:130.4 #
โกโป พุทฺเธ น ชายติ ฯ✎ ร่าง
kopo buddhe na jāyati.
tha-ap8:131.1 #
ยถา จ ภูมิ อจลา✎ ร่าง
Yathā ca bhūmi acalā,
tha-ap8:131.2 #
อปฺปเมยฺโย จ สาคโร✎ ร่าง
appameyyo ca sāgaro;
tha-ap8:131.3 #
อนนฺตโก จ อากาโส✎ ร่าง
Anantako ca ākāso,
tha-ap8:131.4 #
เอวํ พุทฺธา ๓- อโขภิยา ฯ |๘.๕๖๘| อตฺต✎ ร่าง
evaṁ buddhā akhobhiyā.
tha-ap8:132.1 #
ทนฺตา ๔- มหาวีรา✎ ร่าง
Sadā khantā mahāvīrā,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.44
tha-ap8:132.2 #
ขมิตา จ ตปสฺสิโน✎ ร่าง
khamitā ca tapassino;
tha-ap8:132.3 #
ขนฺตานํ ขมิตานํ จ✎ ร่าง
Khantānaṁ khamitānañca,
tha-ap8:132.4 #
คมนํ โว ๕- น วิชฺชติ ฯ✎ ร่าง
gamanaṁ taṁ na vijjati.
tha-ap8:133.1 #
อิทํ วตฺวาน สมฺพุทฺโธ✎ ร่าง
Idaṁ vatvāna sambuddho,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.67 · พุทธชยันตี 36.84
tha-ap8:133.2 #
ปริฬาหํ วิโนทยิ✎ ร่าง
pariḷāhaṁ vinodayaṁ;
tha-ap8:133.3 #
มหาชนสฺส ปุรโต✎ ร่าง
Mahājanassa purato,
tha-ap8:133.4 #
นภํ อพฺภุคฺคมี ตทา ฯ✎ ร่าง
nabhaṁ abbhuggami tadā.
tha-ap8:134.1 #
เตน กมฺเมนหํ วีร✎ ร่าง
Tena kammenahaṁ vīra,
อ้างอิงPTS 1.47
tha-ap8:134.2 #
หีนตฺตํ อชฺฌุปาคโต✎ ร่าง
hīnattaṁ ajjhupāgato;
tha-ap8:134.3 #
สมติกฺกมฺม ตํ ชาตึ✎ ร่าง
Samatikkamma taṁ jātiṁ,
tha-ap8:134.4 #
ปาวิสึ อภยํ ปุรํ ฯ✎ ร่าง
pāvisiṁ abhayaṁ puraṁ.
tha-ap8:135.1 #
ตทาปิ มํ มหาวีร✎ ร่าง
Tadāpi maṁ mahāvīra,
tha-ap8:135.2 #
ฑยฺหมานํ สุสณฺฐิตํ✎ ร่าง
ḍayhamānaṁ susaṇṭhitaṁ;
tha-ap8:135.3 #
ปริฬาหํ วิโนเทสิ✎ ร่าง
Pariḷāhaṁ vinodesi,
tha-ap8:135.4 #
สยมฺภุํ จ ขมาปยึ ฯ✎ ร่าง
sayambhuñca khamāpayiṁ.
tha-ap8:136.1 #
อชฺชาปิ มํ มหาวีร✎ ร่าง
Ajjāpi maṁ mahāvīra,
tha-ap8:136.2 #
ฑยฺหมานํ ติหคฺคิภิ✎ ร่าง
ḍayhamānaṁ tihaggibhi;
tha-ap8:136.3 #
นิพฺพาเปสิ ตโย อคฺคี✎ ร่าง
Nibbāpesi tayo aggī,
tha-ap8:136.4 #
สีติภาวญฺจ ปาปยึ ฯ✎ ร่าง
sītibhāvañca pāpayī.
tha-ap8:137.1 #
เยสํ ๔- โสตาวธานตฺถิ✎ ร่าง
Yesaṁ sotāvadhānatthi,
tha-ap8:137.2 #
สุณาถ มม ภาสโต✎ ร่าง
suṇātha mama bhāsato;
tha-ap8:137.3 #
อตฺถํ ตุยฺหํ ปวกฺขามิ✎ ร่าง
Atthaṁ tumhaṁ pavakkhāmi,
tha-ap8:137.4 #
ยถาทิฏฺฐํ ปทํ มมํ ฯ✎ ร่าง
yathā diṭṭhaṁ padaṁ mama.
tha-ap8:138.1 #
สยมฺภุํ ตํ วิมาเนตฺวา✎ ร่าง
Sayambhuṁ taṁ vimānetvā,
tha-ap8:138.2 #
สนฺตจิตฺตํ สมาหิตํ✎ ร่าง
santacittaṁ samāhitaṁ;
tha-ap8:138.3 #
เตน กนฺเมนหํ อชฺช✎ ร่าง
Tena kammenahaṁ ajja,
tha-ap8:138.4 #
ชาโตมฺหิ นีจโยนิยํ ฯ✎ ร่าง
jātomhi nīcayoniyaṁ.
tha-ap8:139.1 #
มา โว ขณํ วิราเธถ✎ ร่าง
Mā vo khaṇaṁ virādhetha,
tha-ap8:139.2 #
ขณาตีตา หิ โสจเร✎ ร่าง
khaṇātītā hi socare;
tha-ap8:139.3 #
สทตฺเถ วายเมยฺยาถ✎ ร่าง
Sadatthe vāyameyyātha,
tha-ap8:139.4 #
ขโณ โว ปฏิปาทิโต ฯ✎ ร่าง
khaṇo vo paṭipādito.
tha-ap8:140.1 #
เอกจฺจานญฺจ วมนํ✎ ร่าง
Ekaccānañca vamanaṁ,
tha-ap8:140.2 #
เอกจฺจานํ วิเรจนํ✎ ร่าง
ekaccānaṁ virecanaṁ;
tha-ap8:140.3 #
วิสํ หลาหลํ เอเก✎ ร่าง
Visaṁ halāhalaṁ eke,
tha-ap8:140.4 #
เอกจฺจานญฺจ โอสถํ ฯ✎ ร่าง
ekaccānañca osadhaṁ.
tha-ap8:141.1 #
วมนํ ปฏิปนฺนานํ✎ ร่าง
Vamanaṁ paṭipannānaṁ,
tha-ap8:141.2 #
ผลฏฺฐานํ วิเรจนํ✎ ร่าง
phalaṭṭhānaṁ virecanaṁ;
tha-ap8:141.3 #
โอสถํ ผลลาภีนํ✎ ร่าง
Osadhaṁ phalalābhīnaṁ,
tha-ap8:141.4 #
ปุญฺญกฺเขตฺตํ คเวสินํ ฯ✎ ร่าง
puññakkhettaṁ gavesinaṁ.
tha-ap8:142.1 #
สาสเนน วิรุทฺธานํ✎ ร่าง
Sāsanena viruddhānaṁ,
tha-ap8:142.2 #
วิสํ หลาหลํ ยถา✎ ร่าง
visaṁ halāhalaṁ yathā;
tha-ap8:142.3 #
อาสีวิโส ทุฏฺฐวิโส✎ ร่าง
Āsīviso diṭṭhaviso,
tha-ap8:142.4 #
เอกํ ๗- ฌาเปติ ตํ นรํ ฯ✎ ร่าง
evaṁ jhāpeti taṁ naraṁ.
tha-ap8:143.1 #
สกึ ปีตํ หลาหลํ✎ ร่าง
Sakiṁ pītaṁ halāhalaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.68
tha-ap8:143.2 #
อุปรุทฺเธติ ชีวิตํ✎ ร่าง
uparundhati jīvitaṁ;
tha-ap8:143.3 #
สาสเนน วิรุชฺฌิตฺวา✎ ร่าง
Sāsanena virujjhitvā,
tha-ap8:143.4 #
กปฺปโกฏิมฺหิ ฑยฺหติ ฯ✎ ร่าง
kappakoṭimhi ḍayhati.
tha-ap8:144.1 #
ขนฺติยา อวิหึสาย✎ ร่าง
Khantiyā avihiṁsāya,
tha-ap8:144.2 #
เมตฺตจิตฺตวตาย จ✎ ร่าง
mettacittavatāya ca;
tha-ap8:144.3 #
สเทวกํ โส ตรติ✎ ร่าง
Sadevakaṁ so tāreti,
tha-ap8:144.4 #
ตสฺมา เต ๑- อวิโรธิยา ๒- ฯ✎ ร่าง
tasmā vo avirodhiyā.
tha-ap8:145.1 #
ลาภาลาเภ น สชฺชนฺติ✎ ร่าง
Lābhālābhe na sajjanti,
tha-ap8:145.2 #
สมฺมานเน วิมานเน✎ ร่าง
sammānanavimānane;
tha-ap8:145.3 #
ปฐวีสทิสา พุทฺธา✎ ร่าง
Pathavīsadisā buddhā,
tha-ap8:145.4 #
ตสฺมา เต น วิโรธิยา ๓- ฯ✎ ร่าง
tasmā te na virodhiyā.
tha-ap8:146.1 #
เทวทตฺเต จ วธเก✎ ร่าง
Devadatte ca vadhake,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.45 · พุทธชยันตี 36.86
tha-ap8:146.2 #
โจเร จงฺคุลิมาลเก✎ ร่าง
core aṅgulimālake;
tha-ap8:146.3 #
ราหุเล ธนปาเล จ✎ ร่าง
Rāhule dhanapāle ca,
tha-ap8:146.4 #
สพฺเพสํ สมโก มุนิ ฯ✎ ร่าง
sabbesaṁ samako muni.
tha-ap8:147.1 #
เอเตสํ ปฏิฆํ นตฺถิ✎ ร่าง
Etesaṁ paṭigho natthi,
อ้างอิงPTS 1.48
tha-ap8:147.2 #
ราโคเมสํ น วิชฺชติ✎ ร่าง
rāgomesaṁ na vijjati;
tha-ap8:147.3 #
สพฺเพสํ สมโก พุทฺโธ✎ ร่าง
Sabbesaṁ samako buddho,
tha-ap8:147.4 #
วธกสฺโสรสสฺส จ ฯ✎ ร่าง
vadhakassorasassa ca.
tha-ap8:148.1 #
ปนฺเถ ทิสฺวาน กาสาวํ✎ ร่าง
Panthe disvāna kāsāvaṁ,
tha-ap8:148.2 #
ฉฑฺฑิตํ มิฬฺหมกฺขิตํ✎ ร่าง
chaḍḍitaṁ mīḷhamakkhitaṁ;
tha-ap8:148.3 #
สิรสา ๔- อญฺชลึ กตฺวา✎ ร่าง
Sirasmiṁ añjaliṁ katvā,
tha-ap8:148.4 #
วนฺทิตพฺพํ อิสิทฺธชํ ฯ✎ ร่าง
vanditabbaṁ isiddhajaṁ.
tha-ap8:149.1 #
อพฺภตีตา จ เย พุทฺธา✎ ร่าง
Abbhatītā ca ye buddhā,
tha-ap8:149.2 #
วตฺตมานา อนาคตา✎ ร่าง
vattamānā anāgatā;
tha-ap8:149.3 #
ธเชนาเนน สุชฺฌนฺติ✎ ร่าง
Dhajenānena sujjhanti,
tha-ap8:149.4 #
ตสฺมา เอเต นมสฺสิยา ฯ✎ ร่าง
tasmā ete namassiyā.
tha-ap8:150.1 #
สตฺถุกปฺปํ สุวินยํ✎ ร่าง
Satthukappaṁ suvinayaṁ,
tha-ap8:150.2 #
ธาเรมิ หทเยนหํ✎ ร่าง
dhāremi hadayenahaṁ;
tha-ap8:150.3 #
นมสฺสมาโน วินยํ✎ ร่าง
Namassamāno vinayaṁ,
tha-ap8:150.4 #
วิหริสฺสามิ สพฺพทา ฯ✎ ร่าง
viharissāmi sabbadā.
tha-ap8:151.1 #
วินโย อาสโย มยฺหํ✎ ร่าง
Vinayo āsayo mayhaṁ,
tha-ap8:151.2 #
วินโย ฐานจงฺกมํ✎ ร่าง
vinayo ṭhānacaṅkamaṁ;
tha-ap8:151.3 #
กปฺเปมิ วินเย วาสํ✎ ร่าง
Kappemi vinaye vāsaṁ,
tha-ap8:151.4 #
วินโย มยฺห โคจโร ฯ✎ ร่าง
vinayo mama gocaro.
tha-ap8:152.1 #
วินเย ปารมิปฺปตฺโต✎ ร่าง
Vinaye pāramippatto,
tha-ap8:152.2 #
สมเถ จาปิ โกวิโท✎ ร่าง
samathe cāpi kovido;
tha-ap8:152.3 #
อุปาลิ ตํ มหาวีร✎ ร่าง
Upāli taṁ mahāvīra,
tha-ap8:152.4 #
ปาเท วนฺทติ สตฺถุโน ฯ✎ ร่าง
pāde vandati satthuno.
tha-ap8:153.1 #
โส อหํ วิจริสฺสามิ✎ ร่าง
So ahaṁ vicarissāmi,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.69
tha-ap8:153.2 #
คามา คามํ ปุรา ปุรํ✎ ร่าง
gāmā gāmaṁ purā puraṁ;
tha-ap8:153.3 #
นมสฺสมาโน สมฺพุทฺธํ✎ ร่าง
Namassamāno sambuddhaṁ,
tha-ap8:153.4 #
ธมฺมสฺส จ สุธมฺมตํ ฯ✎ ร่าง
dhammassa ca sudhammataṁ.
tha-ap8:154.1 #
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ✎ ร่าง
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
tha-ap8:154.2 #
ภวา สพฺเพ สมูหตา✎ ร่าง
bhavā sabbe samūhatā;
tha-ap8:154.3 #
สพฺพาสวา ปริกฺขีณา✎ ร่าง
Sabbāsavā parikkhīṇā,
tha-ap8:154.4 #
นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ✎ ร่าง
natthi dāni punabbhavo.
tha-ap8:155.1 #
สฺวาคตํ วต เม อาสิ✎ ร่าง
Svāgataṁ vata me āsi,
tha-ap8:155.2 #
พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก✎ ร่าง
buddhaseṭṭhassa santike;
tha-ap8:155.3 #
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา✎ ร่าง
Tisso vijjā anuppattā,
tha-ap8:155.4 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ✎ ร่าง
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
tha-ap8:156.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส✎ ร่าง
Paṭisambhidā catasso,
tha-ap8:156.2 #
วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม✎ ร่าง
vimokkhāpi ca aṭṭhime;
tha-ap8:156.3 #
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา✎ ร่าง
Chaḷabhiññā sacchikatā,
tha-ap8:156.4 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ✎ ร่าง
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
tha-ap8:157.1 #
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อุปาลิ เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ✎ ร่าง
Itthaṁ sudaṁ āyasmā upāli thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
tha-ap8:158.1 #
อุปาลิตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ นวมํ อญฺญาโกณฺฑญฺญตฺ✎ ร่าง
Upālittherassāpadānaṁ chaṭṭhaṁ.
tha-ap9:0.1 #
เถราปทานํ✎ ร่าง
Therāpadāna
tha-ap9:0.2 #
Buddhavagga
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๒ — ขุททกนิกาย อปทาน ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน